เมนู



ฉบับพิเศษ

สิงหาคม  2560




เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)

Biodata ฐานข้อมูลนักวิชาการ ประเทศไทย

ห้องสมุดออนไลน์ สกว.

ฝ่ายวิจัยเพื่อท้องถิ่น งานวิจัยท้องถิ่น

โครงการปริญญาเอก คปก.

ร้านหนังสือ สกว.




จำนวนผู้เข้าชม

2514060

รายละเอียด

“การสร้างคน สร้างความรู้ สร้างอนาคต ของฝ่ายวิชาการ สกว.”

 
การวิจัยพื้นฐานเชิงวิชาการเป็นรากฐานสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ ดั่งจะเห็นว่าเทคโนโลยีและนวัตกรรมล้ำสมัยต่างๆ เหล่านั้น ล้วนเริ่มต้นจากการวิจัยพื้นฐาน แล้วค่อยๆ พัฒนาต่อยอดจนกลายไปสู่การนำไปใช้ประโยชน์ทั้งในเชิงพาณิชย์ เชิงสาธารณะ และเชิงนโยบาย ดังนั้น ประเทศไทยจึงจำเป็นต้องมีการลงทุนและให้การสนับสนุนการวิจัยพื้นฐานเชิงวิชาการที่จริงจัง พร้อมกับการสร้างและพัฒนานักวิจัยให้มีจำนวนมากเพียงพอต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสังคมฐานความรู้ เพิ่มเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
ความเป็นมาและการจัดสรรทุนของฝ่ายวิชาการ
ในยุคบุกเบิก สกว. ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการ สกว. ท่านแรก ได้ริเริ่มสนับสนุนงานวิจัยพื้นฐาน โดยได้จัดตั้งฝ่ายสนับสนุนงานวิจัยเชิงวิชาการ ซึ่งต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น “ฝ่ายวิชาการ” และได้เริ่มสนับสนุน “ทุนพัฒนานักวิจัย” เป็นทุนแรกในปี พ.ศ. 2537 ทุนพัฒนานักวิจัยได้สร้างกระแสการทำวิจัยให้แก่อาจารย์ในมหาวิทยาลัยเป็นอย่างมาก โดยมีผู้สมัครมากถึง 132 คน ได้รับคัดเลือกให้รับทุน 33 คน และในเวลาต่อมามี 5 คนจากผู้รับทุน ได้รับรางวัลนักวิทยาศาสตร์ดีเด่นแห่งชาติ จากมูลนิธิส่งเสริมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในพระบรมราชูปภัมภ์ ได้แก่ ศ.ดร.เกตุ กรุดพันธ์ ศ.นพ.บุญส่ง องค์พิพัฒนกุล ศ.ดร.ยงค์วิมล เลณบุรี ศ.ดร.วัชระ กสิณฤกษ์ และ ศ.นพ.ดร.อภิวัฒน์ มุทิรางกูร

ในปี พ.ศ. 2538 ได้จัดสรรทุนองค์ความรู้ใหม่ที่เป็นพื้นฐานต่อการพัฒนา และทุนส่งเสริมกลุ่มวิจัย เพื่อสร้างนักวิจัยอาชีพให้มีจำนวนมากขึ้นและสามารถผลิตผลงานวิจัยที่มีคุณภาพสูง ตลอดจนสร้างองค์ความรู้ใหม่ที่มีผลกระทบสูงทั้งด้านวิชาการและสามารถนำไปพัฒนาต่อยอดสู่งานวิจัยประยุกต์ อีกทั้งสร้างทีมและพัฒนานักวิจัยให้มีความสามารถทางวิชาการ รวมทั้งสร้างความเข้มแข็งของเครือข่ายการวิจัยระหว่างนักวิจัยและหน่วยงานวิจัยชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ

ปี พ.ศ. 2540 ทุนวิจัยหลังปริญญาเอกได้ถูกสนับสนุนให้แก่นักวิจัยรุ่นใหม่ที่เพิ่งจบปริญญาเอก ซึ่งเป็นการปูพื้นฐานการทำวิจัย และส่งเสริมให้นักวิจัยรุ่นใหม่เข้าสู่เส้นทางการทำวิจัยอย่างมืออาชีพ ซึ่งต่อมาได้เปลี่ยนชื่อทุนเป็น ทุนส่งเสริมนักวิจัยรุ่นใหม่ ในปี พ.ศ. 2545

