เมนู



ฉบับพิเศษ

สิงหาคม  2560




เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)

Biodata ฐานข้อมูลนักวิชาการ ประเทศไทย

ห้องสมุดออนไลน์ สกว.

ฝ่ายวิจัยเพื่อท้องถิ่น งานวิจัยท้องถิ่น

โครงการปริญญาเอก คปก.

ร้านหนังสือ สกว.




จำนวนผู้เข้าชม

2490172

รายละเอียด

โครงการฝ่ายวิชาการ สกว. สัญจร
แพมาลา อุทะนุต
เจ้าหน้าที่บริหารโครงการ
ฝ่ายวิชาการ สกว.
paemala@trf.or.th


โครงการ “ฝ่ายวิชาการ สกว. สัญจร” เป็นโครงการที่จัดทำขึ้นเพื่อติดตามการดำเนินงานของทุนพัฒนาศักยภาพในการทำงานวิจัยของอาจารย์รุ่นใหม่ และทุนส่งเสริมนักวิจัยรุ่นใหม่ และเป็นเวทีที่ผู้บริหารจาก สกว. ต้นสังกัด และผู้ทรงคุณวุฒิได้รับฟังปัญหาอย่างใกล้ชิดจากนักวิจัยในการร่วมแก้ไขปัญหา และให้คำแนะนำทั้งในเชิงวิชาการ และเชิงการบริหารจัดการทุนวิจัย นอกจากนี้ ยังเป็นการส่งเสริมการสร้างความเข้มแข็งของเครือข่ายวิจัยระหว่างนักวิจัยรุ่นใหม่ เมธีวิจัยอาวุโส สกว. และผู้ทรงคุณวุฒิ
รูปแบบของกิจกรรมจะประกอบด้วย
1. ผู้บริหาร สกว. และ สกอ. ชี้แจงสถานะโครงการทุนรุ่นใหม่ให้หน่วยงานต้นสังกัดได้รับทราบ

2. การบรรยายห้องใหญ่

- การเสวนาเรื่อง “การทำงานวิจัยอย่างไรให้ประสบความสำเร็จ” โดย เมธีวิจัยอาวุโส สกว. และผู้ทรงคุณวุฒิ

- การบรรยายเรื่อง “การบริหารจัดการทุนอย่างมืออาชีพ” โดย รศ.ดร.อภิศักดิ์ ธีระวิสิษฐ์ ผู้อำนวยฝ่ายสำนักงาน สกว.

- การบรรยายเรื่อง “การประเมินข้อเสนอโครงการ และการจัดสรรทุนแบบใหม่ของฝ่ายวิชาการ สกว.” โดย รศ.ดร.สมปอง คล้ายหนองสรวง ผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ สกว.
 
3. การอบรมเชิงเทคนิคในการเขียนข้อเสนอโครงการและบทความวิชาการ

- สาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดย ศ.ดร.สักกมน เทพหัสดิน ณ อยุธยา ศ.ดร.นพ.นรัตถพล เจริญพันธุ์ และ ศ.ดร.นวดล เหล่าศิริพจน์

- สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ โดย รศ.ดร.โกวิทย์ กังสนันท์ ดร.วินัย พงศ์ศรีเพียร ศ.ดร.อมรา ประสิทธิ์รัฐสินธุ์ และ ศ.ดร.บุษบา กนกศิลปธรรม
ทั้งนี้ วิทยากรในการอบรมจะเป็นไปในตามความเหมาะสมในแต่ละภูมิภาค
 
4. การอบรมเชิงปฏิบัติการในการเขียนข้อเสนอโครงการและบทความวิชาการ สาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และสาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ โดยนักวิจัยรุ่นใหม่จะส่งร่างข้อเสนอโครงการและบทความตีพิมพ์ผ่านระบบออนไลน์ตั้งแต่ตอนลงทะเบียนสมัครเข้าร่วมโครงการ หลังจากนั้น ฝ่ายฯ จะส่งให้เมธีวิจัยอาวุโส สกว. และผู้ทรงคุณวุฒิประเมินร่างข้อเสนอโครงการและบทความตีพิมพ์ ซึ่งเมธีวิจัยอาวุโส สกว. และผู้ทรงคุณวุฒิจะนำผลการพิจารณา ตลอดจนข้อคิดเห็นต่างๆ มาร่วมอภิปรายกับนักวิจัยรุ่นใหม่ในวันที่จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ
 
