เมนู



ฉบับพิเศษ

สิงหาคม  2560




เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)

Biodata ฐานข้อมูลนักวิชาการ ประเทศไทย

ห้องสมุดออนไลน์ สกว.

ฝ่ายวิจัยเพื่อท้องถิ่น งานวิจัยท้องถิ่น

โครงการปริญญาเอก คปก.

ร้านหนังสือ สกว.




จำนวนผู้เข้าชม

2514051

รายละเอียด

“รางวัล 2017 TRF-OHEC-Clarivate Analytics Research Excellence Award”

“การออกแบบวัสดุโครงข่ายสามมิติแห่งอนาคต”
โดย ศ.ดร.สุจิตรา ยังมี
ศูนย์วิจัยเคมีวัสดุ ภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์
มหาวิทยาลัยขอนแก่น


วัสดุโครงข่ายโลหะอินทรีย์ เรียกสั้นๆ ว่า มอฟส์ (MOFs) เป็นวัสดุลูกผสมที่เกิดจากการรวมตัวกันระหว่างสารอนินทรีย์ (ไอออนโลหะ) กับสารอินทรีย์ ซึ่งยึดต่อกันเกิดเป็นวัสดุ MOFs ที่มีโครงข่ายหลายมิติ MOFs กำลังเป็นวัสดุทางเลือกใหม่ในอนาคตที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากมีสมบัติเด่นหลายประการเมื่อเทียบกับวัสดุรูพรุนดั้งเดิมอย่างซีโอไลต์ ซิลิกา และถ่านกัมมันต์ นั่นคือ โครงสร้างเป็นโพรงหรือรูพรุน ทำให้มีพื้นที่ผิวในการดูดซับสูงมาก ทนความร้อน และความเป็นกรดด่างได้สูง บางชนิดมีโครงสร้างยืดหยุ่น ซึ่งเป็นข้อดีต่อสมบัติการเร่งปฏิกิริยาแบบจำเพาะ สมบัติการดูดซับและคัดแยกสารเคมีที่มีขนาดและรูปร่างต่างกัน รวมถึงสมบัติการตอบสนองต่อสิ่งเร้าภายนอก เช่น การเปลี่ยนสีเมื่อลดหรือเพิ่มอุณหภูมิ ซึ่งเป็นสมบัติเด่นของเซนเซอร์ นอกจากนี้ยังสามารถปรับให้มีสมบัติอื่นๆ เช่น สมบัติแม่เหล็ก ทั้งนี้ขึ้นกับการออกแบบที่ดีให้มีความจำเพาะเจาะจงต่อการนำไปใช้งาน และสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้

งานวิจัยนี้เป็นการออกแบบ สังเคราะห์ และทดสอบสมบัติหน้าที่ของวัสดุ MOFs เพื่อปรับปรุงและพัฒนาสมบัติให้ดีขึ้นกว่าวัสดุรูพรุนดั้งเดิม และมีความจำเพาะเจาะจงต่อการนำไปใช้งานในด้านต่างๆ ผลวิจัยพบว่าสามารถออกแบบให้มีสมบัติเฉพาะทางแม่เหล็ก สมบัติเร่งปฏิกิริยาที่มีความจำเพาะ สมบัติการแลกเปลี่ยนไอออนแบบจำเพาะ สมบัติเซนเซอร์เชิงแสง รวมทั้งสมบัติการดูดซับและคัดแยกสารเคมีได้ ซึ่งทำการทดสอบคุณสมบัติต่างๆ เรียบร้อยแล้ว องค์ความรู้นี้จะนำไปสู่การวิจัยและพัฒนาวัสดุที่มีศักยภาพสูงเพื่อประยุกต์ใช้ในหลายอุตสาหกรรมในอนาคต ได้แก่ วัสดุแลกเปลี่ยนไอออนแบบจำเพาะ ตัวเร่งปฏิกิริยาที่มีความจำเพาะสูงในอุตสาหกรรมเคมี และเซนเซอร์สำหรับตรวจจับความชื้นและวัตถุระเบิด
“ภัยเงียบในสมองของชายวัยทองแล้วอ้วนลงพุง”
โดย ศ.ดร.ทพญ.สิริพร ฉัตรทิพากร
ภาควิชาชีววิทยาช่องปากและพิเคราะห์โรคช่องปาก
คณะทันตแพทยศาสตร์ และศูนย์วิจัยและฝึกอบรมโรคทางไฟฟ้าของหัวใจ คณะแพทยศาสตร์
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่