ฝ่ายวิชาการได้ขยายความร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา (สกอ.) ร่วมสนับสนุนทุนพัฒนาศักยภาพในการทำงานวิจัยของอาจารย์รุ่นใหม่ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2545 ซึ่งในขณะนั้นสถาบันอุดมศึกษากำลังเผชิญกับปัญหาความขาดแคลนบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถทางด้านการวิจัย จึงจำเป็นต้องกำหนดแนวทางในการพัฒนาสายวิชาชีพของอาจารย์ที่ชัดเจน มีกลไกการส่งเสริมสนับสนุบศักยภาพในการทำงานวิจัย หลังจากจบการศึกษาโดยให้ทำงานวิจัยอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา เพื่อให้เกิดความเข้มแข็ง สามารถนำผลการวิจัยนั้นไปใช้ให้เกิดประโยชน์ทั้งต่อการเรียนการสอน และการแก้ปัญหาและพัฒนาประเทศได้อย่างแท้จริง
 

 
นอกจากนี้ เพื่อให้งานวิจัยสามารถตอบโจทย์ปัญหาเร่งด่วน หรือเพื่อสร้างความได้เปรียบของประเทศ ฝ่ายวิชาการจึงได้ริเริ่มให้ทุนวิจัยพื้นฐานเชิงยุทธศาสตร์ ในปี พ.ศ. 2547 โดยชุดโครงการวิจัยแบบมุ่งเป้าแรกคือ สมุนไพร ยารักษาโรคและสารเสริมสุขภาพ และได้เพิ่มเติมชุดโครงการวิจัยอื่นๆ ในลำดับต่อมา ได้แก่ การพัฒนาเกษตรยั่งยืน การผลิตสัตว์น้ำเศรษฐกิจ การผลิตสัตว์บกเศรษฐกิจ ชีววิทยาเซลล์ต้นกำเนิดและเวชศาสตร์การฟื้นฟูสภาวะเสื่อม นาโนศาสตร์และนาโนเทคโนโลยี และการผลิต การเก็บรักษาหลังการเก็บเกี่ยว และการแปรรูปอาหารเพื่อการบริโภคภายในประเทศ และเพื่อเป็นสินค้าส่งออกมูลค่าสูง

ปี พ.ศ. 2548 สกอ. ร่วมสนับสนุนทุนเพิ่มขีดความสามารถด้านการวิจัยของอาจารย์รุ่นกลางในสถาบันอุดมศึกษา ซึ่งจะสนับสนุนการวิจัยแก่อาจารย์รุ่นกลางในสถาบันอุดมศึกษาระดับปริญญาที่อยู่ในการกำกับดูแลของคณะกรรมการการอุดมศึกษา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการทำวิจัยของอาจารย์ในสถาบันอุดมศึกษาอย่างต่อเนื่อง

ใน ปี พ.ศ. 2550 สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ร่วมมือกับฝ่ายวิชาการ สกว. สนับสนุนโครงการการสร้างกำลังคนเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรม เพื่อรองรับกับการเปลี่ยนแปลงของภาคอุตสาหกรรมไทยที่จำเป็นต้องสร้างและนำความรู้ที่ได้จากการวิจัยพื้นฐานมาช่วยปรับกระบวนการการผลิต โดยเปลี่ยนจากการรับจ้างผลิตซึ่งใช้เทคโนโลยีที่นำเข้ามา เป็นการผลิตที่ใช้เทคโนโลยีซึ่งสร้างขึ้นเอง