การดำเนินโครงการฝ่ายวิชาการ สกว. สัญจร มีรายละเอียด ดังนี้

ครั้งที่ 1 จัดที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น ระหว่างวันที่ 6-7 มิถุนายน 2559 มีผู้เข้าร่วมโครงการวันแรก 142 คน และวันที่สอง 130 คน มหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมรับฟังสถานะโครงการทุนรุ่นใหม่ ได้แก่ มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมมงคลอีสาน มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ และมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี วิทยากรเสวนาห้องใหญ่ ได้แก่ ศ.ดร.โสพิศ วงศ์คำ ศ.ดร.สมเดช กนกเมธากุล และ ศ.ดร.บุษบา กนกศิลปธรรม เมธีวิจัยอาวุโส สกว. และผู้ทรงคุณวุฒิ ที่พิจารณาร่างข้อเสนอโครงการและบทความวิชาการ ได้แก่ ศ.ดร.ปริญญา จินดาประเสริฐ ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ศ.ดร.อภิรัฐ ศิริธราธิวัตร ศ.ดร.สนั่น จอกลอย ศ.ดร.เมธา วรรณพัฒน์ ศ.ดร.วันชัย มาลีวงษ์ ศ.ดร.บรรจบ ศรีภา ศ.ดร.สุจินต์ บุรีรัตน์ รศ.ดร.สาธิต แซ่จึง ผศ.ดร.รินา ภัทรมานนท์ ศ.ดร.สักกมน เทพหัสดิน ณ อยุธยา ศ.ดร.นพ.นรัตถพล เจริญพันธุ์ ศ.ดร.นวดล เหล่าศิริพจน์ รศ.ดร.กุลธิดา ท้วมสุข รศ.ดร.บัวพันธ์ พรหมพักพิง รศ.ดร.โกวิทย์ กังสนันท์ ศ.ดร.บุษบา กนกศิลปธรรม และ ดร.วินัย พงศ์ศรีเพียร
 
ครั้งที่ 2 จัดที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 16-17 มิถุนายน 2559 มีผู้เข้าร่วมโครงการวันแรก 202 คน และวันที่สอง 153 คน มหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมรับฟังสถานะโครงการทุนรุ่นใหม่ ได้แก่ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา มหาวิทยาลัยพะเยา มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยพายัพ และมหาวิทยาลัยแม่โจ้ วิทยากรเสวนาห้องใหญ่ ได้แก่ ศ.ดร.นพ.นิพนธ์ ฉัตรทิพากร ศ.ดร.เกตุ กรุดพันธุ์ ศ.ดร.สุเทพ สวนใต้ และ ดร.วินัย พงศ์ศรีเพียร เมธีวิจัยอาวุโส สกว. และผู้ทรงคุณวุฒิที่พิจารณาร่างข้อเสนอโครงการและบทความวิชาการ ได้แก่ ศ.ดร.นพ.นิพนธ์ ฉัตรทิพากร ศ.ดร.ทวี ตันฆศิริ ศ.ดร.เกตุ กรุดพันธ์ ศ.ดร.สายสมร ลำยอง ศ.ดร.สุเทพ สวนใต้ ศ.ดร.ทพญ.สิริพร ฉัตรทิพากร รศ.ดร.สุทธิชัย เปรมฤดีปรีชาชาญ ศ.ดร.สักกมน เทพหัสดิน ณ อยุธยา ศ.ดร.นพ.นรัตถพล เจริญพันธุ์ ศ.ดร.นวดล เหล่าศิริพจน์ รศ.ดร.โกวิทย์ กังสนันท์ ดร.วินัย พงศ์ศรีเพียร รศ.ดร.รวี ลงกานี และ ดร.อัครพงศ์ อั้นทอง
 
ครั้งที่ 3 การประชุมชี้แจงสถานะโครงการทุนรุ่นใหม่ให้ต้นสังกัดได้รับทราบจัดที่ห้องประชุม 1 ชั้น 15 สกว. ในวันที่ 21 มิถุนายน 2559 มีผู้เข้าร่วมประชุม 37 คน มีมหาวิทยาลัยและหน่วยงานวิจัยเข้าร่วม ได้แก่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ มหาวิทยาลัยนเรศวร มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ มหาวิทยาลัยนครพนม และมหาวิทยาลัยบูรพา

