เมนู



ฉบับพิเศษ

สิงหาคม  2560




เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)

Biodata ฐานข้อมูลนักวิชาการ ประเทศไทย

ห้องสมุดออนไลน์ สกว.

ฝ่ายวิจัยเพื่อท้องถิ่น งานวิจัยท้องถิ่น

โครงการปริญญาเอก คปก.

ร้านหนังสือ สกว.




จำนวนผู้เข้าชม

2909827

บรรณาธิการแถลง

     

ฝุ่นขนาดเล็ก (PM 2.5) ครอบคลุมกรุงเทพฯ ปริมณฑลและหลายภูมิภาคมากว่า 2 เดือน พร้อมสัญญาณบ่งชี้ว่าอาจจะกลายเป็น New Normal ก่อความกังวลทั้งระดับปัจเจก และสังคม

ประชาคมวิจัยฉบับมีนาคม-เมษายน 2562 ได้ประมวลชุดความรู้ ข้อมูลทั้งจากการวิจัยโดยตรงและโดยอ้อม มาเรียงร้อยโดยผู้รู้จริงเพื่อความเข้าใจที่กระจ่างตั้งแต่ ต้นทาง : เหตุ ที่มา และผู้ก่อเหตุ ไปจนถึงปลายทางคือ ผลกระทบและแนวโน้มที่คาดว่าจะมีต่อสุขภาพ เศรษฐกิจ และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศหลายบทความได้เสนอแนะแนวทางเชิงนโยบาย มาตรการภาครัฐไปจนถึงมาตรการทางสังคม

...ในทางวิชาการด้านสิ่งแวดล้อม มักจะเรียกฝุ่นละอองที่เป็นอนุภาคของแข็งซึ่งมีขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอนว่า PM2.5 สามารถลอยอยู่ได้ในชั้นบรรยากาศและน้ำ สามารถเข้าสู่ร่างกายมนุษย์ทางระบบหายใจและส่งผลลบต่อสุขภาพคนทั่วไปจึงเรียกว่า “ฝุ่นพิษ” ...ศ. ดร.เสริม จันทร์ฉาย และ ศ. ดร.ศิวัช พงษ์เพียจันทร์ ให้ข้อมูลฝุ่นละอองมีที่มาทั้งจากธรรมชาติ และจากกิจกรรมของมนุษย์แหล่งกำเนิดจากมนุษย์ เช่น ควันธูป การเผาไหม้น้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อพลังงาน ทั้งยานยนต์ อุตสาหกรรม และโรงไฟฟ้า การเผาขยะ การเผาไหม้ชีวมวลต่างๆ ระดับครัวเรือนไปจนถึง การเผาเพื่อเตรียมพื้นที่การเพาะปลูกทั้งในประเทศและจากประเทศเพื่อนบ้านที่เรียกว่า ฝุ่นละอองข้ามพรมแดน (cross-boundary aerosols)

ผลกระทบของฝุ่น PM2.5 มีทั้งต่อปัญหาการเจ็บป่วยของประชาชน โดยเฉพาะระบบทางเดินหายใจ ภูมิแพ้ โรคถุงลมโป่งพอง หากสะสมเป็นเวลานานอาจก่อโรครุนแรง เช่น มะเร็งปอด ผลเสียทางเศรษฐกิจ เช่น ผลต่อทัศนวิสัยทางอากาศ ส่งผลกระทบต่อธุรกิจการท่องเที่ยว ผลต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทั้งทางตรงและทางอ้อม

แนวทางแก้ไขปัญหา PM2.5 มีข้อเสนอหลายประการ อาทิ การหารือระหว่างผู้นำประเทศกลุ่มอาเซียนเกี่ยวกับ cross-boundary aerosols การสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนด้านยานพาหนะ การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในภาคอุตสาหกรรม การจัดทำนโยบายและสร้างแรงจูงใจจากภาครัฐ การขอความร่วมมือลดการเผาเพื่อกิจกรรมทางการเกษตร การสนับสนุนและสร้างแรงจูงใจให้ใช้เครื่องจักรกลในการเก็บเกี่ยวพืชไร่ที่ใช้พื้นที่แปลงใหญ่ เช่น อ้อย เป็นต้น

แน่นอนว่างานวิจัยเกี่ยวกับ PM2.5 ไม่ได้มีเพียงที่นำเสนอท่านผู้สนใจกรุณาติดตามจากฐานข้อมูลและเว็บไซต์ สกว. เพิ่มเติมได้ค่ะ

การบริหารจัดการและการออกแบบงานวิจัยชนิดที่มองไปข้างหน้า มีเป้าหมายชัดเจน สร้างความรู้พร้อมข้อเสนอเชิงนโยบายที่มีกลไกและมาตรการเพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติ สร้างการตระหนักรู้ในสังคมไทย มีตัวอย่างชัดเจนประการหนึ่งคือ กลุ่มวิจัยด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่ สกว. เริ่มสนับสนุนตั้งแต่ปี 2549 (อ่านรายละเอียดได้จากบทความ “การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโจทย์ของโลก บริบทของไทย” โดย อาจารย์สุปราณี จงดีไพศาล ในหนังสือการบริหารจัดการงานวิจัยเพื่อสร้างผลลัพธ์และผลกระทบ จัดพิมพ์โดย สกว. 2561) หนังสือเล่มนี้มีรูปแบบการบริหารจัดการงานวิจัยที่ “สัมฤทธิผล” สร้าง outcome ทั้งเชิงนโยบาย สาธารณะ การสร้างเศรษฐกิจฐานราก รวม 11 กรณีศึกษา พร้อมทฤษฎีและเครื่องมือการจัดการ

ที่กล่าวมายืดยาวเพื่อแนะนำรูปแบบการบริหารจัดการงานวิจัยเรื่อง “ความท้าทายในงานวิจัยด้านเศรษฐกิจสีเขียว” ของ รศ. ดร.นฤมล สุธรรมกิจ ที่ท่านได้หยิบยก Global issue เกี่ยวกับการพัฒนาที่ยั่งยืนมาศึกษา โดยเน้นเศรษฐกิจสีเขียวพบว่า ข้อมูลพื้นฐานด้านการวิจัยที่มีอยู่น้อย มีแนวคิดแต่ยังขาดการถ่ายทอดให้เป็นแนวปฏิบัติ การพัฒนากรอบงานวิจัยเพื่อรองรับการกำหนดมาตรการภาครัฐในการขับเคลื่อนสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน การประเมินระหว่างทางและลดขนาดกรอบโจทย์วิจัยให้เหมาะสม และการใช้ multidisciplinary approach เป็นความสามารถด้านการบริหารจัดการงานวิจัยของอาจารย์ ดูเรื่องการบริหารจัดการ CC และ Green Economy แล้วได้เรียนรู้ว่านักวิจัยทำงานยาก การบริหารงานวิจัยก็ต้องสามารถเชื้อเชิญคนที่ทำงานยากๆ ได้สำเร็จมาช่วยกันทำ “ฝัน” ให้เป็นจริง

จันทร์จรัส เรี่ยวเดชะ
chancharatr@gmail.com

กลับหน้าหลัก...