ปี พ.ศ. 2552 ฝ่ายวิชาการได้เริ่มให้มีทุนศาสตราจารย์วิจัยดีเด่น เพื่อสนับสนุนทุนวิจัยแก่อาจารย์อาวุโสระดับศาสตราจารย์ระดับแนวหน้าที่มีผลงานวิจัยระดับชาติ/ระดับนานาชาติ ให้สามารถพัฒนางานวิจัยอย่างต่อเนื่อง ผลิตองค์ความรู้ซึ่งจะส่งผลให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในทางวิชาการ สามารถนำไปพัฒนาต่อยอด หรือก่อให้เกิดประโยชน์ที่เด่นชัดต่อสังคมได้
การสร้างคนผ่านบันไดอาชีพนักวิจัย
จากการสนับสนุนทุนของฝ่ายวิชาการตั้งแต่ปี พ.ศ. 2537 จวบจนถึงปัจจุบัน เป็นการสร้างเส้นทางอาชีพให้กับนักวิจัย ผ่าน “บันไดอาชีพนักวิจัย” ซึ่งถือว่าเป็นนวัตกรรมการบริหารงานวิจัยที่มีประสิทธิภาพมาก เพราะเป็นการสร้างองค์ความรู้ไปพร้อมกับการสร้างคนหรือบุคลาการด้านการวิจัย ประกอบด้วย 5 ขั้นบันได ได้แก่ 1. ทุนรุ่นใหม่ (ทุนส่งเสริมนักวิจัยรุ่นใหม่ และทุนพัฒนาศักยภาพในการทำงานวิจัยของอาจารย์รุ่นใหม่) 2. ทุนรุ่นกลาง (ทุนพัฒนานักวิจัย และทุนเพิ่มขีดความสามารถด้านการวิจัยของอาจารยรุ่นกลางในสถาบันอุดมศึกษา) 3. ทุนองค์ความรู้ใหม่ที่เป็นพื้นฐานต่อการพัฒนา 4. ทุนส่งเสริมกลุ่มวิจัย และ 5. ทุนศาสตราจารย์วิจัยดีเด่น ซึ่งบันไดอาชีพนักวิจัยเปรียบเสมือนการบ่มเพาะนักวิจัยตั้งแต่รุ่นใหม่ให้มีความพร้อมด้านการวิจัย ภายใต้การดูแลนักวิจัยที่ปรึกษา เมื่อนักวิจัยมีความพร้อมมายิ่งขึ้นจึงค่อยๆ ก้าวสูงขึ้นไปสู่บันไดที่ก้าวสูงขึ้น สั่งสมองค์ความรู้ให้แข็งแกร่ง เจาะลึกในเรื่องที่ตนกำลังศึกษา สร้างความโดดเด่นให้กลายเป็นนักวิจัยชั้นนำของประเทศและระดับสากล ตลอดจนสามารถสร้างและพัฒนาทีมวิจัยนักวิจัยรุ่นใหม่ เพื่อสร้างศักยภาพเชิงปัญญาระยะยาวของชาติ ควบคู่กับการนำองค์ความรู้ที่ได้มาพัฒนาต่อยอดก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสาธารณชน
ผลลัพธ์จากการสนับสนุนทุนของฝ่ายวิชาการ
1. ผลผลิตเชิงวิชาการ

สามารถผลิตนักวิจัยเข้าสู่วงการวิจัยมากกว่า 8,500 คน มีผลงานตีพิมพ์ในวารสารวิชาการระดับนานาชาติ 15,437 เรื่อง สิทธิบัตรและอนุสิทธิบัตรที่ได้รับแล้วและยื่นจดจำนวน 210 เรื่อง และหนังสือ 250 เล่ม ซึ่งโดยภาพรวมของการแข่งขันของประเทศจะเห็นได้อย่างชัดเจนว่า เมื่อมีการบริหารจัดการทุนวิจัยโดย สกว. ประเทศไทยมีผลงานตีพิมพ์เกิดขึ้นในระดับนานาชาติ และมีแนวโน้มการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากปี พ.ศ. 2537 และข้อมูลจากฐานข้อมูล ISI Web of Science (สืบค้น ณ วันที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2560) พบว่าประเทศไทยมีผลงานตีพิมพ์ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา มีจำนวน 66,038 บทความ เป็นผลงานที่ฝ่ายวิชาการให้การสนับสนุนจำนวน 11,892 บทความ หรือคิดเป็นร้อยละ 18