การประชุมสำหรับนักวิจัยรุ่นใหม่จัดที่โรงแรม เดอะ สุโกศล กรุงเทพฯ ในวันที่ 22 มิถุนายน 2559 มีผู้เข้าร่วมโครงการ 144 คน วิทยากรเสวนาห้องใหญ่ ได้แก่ ศ.ดร.สมชาติ โสภณรณฤทธิ์ ศ.ดร.สมศักดิ์ ปัญหา ศ.ดร.สุทธิชัย อัสสะบำรุงรัตน์ และ รศ.ดร.โกวิทย์ กังสนันท์ เมธีวิจัยอาวุโส สกว. และผู้ทรงคุณวุฒิที่พิจารณาร่างข้อเสนอโครงการและบทความวิชาการ ได้แก่ ศ.ดร.อัญชลี ทัศนาขจร ศ.ดร.สมศักดิ์ ปัญหา ศ.ดร.วิลาศ วูวงศ์ ดร.ขจรศักดิ์ เฟื่องนวกิจ ศ.ดร.อุทัยรัตน์ ณ นคร รศ.ดร.เมตตา เจริญพานิช ศ.ดร.ผดุงศักดิ์ รัตนเดโช ศ.ดร.สมชาย วงศ์วิเศษ ศ.ดร.สักกมน เทพหัสดิน ณ อยุธยา ศ.ดร.นวดล เหล่าศิริพจน์ ศ.ดร.นพ.นรัตถพล เจริญพันธุ์ ดร.วินัย พงศ์ศรีเพียร รศ.ดร.โกวิทย์ กังสนันท์ และ ศ.ดร.บุษบา กนกศิลปธรรม

ครั้งที่ 4 จัดที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ ระหว่างวันที่ 12-13 กรกฎาคม 2559 มีผู้เข้าร่วมโครงการวันแรก 128 คน และวันที่สอง 105 คน มหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมรับฟังสถานะโครงการทุนรุ่นใหม่ ได้แก่ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ และมหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยากรเสวนาห้องใหญ่ ได้แก่ ศ.ดร.อมรรัตน์ พงศ์ดารา ศ.ดร.วัชรินทร์ รุกขไชยศิริกุล และ ศ.ดร.อมรา ประสิทธิ์รัฐสินธุ์ เมธีวิจัยอาวุโส สกว. และผู้ทรงคุณวุฒิที่พิจารณาร่างข้อเสนอโครงการและบทความวิชาการ ได้แก่ ศ.ดร.วัชรินทร์ รุกขไชยศิริกุล ศ.ดร.ศุภยางค์ วรวุฒิคุณชัย รศ.ดร.เพริศพิชญ์ คณาธารณา ศ.ดร.พูนสุข ประเสริฐสรรพ์ ศ.ดร.นพ.นรัตถพล เจริญพันธุ์ ศ.ดร.นวดล เหล่าศิริพจน์ รศ.ดร.โกวิทย์ กังสนันท์ ศ.ดร.อมรา ประสิทธิ์รัฐสินธุ์ และ ดร.วินัย พงศ์ศรีเพียร
 
ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากการประชุมชี้แจงสถานะโครงการทุนรุ่นใหม่กับหน่วยงานต้นสังกัด