ผลงานวิจัยในสัตว์ทดลองครั้งนี้ แสดงให้เห็นว่าภาวะวัยทองที่พร่องฮอร์โมนเพศชายสามารถเกิดภาวะเสื่อมถอยของการทำงานของสมองได้ทั้งที่ไม่มีภาวะอ้วนลงพุงเกิดขึ้น จึงจัดเป็นภัยเงียบที่แฝงอยู่และเป็นข้อควรระวังเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งการให้ฮอร์โมนเพศชายทดแทนในกรณีนี้สามารถช่วยลดการเสื่อมของสมองลงได้ ส่วนกรณีภาวะวัยทองแล้วอ้วนลงพุง พบว่าก็มีการเสื่อมถอยของการทำงานของสมองเช่นเดียวกัน แต่การให้ฮอร์โมนเพศชายไม่สามารถช่วยลดภาวะสมองเสื่อมนั้นได้ จุดที่น่าสนใจคือ การให้ยาต้านเบาหวานที่ใช้รักษาผลเสียจากภาวะอ้วนลงพุงนั้น สามารถฟื้นฟูการทำงานของสมองได้ในกรณีที่ยังมีฮอร์โมนเพศอยู่เท่านั้น แต่ไม่สามารถฟื้นฟูการทำงานของสมองได้ในภาวะวัยทองแล้วอ้วนลงพุง ผลการวิจัยนี้จึงแสดงให้เห็นว่าการให้ฮอร์โมนเพศชายหรือยาต้านเบาหวานเพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง อาจไม่เพียงพอที่จะช่วยในการป้องกันการเสื่อมของสมองได้ในชายวัยทองแล้วอ้วนลงพุงได้

นอกจากนี้ ผลการวิจัยยังแสดงให้เห็นว่าการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน โดยการจำกัดพลังงานที่กินเข้าไปในระยะเวลาสั้นๆ สามารถช่วยรักษาผลเสียจากภาวะอ้วนลงพุงได้ แต่ยังไม่เพียงพอที่จะสามารถฟื้นฟูการทำงานสมอง ดังนั้นเมื่อเกิดการเสื่อมถอยของสมองจากภาวะอ้วนลงพุงแล้ว ยากที่จะแก้ไขให้กลับมาเป็นปกติ สรุปได้ว่าการป้องกันภาวะอ้วนลงพุงจึงจะเป็นประโยชน์กับการทำงานสมองได้ดีที่สุด ความรู้จากงานวิจัยนี้ช่วยสนับสนุนนโยบายของประเทศที่ว่า “คนไทยไร้พุง” ทั้งนี้คนไทยไร้พุงไม่ใช่เพียงเพื่อสุขภาพกายที่ดีเท่านั้น แต่ยังเพื่อสุขภาพสมองที่ดีอีกด้วย
“ผึ้งไทยในเวทีโลก”
โดย รศ.ดร.ภาณุวรรณ จันทวรรณกูร
ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่


ผึ้งเป็นแมลงเศรษฐกิจที่สำคัญที่สร้างรายได้ให้แก่เกษตรกร และเป็นแมลงผสมเกสรให้แก่พืชที่สำคัญ แต่อุปสรรคจากโรคระบาดที่เกิดจากเชื้อโรคและศัตรูผึ้งที่มีอยู่ในธรรมชาติ ทำให้ผึ้งภายในรังมีสภาพอ่อนแอเกิดการสูญเสียประชากรภายในรังและภาวะการล่มสลายของรัง การค้าขายและขนส่งที่รวดเร็วในปัจจุบันทำให้การระบาดของโรคและไรปรสิตประจำถิ่นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แพร่ระบาดไปทั่วโลกและข้ามสายพันธุ์ได้ง่าย ผู้วิจัยจึงศึกษากลไกการต้านโรคและไรปรสิตในผึ้งประจำถิ่นของไทย พบว่ามีกลไกต้านทานโรคและไรปรสิตได้ดีกว่าพันธุ์ของยุโรป โดยมีพฤติกรรมทำความสะอาดของรัง พฤติกรรมทำความสะอาดเป็นกลุ่ม และภูมิคุ้มกันที่สูงกว่าเมื่อได้รับเชื้อหรือการมีไรปรสิต

งานวิจัยนี้จะเป็นองค์ความรู้ใหม่ในการต่อยอดปรับปรุงพันธุ์ผึ้งที่ต้านทานโรคและปรสิตในอุตสาหกรรมผึ้งโลก รวมถึงเพื่อเป็นการสนับสนุนการเลี้ยงผึ้งไทย ซึ่งได้มีการถ่ายทอดสู่ชุมชนเกษตรกร โดยเฉพาะภาคเหนือตอนบนด้วยการจัดประชุมสัมมนาทุกปี และแจกหนังสือให้ความรู้ นอกจากนี้ ได้องค์ความรู้ที่ได้สามารถนำไปต่อยอดเพื่อพัฒนาการคัดเลือกสายพันธุ์ผึ้งไทยได้ต่อไป
แหล่งที่มา : ประชาคมวิจัย    ฉบับที่ : 16    หน้าที่ :      จำนวนคนเข้าชม : 64   คน