2. ผลผลิตเชิงคุณภาพ

การสนับสนุนทุนอย่างต่อเนื่องเป็นการสร้างบันไดอาชีพให้กับนักวิจัย ก่อให้เกิดการผลิตผลงานวิจัยตีพิมพ์ในวารสารวิชาการนานาชาติที่มีคุณภาพทั้งในด้านจำนวนและค่า impact factor ที่สูงขึ้น นักวิจัยมีค่า citation และ H-index เพิ่มขึ้น ทำให้ได้เลื่อนตำแหน่งทางวิชาการที่สูงขึ้น มีโอกาสได้รับทุนวิจัยอื่นๆ ที่เข้มแข็งมากขึ้น มีศักยภาพในการสร้างเครือข่ายระดับชาติและนานาชาติ ตลอดจนส่งเสริมให้ได้รับรางวัลที่มีคุณภาพ อาทิ รางวัลนักวิทยาศาสตร์ดีเด่น, รางวัลนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติของสำนักงานคณะกรรมการการวิจัยแห่งชาติ, รางวัลนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่, UNESCO Science Prize, Fukuoka Asian Culture Prizes, Mahidol-B Braun Award, ASEAN Young Scientist and Technologist Award, Asian Innovation Awards, ASAIHL-SCOPUS Young Scientist Awards, รางวัลปูชนียบุคคลด้านภาษาไทย จากกระทรวงวัฒนธรรม, รางวัลนักวิทยาศาสตร์สตรีดีเด่นเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน จากบริษัท ลอรีอัล (L’Oréal) ประเทศไทย จำกัด, The Robert O. Bass, รางวัลนักเทคโนโลยีดีเด่น และรางวัลนักเทคโนโลยีรุ่นใหม่ เป็นต้น

3. ผลกระทบต่อสังคม

ก่อให้เกิดความเข้มแข็งในฐานรากระบบการวิจัยของประเทศ ทั้งการสร้างกำลังคน พัฒนาบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถด้านการวิจัยพื้นฐาน โดยเฉพาะบุคลากรด้านการวิจัยในมหาวิทยาลัย ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 90 ของนักวิจัยของประเทศ สร้างระบบการทำวิจัยที่ต่อเนื่อง สร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างสถาบันทั้งในและต่างประเทศ เพื่อเพิ่มความมั่นคงต่อระบบการวิจัยของประเทศให้สามารถแข่งขันกับประเทศอื่นได้ เกิดการเปลี่ยนแปลงในวัฒนธรรมองค์กรที่ใช้ฐานความรู้ของการวิจัยนำไปสู่การสร้างรากฐานของนวัตกรรม
การสร้างเครือข่ายความร่วมมือและการสนับสนุนทุนกับหน่วยงานต่างประเทศ
การสร้างเครือข่ายงานวิจัยระดับนานาชาติและการสร้างพันธมิตรวิจัยเพื่อร่วมแบ่งปันความรู้และแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีเพื่อสร้างนวัตกรรม เป็นปัจจัยหนึ่งที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและการยกระดับความเข้มแข็งทางวิชาการ โดยฝ่ายวิชาการมีการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานในต่างประเทศ ดังนี้

1. การสร้างความร่วมมือด้าน Natural Products and Drug Discovery กับ Natural Science Foundation of China (NSFC) China-Thailand Joint Workshop on Natural Products and Drug Discovery ถือเป็นการประชุมวิชาการระหว่าง สกว. และ NSFC เพื่อสร้างและสานต่อความร่วมมืออันดีระหว่างนักวิจัยชั้นนำด้านเคมีทางยา โดยจัดให้มีการนำเสนอผลงานวิจัยของนักวิจัยไทยและจีนที่ผ่านการคัดเลือกจากผู้ที่มีผลงานวิจัยอยู่ในระดับแนวหน้าของประเทศ และเปิดโอกาสให้นักวิจัยได้ร่วมกันพัฒนาโจทย์วิจัย ซึ่งหากโจทย์วิจัยดังกล่าวมีศักยภาพ สกว. และ NSFC ยินดีที่จะสนับสนุนทุนวิจัยเพื่อให้เกิดการทำงานร่วมกันด้วย ทั้งนี้ ในปี พ.ศ. 2559 สกว. และ NSFC เห็นชอบร่วมกันในการสนับสนุนทุนวิจัยจำนวน 4 โครงการ ในประเด็นเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ธรรมชาติเพื่อการค้นพบยาใหม่สำหรับสังคมผู้สูงอายุโดยให้ความสำคัญกับโรคที่พบบ่อยในผู้สูงอายุอาทิ โรคเบาหวาน โรคอัลไซเมอร์ ฯลฯ

2. การสร้างความร่วมมือในสาขา Biodiversity กับ Chinese Academy of Sciences (CAS) มีการจัดประชุม Workshop on Science and Technology Cooperation เพื่อเปิดโอกาสให้นักวิจัยทั้งไทย และจีน ในสาขา “ความหลากหลายทางชีวภาพ” ได้มีการนำเสนอผลงานวิจัยและสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างกัน โดย สกว. และ CAS ได้ตกลงที่จะพัฒนาความร่วมมือต่อเนื่อง โดยจะมีการแลกเปลี่ยนนักวิจัยและสนับสนุนทุนวิจัยร่วมกัน
 