เป้าหมายหลักของโครงการฝ่ายวิชาการ สกว. สัญจร คือการติดตามโครงการล่าช้า ซึ่งโครงการล่าช้าสื่อถึงประสิทธิภาพของการทำงานของแหล่งให้ทุนว่ามีการทำงานทั้งการประเมินข้อเสนอโครงการและการติดตามว่าเป็นอย่างไร โดยจำนวนโครงการล่าช้าควรมีจำนวนไม่เกินร้อยละ 20 ของโครงการที่ดำเนินการทั้งหมด โดยที่ผ่านมา สกว. ทำงานได้ค่อนข้างดี แต่อย่างไรเนื่องจากฝ่ายวิชาการ สกว. มีการจัดสรรทุนให้นักวิจัยเป็นจำนวนมาก จึงทำให้มีจำนวนโครงการล่าช้ามากตามไปด้วย ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการเบิกจ่ายงบประมาณของ สกว. ที่กลายเป็นหนี้ที่รอจ่าย นอกจากนี้ ยังส่งผลต่อการเดินหน้าของนโยบายของภาครัฐที่ต้องการนำงานวิจัยมาช่วยให้การขับเคลื่อนประเทศ เนื่องจากบุคลากรวิจัยที่ได้ถูกผลิตขึ้นมานั้น ไม่ทำงานวิจัยอย่างต่อเนื่อง หรือบางท่านก็เลิกล้มการทำวิจัยไป ดังนั้น สกว. สกอ. ต้นสังกัด และผู้ทรงคุณวุฒิ จึงมีการปรึกษาหารือเพื่อร่วมหาแนวทางในการช่วยผลักดันปัญหาดังกล่าว ซึ่งมีข้อเสนอแนะ ดังนี้

1. กลไกการติดตามโครงการ

- มหาวิทยาลัยคงต้องทำงานร่วมกันกับ สกว. เช่น การให้นักวิจัยส่งรายงาน หรือการที่ สกว. แจ้งสถานะโครงการ ควรแจ้งมายังฝ่ายวิจัยของมหาวิทยาลัยให้ได้ทราบและช่วยติดตามก่อนที่โครงการจะเป็นโครงการล่าช้า

- ที่ประชุมแนะนำให้ สกว. ใช้เครือข่ายวิจัยของ สกอ. ทั้ง 9 ภูมิภาค ในการติดตาม เนื่องจากทุนนี้เป็นทุนที่ สกอ. ร่วมสมทบงบประมาณด้วย ซึ่งจะมีการประชุมปีละ 2-3 ครั้ง นอกจากนี้ ยังได้ยกตัวอย่างการติดตามโครงการของ สกอ. ที่สนับสนุนในกลุ่มของมหาวิทยาลัยราชภัฏ จะมีการติดตามของผู้ทรงคุณวุฒิผ่านโครงการ site visit เพื่อกระตุ้นให้นักวิจัยเร่งทำงานวิจัย
 
2. ระบบนักวิจัยที่ปรึกษา

- นักวิจัยที่ปรึกษาบางท่าน เป็นนักวิจัยที่ปรึกษาเฉพาะในนาม คือ เซ็นชื่อในสัญญาและรายงาน แต่ขาดการให้คำปรึกษากับนักวิจัยรุ่นใหม่

- ควรส่งเสริมให้นักวิจัยทำงานวิจัยเป็นทีม สร้างความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างนักวิจัยรุ่นใหม่ และนักวิจัยที่ปรึกษา โดยเฉพาะนักวิจัยที่ปรึกษาต้องทำให้นักวิจัยเข้าใจว่าจะไม่เข้ามามีส่วนร่วมในบทความตีพิมพ์ ซึ่งการสร้างกลุ่มวิจัยต้องประกอบด้วยนักวิจัยหลายๆ ระดับ เช่น ศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ อาจารย์ ตลอดจนนักวิจัยระดับปริญญาเอก เพื่อช่วยลดช่องว่างระหว่างรุ่นของนักวิจัย

- การมีกลุ่มวิจัยและเครือข่ายวิจัยเป็นสิ่งจำเป็นในการทำงานวิจัยให้ประสบความสำเร็จ โดยเฉพาะนักวิจัยรุ่นใหม่ควรแสวงหากลุ่มวิจัย ในการช่วยให้โครงการสามารถดำเนินการได้อย่างประสบความสำเร็จ

- การปลูกฝังวัฒนธรรมการวิจัยภายในองค์กร เพื่อให้นักวิจัยที่เข้ามาใหม่ได้ซึมซับกับวัฒนธรรม และได้รู้สึกว่าการทำวิจัยเป็นหน้าที่ที่จำเป็น นอกเหนืองานสอน

- สกว. น่าจะมีระบบนักวิจัยที่ปรึกษาเพิ่มเติม โดยให้ศาสตราจารย์วิจัยดีเด่น และเมธีวิจัยอาวุโส สกว. เข้ามามีบทบาทในระบบนี้เพิ่มเติมมากยิ่งขึ้น