3. โครงการ TRF-UK Newton Fund เป็นกิจกรรมที่เริ่มดำเนินการโดยรัฐบาลอังกฤษ ซึ่งมีวัตถุประสงค์ที่จะสนับสนุนทุนแก่ประเทศพันธมิตรผ่าน delivery partner ต่างๆ ได้แก่ กลุ่ม Academy และ Research Council ต่างๆ ของประเทศอังกฤษ โดยเป็นการร่วมสมทบงบประมาณร่วมกัน ในส่วนของฝ่ายวิชาการได้รับผิดชอบใน 3 โครงการ ดังนี้

3.1 Joint Health Research Call: National Strategic Diseases of Thailand (สกว. ร่วมกับ Medical Research Council) เป็นทุนสนับสนุนการวิจัยด้านการแพทย์ และวิทยาศาสตร์การแพทย์

3.2 Advanced Fellowship Program (สกว. ร่วมกับ Royal Society และ British Academy) สนับสนุนทุนแก่นักวิจัยซึ่งจบปริญญาเอกมาแล้วไม่เกิน 15 ปี ทั้งในสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และสาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์

3.3 Professional Development and Engagement Program (สกว. ร่วมกับ British Council) เป็นทุนสนับสนุนนักวิจัยรุ่นกลาง และเจ้าหน้าที่บริหารโครงการเข้าร่วมสัมมนาเชิงปฏิบัติการด้านการวิจัยและการบริหารจัดการงานวิจัยทั้งในประเทศไทยและประเทศอังกฤษ

4. การสร้างความร่วมมือกับ Office of Naval Research Global (ONRG) เป็นความร่วมมือในการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ Affordable Materials and Technology For Health Monitoring Workshop ระหว่าง สกว. และกองทัพเรือสหรัฐอเมริกา และจากกิจกรรมดังกล่าว ONRG ได้สนับสนุนทุนวิจัยด้าน Health Monitoring ให้แก่นักวิจัยไทยด้วย
กิจกรรมที่ส่งเสริมความสำเร็จของนักวิจัยฝ่ายวิชาการ
1. พิธีพระราชทานโล่แก่ศาสตราจารย์วิจัยดีเด่น และเมธีวิจัยอาวุโส สกว. เพื่อเป็นเกียรติแก่นักวิจัยอาวุโสที่สร้างผลงานดีเด่นมาโดยตลอด อีกทั้งยังเป็นการสร้างแรงจูงใจและกระตุ้นให้นักวิจัยรุ่นหลังได้เห็นแบบอย่างที่ดี และมองเห็นถึงเส้นทางนักวิจัยอาชีพ

2. การประชุม “นักวิจัยรุ่นใหม่ พบ เมธีวิจัยอาวุโส สกว.” เป็นการประชุมวิชาการเพื่อให้นักวิจัยรุ่นใหม่และนักวิจัยรุ่นกลางได้มีโอกาสนำเสนอความก้าวหน้าของผลงานวิจัยที่ได้รับทุน และได้รับข้อคิดเห็นของผู้ทรงคุณวุฒิที่จะนำไปสู่การพัฒนางานวิจัยในโครงการ ส่งเสริมให้เกิดการพบปะและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างนักวิจัยอาวุโส และนักวิจัยรุ่นใหม่ ในเครือข่ายสาขาเดียวกัน หรือสาขาใกล้เคียง เพื่อเกิดการสร้างเครือข่ายวิจัยและประชาคมวิจัยของไทยให้มีความเข้มแข็งเพิ่มมากยิ่งขึ้น

3. การประชุมประจำปีของผู้รับทุนส่งเสริมกลุ่มวิจัย และศาสตราจารย์วิจัยดีเด่น เมธีวิจัยอาวุโส สกว. และศาสตราจารย์วิจัยดีเด่นแต่ละท่านจะจัดการประชุมวิชาการประจำปีของกลุ่มวิจัย เพื่อให้ผู้ร่วมวิจัยได้นำเสนอผลงานในปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้นักวิจัยที่ทำงานวิจัยในสาขาเดียวกันหรือเกี่ยวข้องมาร่วมประชุมเพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และข้อคิดเห็นต่างๆ อันจะผลักดันให้เกิดการพัฒนาทีมวิจัยที่เข้มแข็งในการสร้างสรรค์ผลงานในระดับนานาชาติได้
 
4. งานแถลงข่าวเปิดตัวศาสตราจารย์วิจัยดีเด่นและเมธีวิจัยอาวุโส สกว. จัดขึ้นเพื่อเชิดชูเกียรติแก่นักวิจัยที่มีผลงานเป็นที่ประจักษ์และเป็นประโยชน์ต่อประเทศ และเป็นการกระตุ้นให้สังคมได้เห็นคุณค่าของงานวิจัย ซึ่งได้รับคัดเลือกให้ได้รับทุนวิจัยจาก สกว. เพื่อสร้างองค์ความรู้และพัฒนางานวิจัยของไทยให้สามารถขับเคลื่อนในการพัฒนาประเทศให้แข่งขันได้ในเวทีโลก

5. โครงการ \"ฝ่ายวิชาการ สกว. สัญจร\" เป็นโครงการที่นำระบบนักวิจัยพี่เลี้ยง (mentoring) เข้ามาช่วยเสริมในการให้คำปรึกษาและแนะนำทางด้านวิชาการ รวมทั้งมีการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการในการเขียนต้นฉบับบทความตีพิมพ์ (manuscript) และข้อเสนอโครงการวิจัย (proposal) เพื่อเพิ่มโอกาสให้นักวิจัยประสบความสำเร็จในการทำงานวิจัยมากยิ่งขึ้น ควบคู่กับการให้ข้อมูลเกี่ยวกับระเบียบ กฏเกณฑ์ และข้อปฏิบัติระหว่างการรับทุน นอกจากนี้ ยังเป็นเวทีที่นักวิจัยรุ่นใหม่สามารถพบปะ พูดคุยถึงโครงการที่กำลังดำเนินงานกับผู้บริหารจาก สกว. สกอ. ต้นสังกัด และผู้ทรงคุณวุฒิ โดยฝ่ายวิชาการมุ่งหวังว่าโครงการนี้จะเป็นส่วนหนึ่งในการเพิ่มบุคลากรนักวิจัยรุ่นใหม่ที่มีความพร้อมทางด้านวิชาการ และสามารถบริหารจัดการทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพให้ก้าวเข้าสู่บันไดอาชีพนักวิจัยอย่างมั่งคง และเป็นกำลังสำคัญในการผลิตผลงานวิจัยในการพัฒนาประเทศ
 

 
6. รางวัล TRF-OHEC-Scopus Researcher Awards เป็นรางวัลที่ได้รับการสนับสนุนร่วมกันระหว่าง สกว. สกอ. และสำนักพิมพ์ Elsevier (ผู้จัดทำฐานข้อมูลวารสารวิชาการระดับนานาชาติ SCOPUS) เพื่อมอบให้แก่นักวิจัยรุ่นใหม่และนักวิจัยรุ่นกลาง ที่มีผลงานจากโครงการวิจัยที่อยู่ระหว่างรับทุนของ สกว. หรือสิ้นสุดโครงการไม่เกิน 2 ปี อยู่ในเกณฑ์ดีเยี่ยม ให้มีกำลังใจในการพัฒนางานวิจัยที่มีคุณภาพสูงต่อไป และเป็นตัวอย่างที่ดีแก่นักวิจัยผู้รับทุน โดยพิจารณาจากคุณภาพของบทความที่ตีพิมพ์ในวารสารวิชาการนานาชาติ และผลกระทบในเชิงวิชาการและเชิงสาธารณะ รวมถึงการนำไปใช้ประโยชน์ ใน 6 สาขาวิชา ได้แก่ 1) Life Sciences & Agricultural Sciences 2) Chemical & Pharmaceutical Sciences (Including Chemical Engineering) 3) Engineering and Multidisciplinary Technology 4) Health Sciences 5) Physical Sciences (Including Mathematics & Physics) และ 6) Humanities and Social Sciences
 