- ควรเพิ่มให้มีค่าตอบแทนนักวิจัยที่ปรึกษา อาจจะเพิ่มในรูปแบบของ reward เมื่อนักวิจัยรุ่นใหม่สามารถสิ้นสุดโครงการและมีผลงานตีพิมพ์ได้ แต่ระบบการจัดอย่างเช่นคุณสมบัติของนักวิจัยที่ปรึกษา จำนวน mentee ที่ต้องดูแล ก็น่าจะมีเกณฑ์ที่มากำหนดให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น
 
3. ปัญหาจากตัวนักวิจัยรุ่นใหม่

- นักวิจัยมีภาระงานสอน งานวิจัย งานบริการวิชาการ ทำนุศิลปวัฒนธรรม จึงทำให้ไม่มีเวลาทำงานวิจัย

- นักวิจัยไม่ชอบเขียนบทความวิชาการ ทั้งๆ ที่มีผลงานวิจัยจำนวนมาก แต่ขาดการวิเคราะห์ และเขียนบทความ เพื่อเผยแพร่ผลงาน

- การที่นักวิจัยไปรับตำแหน่งบริหาร ซึ่งปัญหานี้จะพบมากในมหาวิทยาลัยขนาดเล็ก มหาวิทยาลัยราชมงคลและราชภัฏ เนื่องจากมีอาจารย์จำนวนน้อย จึงต้องดึงตัวอาจารย์รุ่นใหม่ไปเป็นผู้บริหาร

4. การจัดสรรทุนและการประเมิน

- ทุนฝ่ายวิชาการ สกว. งบประมาณน้อยแต่ต้องการคุณภาพสูง เมื่อเปรียบเทียบกับทุนจากแหล่งทุนอื่น เนื่องจากหน่วยงานให้ทุนต่างๆ จะมีความแตกต่างกันของลักษณะการให้ทุน ขึ้นอยู่กับพันธกิจของหน่วยงานให้ทุนนั้นๆ นักวิจัยจึงมีทางเลือกที่จะสามารถเลือกขอทุนให้ตรงกับความถนัดของตนเอง แต่การขอทุนจาก สกว. ทำให้เกิดความภูมิใจ เพราะข้อเสนอโครงการต้องผ่านการประเมินอย่างเข้มข้น และเมื่อได้ตีพิมพ์ก็เป็น record ของตนเอง

- มหาวิทยาลัยต้นสังกัดขอข้อคิดเห็นของการปฏิเสธโครงการให้ส่งให้มหาวิทยาลัยช่วยปรับแก้ไข หรือหานักวิจัยที่ปรึกษาที่ตรงกับโครงการ

- ข้อเสนอโครงการที่นักวิจัยรุ่นใหม่เขียนเข้ามาขอทุน ควรมีบทความวิชาการที่ชัดเจน เพื่อประกอบการพิจารณา เพื่อให้ผู้ประเมินเห็นศักยภาพหรือแนวโน้มของนักวิจัยว่าสามารถผลิตผลงานตีพิมพ์ได้
 
5. การตีพิมพ์ในวารสารวิชาการนานาชาติ ควรมีกระบวนการส่งเสริมในการตีพิมพ์ เช่น สกว. ควรมีวารสารที่ได้มาตรฐานให้นักวิจัยตีพิมพ์ เพิ่มจำนวนวารสาร เพิ่มโอกาสให้นักวิจัยได้ตีพิมพ์มากขึ้น

6. อยากให้ สกว. พิจารณาเกณฑ์การสิ้นสุดโครงการของสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ต้องตีพิมพ์ในฐานข้อมูล Web of Science และมีค่า impact factor เท่านั้น ให้สามารถตีพิมพ์ในฐานข้อมูล Scopus ได้ด้วย
 
ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากการจัดอบรมการเขียนข้อเสนอโครงการและบทความวิชาการ และการจัดประชุมบรรยายห้องใหญ่

1. ควรมีการประชาสัมพันธ์การอบรมและกิจกรรมต่างๆ ให้ทั่วถึงมากกว่านี้

2. ผู้ทรงคุณวุฒิที่ช่วยพิจารณาร่างข้อเสนอโครงการและบทความวิชาการยังขาดความหลากหลาย โดยเฉพาะสาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ น่าจะเพิ่มสาขาการศึกษาศาสตร์ ปรัชญา เป็นต้น จึงทำให้ไม่สามารถชี้แนะในรายละเอียดได้อย่างชัดเจน