7. รางวัล TRF-OHEC-Clarivate Analytics Research Excellence Awards เพื่อเชิดชูเกียรติผู้รับทุนองค์ความรู้ใหม่ที่เป็นพื้นฐานต่อการพัฒนาที่มีผลงานจากโครงการวิจัยที่ได้รับทุน สกว. ดีเยี่ยมในระยะเวลาย้อนหลัง 5 ปี โดยพิจารณาจากคุณภาพของผลงานวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์ในฐานข้อมูล Science Citation Index (SCI) ของ Web of Science การยื่นจดสิทธิบัตรทั้งระดับชาติและนานาชาติ ตลอดจนผลกระทบของการนำผลงานวิจัยไปต่อยอดสู่การใช้ประโยชน์ด้วย
 
8. การจัดประชุมปฐมนิเทศนักวิจัยรุ่นใหม่ เพื่อชี้แจงการบริหารจัดการทุน และระเบียบการเงินและบัญชีและการจัดการทรัพย์สินทางปัญญา ระหว่างการรับทุนพัฒนาศักยภาพในการทำงานวิจัยของอาจารย์รุ่นใหม่ และทุนส่งเสริมนักวิจัยรุ่นใหม่ พร้อมรับฟังประสบการณ์การทำวิจัยจากเมธีวิจัยอาวุโสที่ประสบความสำเร็จ เพื่อนำแนวคิดมาปรับใช้ในการดำเนินงานวิจัย โดยเชิญนักวิจัยอาวุโสที่ประสบความสำเร็จในการทำงานวิจัยมาเล่าประสบการณ์ และให้ข้อคิดเห็นในการดำเนินงานวิจัย

9. การให้ทุนพัฒนาศักยภาพการวิจัยเชิงสถาบันด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นทุนที่สนับสนุนโดย สกว. และต้นสังกัด โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนหน่วยงานที่เข้าร่วมการประเมินคุณภาพผลงานวิจัยเชิงวิชาการด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของสถาบันอุดมศึกษา ซึ่งได้รับผลประเมินคุณภาพดีเยี่ยมให้มีการพัฒนาไปสู่ความเป็นเลิศให้แข่งขันระดับนานาชาติ ตลอดจนมีความสามารถในการบริหารจัดการงานวิจัย

10. การวิเคราะห์และสังเคราะห์ผลงานวิจัยของฝ่ายวิชาการ เป็นทุนที่จัดให้มีการวิเคราะห์และสังเคราะห์ผลงานวิจัยของฝ่ายวิชาการใน 3 สาขา ได้แก่ สาขาเกษตรและวิทยาศาสตร์เกษตร สาขาการแพทย์และวิทยาศาสตร์การแพทย์ และสาขาวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี ทั้งนี้ผลจากการวิเคราะห์และสังเคราะห์ผลงานวิจัยดังกล่าวจะนำมาซึ่งประเด็นการวิจัยเชิงยุทธศาสตร์ของงานวิจัยที่ สกว. ควรผลักดันในระยะเวลา 3-5 ปี ต่อจากนี้ และโครงการวิจัยที่มีศักยภาพในการพัฒนาต่อยอดเพื่อการนำไปใช้ประโยชน์ พร้อมทั้งข้อเสนอแนะ หรือแนวทางในการผลักดันไปสู่การนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์อย่างแท้จริง
 

 
11. การพัฒนาการวิจัยด้านมนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ และศิลปกรรม

ฝ่ายวิชาการได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการกระตุ้น สร้างนักวิจัย และงานวิจัยด้านมนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ และศิลปกรรมให้มีปริมาณและคุณภาพมากขึ้น โดยฝ่ายวิชาการจัด การประชุม “เมธีวิจัยอาวุโส สกว. สาขามนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ และศิลปกรรม” ซึ่งกำหนดจัดการประชุมเป็นประจำทุก 2 เดือน โดยได้รับความร่วมมือจากเมธีวิจัยอาวุโส สกว. เข้าร่วมเสวนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเพื่อหามาตรการสร้างนักวิจัย และกระตุ้นให้เกิดผลงานวิจัยให้มีปริมาณและคุณภาพมากขึ้น พร้อมทั้งให้คำแนะนำเกี่ยวกับการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของนักวิจัยที่กำลังจะขอทุนวิจัย สกว. กับนักวิจัยรุ่นใหม่และนักวิจัยรุ่นกลางที่กำลังดำเนินการวิจัย รวมทั้งสร้างประชาคมวิจัยทางวิชาการ โดยมีกิจกรรม ดังนี้
 
11.1 การสัมมนาเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาข้อเสนอโครงการวิจัยของอาจารย์รุ่นใหม่ สาขามนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ และศิลปกรรม (โครงการเจียระไนเพชร) เป็นการประชุมกลุ่มย่อยเพื่อระดมความคิดระหว่างผู้ทรงคุณวุฒิกับนักวิจัยผู้รับทุนในกลุ่มมนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ และศิลปกรรม เพื่อให้คำแนะนำในการเขียนข้อเสนอโครงการให้มีประสิทธิภาพ และกระตุ้นสร้างนักวิจัยรุ่นใหม่เข้าสู่เส้นทางนักวิจัยอาชีพ

11.2 โครงการวิจัยเชิงสหสาขาวิชาด้านมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์แบบกำหนดกรอบและประเด็นหลักสำหรับนักวิจัยรุ่นใหม่และรุ่นกลาง เรื่อง “ความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคมของไทยในปริทรรศน์ประวัติศาสตร์” เป็นโครงการที่กำหนดกรอบประเด็น จึงมีสาระที่ค่อนข้างหลากหลายและต้องศึกษาวิเคราะห์จากแง่มุมต่างๆ โดยยึดประวัติศาสตร์เป็นแกนกลาง และมีการเชื่อมโยงความรู้ในลักษณะสหสาขาวิชา ซึ่งโครงการนี้ใช้ระบบที่ปรึกษาหลายคน (multiple mentoring system) เพื่อให้นักวิจัยได้ขยายพรมแดนความรู้ และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันระหว่างนักวิจัยที่มาจากสาขาต่างๆ ผ่าน “อาศรมนักวิจัย” อันจะนำไปสู่เครือข่ายงานวิจัยที่เข้มแข็งและสร้างสรรค์ผลงานวิจัยที่มีคุณภาพต่อไป
ทิศทางอนาคต
แนวทางการสนับสนุนทุนวิจัยของฝ่ายวิชาการใน 10-20 ปีข้างหน้าจะต้องรับมือการเปลี่ยนแปลงของบริบทโลกให้มากยิ่งขึ้น แต่ก็ยังคงพันธกิจหลักคือ การสร้างนักวิจัย สร้างองค์ความรู้ใหม่ที่เป็นพื้นฐานต่อการพัฒนาประเทศ โดยเฉพาะการต่อยอดนวัตกรรม ภายใต้รูปแบบของบันไดอาชีพนักวิจัย แต่บันไดอาชีพต้องมีการยกระดับความมั่นคง เหมาะสม และสร้างแรงกระตุ้นให้แก่นักวิจัยมากยิ่งขึ้น สร้าง Ecosystem ให้กับนักวิจัยในทุกระบบ ควบคู่กับการแสวงหาพันธมิตรระหว่างเครือข่ายทั้งในและต่างประเทศ เพื่อให้การร่วมมือด้านการวิจัย ร่วมสร้างและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ตลอดจนร่วมสนับสนุนทุนวิจัย นอกจากนี้ ฝ่ายวิชาการยังพิจารณาไปถึงการสนับสนุนทุนพื้นฐานที่มีโจทย์วิจัยสอดคล้องกับความต้องการของประเทศ มีน้าวโน้มในการต่อยอดให้กลายเป็นเทคโนโลยีหรือนวัตกรรม เพื่อใช้ในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติที่มุ่งหวังให้ประเทศก้าวข้าวผ่านกับดับรายได้ปานกลาง (Middle Income Trap) ภายใต้แผนกระตุ้นเศรษฐกิจโมเดลใหม่ “ประเทศไทย 4.0” หรือการสนับสนุนทุนที่นำองค์ความรู้ที่ได้รับจากการรับทุนมาบูรณาการเข้าด้วยกัน ก่อให้เกิดนวัตกรรมที่สร้างผลกระทบต่อสังคมในวงกว้างได้ เช่น การนำเทคโนโลยีฉลาดมาผนวกกับระบบนิเวศชุมชนมาปรับใช้กับสังคมผู้สูงวัย การนำสารสกัดมาผลิตเป็นยารักษาโรคร้ายต่างๆ เป็นต้น
แหล่งที่มา : ประชาคมวิจัย    ฉบับที่ : 16    หน้าที่ :      จำนวนคนเข้าชม : 54   คน