3. ควรจัดการประชุมแยกสาขาย่อยให้ชัดเจน เพื่อให้ผู้ทรงคุณวุฒิที่แนะนำตรงสาขาวิชา หรือทำเป็น workshop เฉพาะเรื่อง เช่น การเขียนข้อเสนอโครงการ การเขียนบทความทางวิชาการ เพื่อให้สามารถฝึกฝนไปพร้อมๆ กับวิทยากร

4. ผู้ทรงคุณวุฒิควรให้คำปรึกษาแบบ one by one ซึ่งจะได้ประโยชน์มากกว่านี้

5. การจัดประชุมฝ่ายวิชาการ สกว. สัญจร ในกรุงเทพฯ ควรเพิ่มระยะเวลาเป็น 2 วัน และแยกช่วงเวลาการจัดอบรมเขียนข้อเสนอโครงการและบทความวิชาการ เพื่อนักวิจัยได้เข้าร่วมทั้งสองช่วง และน่าจะจัดการประชุมในมหาวิทยาลัย เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการจัดโครงการ

6. การเสวนาห้องใหญ่คล้ายกับการจัดประชุมนักวิจัยรุ่นใหม่ พบ เมธีวิจัยอาวุโส สกว. ซึ่งจัดทุกปี จึงไม่น่าใช้เวลาในส่วนนี้มากไปนัก

7. อยากให้มีการจัดอบรมเทคนิคการใช้ภาษาอังกฤษในการเขียนบทความวิชาการโดย ศ.ดร.บุษบา กนกศิลปธรรม แยกเป็น session ย่อยในการจัดประชุมประจำปี

8. ได้รับประโยชน์จากการจัดโครงการฝ่ายวิชาการ สกว. สัญจร อย่างมาก ทำให้นักวิจัยในต่างจังหวัดได้รับความรู้ และยังเป็นแรงผลักดันให้อาจารย์ในมหาวิทยาลัยอยากกลับมาทำงานวิจัยอีกครั้ง หลังจากได้รับฟังแนวคิด ประสบการณ์การวิจัยจากผู้ทรงคุณวุฒิและเมธีวิจัยอาวุโส สกว. จึงอยากให้จัดโครงการฝ่ายวิชาการ สกว. สัญจร ทุกๆ ปี
 
ภายหลังจากการโครงการฝ่ายวิชาการ สกว. สัญจร ใน 4 ภูมิภาคแล้ว ฝ่ายวิชาการ สกว. จะทำการรวบรวมข้อมูลของประเด็นปัญหาต่างๆ เพื่อนำมาวิเคราะห์ ในการหาแนวทางการแก้ไขปัญหา นำไปสู่การเพิ่มจำนวนโครงการที่สามารถสิ้นสุดได้ และลดจำนวนโครงการล่าช้า ซึ่งระบบที่ฝ่ายฯ พิจารณาและคาดว่าจะนำมาใช้ในการแก้ไขปัญหา คือ 1. ระบบนักวิจัยที่ปรึกษา และ 2. ระบบการติดตามโครงการ

สำหรับการจัดการอบรมการเขียนข้อเสนอโครงการและบทความวิชาการ ตลอดจนการจัดบรรยายห้องประชุมใหญ่ นั้น นักวิจัยให้ความสนใจค่อนข้างดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักวิจัยในต่างจังหวัด ฝ่ายฯ จึงมีความเห็นว่าควรจะมีการจัดโครงการฝ่ายวิชาการ สกว. สัญจร ต่อไป ซึ่งช่วงระยะเวลาและความถี่ของการจัดโครงการ อาจจัด 2 ปีครั้ง ทั้งนี้ ต้องมีการพิจารณาถึงความเหมาะสมกับการทำงานของฝ่ายฯ โดยฝ่ายฯ จะนำข้อเสนอแนะจากนักวิจัยมาปรับแก้ไขให้การจัดโครงการมีประสิทธิภาพและก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อไป
แหล่งที่มา : ประชาคมวิจัย    ฉบับที่ : 15    หน้าที่ :      จำนวนคนเข้าชม : 185   คน