เมนู



ฉบับพิเศษ

สิงหาคม  2560




เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)

Biodata ฐานข้อมูลนักวิชาการ ประเทศไทย

ห้องสมุดออนไลน์ สกว.

ฝ่ายวิจัยเพื่อท้องถิ่น งานวิจัยท้องถิ่น

โครงการปริญญาเอก คปก.

ร้านหนังสือ สกว.




จำนวนผู้เข้าชม

2490155

รายละเอียด

การเสวนาเรื่อง “ทำวิจัยอย่างไร…สู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์”














โดย พญ.นภวรรณ ถาวรานันต์
TH Patent Agent
บริษัท เอซิส แอสโซซิเอทส์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด

รศ.ดร.ศุภศร วนิชเวชารุ่งเรือง
คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

น.สพ.วีระพล เหมรัตนากร
กรรมการผู้จัดการ บริษัท เวลเทค ไบโอเทคโนโลยี จำกัด

คุณกิตติศักดิ์ พรหมเปี่ยม
ผู้ประสานงาน สกว.

ดำเนินรายการโดย
รศ.ดร.พงศ์พันธ์ แก้วตาทิพย์
รองผู้อำนวยการฝ่ายอุตสาหกรรม สกว.


สิทธิบัตรเป็นข้อตกลงระหว่างรัฐกับผู้ขอ สิ่งที่ได้มาคือ การผูกขาดทางธุรกิจ ประโยชน์ในการจดสิทธิบัตรคือ สามารถกีดกันคู่แข่งในเรื่องของ making, using, selling และ importing ทั้งนี้ การจดสิทธิบัตรจะอยู่ภายใต้หลักดินแดนคือ จดที่ประเทศใดก็จะมีสิทธิ์ที่ประเทศนั้น และมีข้อกำหนดของเวลาการพิจารณาสถานที่จดสิทธิบัตรนั้นควรสอดคล้องกับฐานการผลิตและสถานที่ขายสินค้า หรือจด ณ สถานที่ผลิตและขายของคู่แข่ง
 
การเสวนาเรื่อง “ทำวิจัยอย่างไร…สู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์” เริ่มต้นโดยคุณกิตติศักดิ์ พรหมเปี่ยม ผู้ประสานงานฝ่ายอุตสาหกรรมของ สกว. ได้แนะนำบทบาทหน้าที่ของ สกว. ฝ่าย 5 (ฝ่ายอุตสาหกรรม) ในการสนับสนุนงานวิจัยต่อยอดเพื่อให้งานวิจัยพื้นฐานมีความสมบูรณ์มากขึ้น โดยทำหน้าที่ติดตามงานวิจัยที่กำลังดำเนินการ ผลักดันสู่ผู้ใช้ ตลอดจนช่วยดำเนินการให้เกิดการจดสิทธิบัตร เพื่อป้องกันไม่ให้งานวิจัยพื้นฐานก้าวสู่ “หุบเหวมรณะ” โดยพัฒนางานวิจัยให้มีคุณภาพเพียงพอที่จะนำไปใช้ประโยชน์ได้ รวมทั้งส่งเสริมให้เกิดนวัตกรรมใหม่และการต่อยอดในเชิงพาณิชย์ หน่วยงานมีกลไกการบริหารจัดการเป็นขั้นตอน และประกอบด้วยฝ่ายต่าง ๆ เช่น ฝ่ายสารสนเทศ สื่อสาร ฝ่ายดูแลการวิจัย ฝ่ายการตลาด และฝ่ายแผนธุรกิจ

พญ.นภวรรณ ถาวรานันต์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญา (IP) กล่าวถึงนิยามของคำว่า ทรัพย์สินทางปัญญา สิทธิบัตร ลิขสิทธิ์ และเครื่องหมายทางการค้า ว่ามีขอบเขตการความคุ้มครองที่แตกต่างกัน ซึ่งได้ให้นิยามว่า สิทธิบัตรเป็นข้อตกลงระหว่างรัฐกับผู้ขอ สิ่งที่ได้มาคือ การผูกขาดทางธุรกิจ ประโยชน์ในการจดสิทธิบัตรคือ สามารถกีดกันคู่แข่งในเรื่องของ making, using, selling และ importing ทั้งนี้ การจดสิทธิบัตรจะอยู่ภายใต้หลักดินแดนคือ จดที่ประเทศใดก็จะมีสิทธิ์ที่ประเทศนั้น และมีข้อกำหนดของเวลาการพิจารณาสถานที่จดสิทธิบัตรนั้นควรสอดคล้องกับฐานการผลิตและสถานที่ขายสินค้า หรือจด ณ สถานที่ผลิตและขายของคู่แข่ง นอกจากนี้ ต้องพิจารณาในเรื่องข้อบังคับทางกฎหมายของประเทศนั้นๆ เนื่องจากเงื่อนไขการได้มาซึ่งสิทธิบัตรจะแตกต่างกันไปตามแต่ละประเทศ เพราะคำว่า “ใหม่” (novelty) ของแต่ละประเทศนั้นมีคำนิยามที่แตกต่างกัน ทั้งนี้ได้แนะนำนักวิจัยที่จำเป็นต้องตีพิมพ์ผลงานทางวิชาการว่า ให้ทำการจดสิทธิบัตรก่อนจะส่งผลงานชิ้นนั้นออกไปตีพิมพ์ ซึ่งทำให้ได้ประโยชน์ทั้งสองประการ คือ สิทธิบัตรและบทความวิจัยและแนะนำให้เน้นการจดสิทธิบัตรในต่างประเทศ เพื่อประโยชน์ในการขายเทคโนโลยีแม้จะมีค่าใช้จ่ายก็ตาม สุดท้ายได้แนะนำการใช้ patent database ในเว็บไซต์ www.lens.org ซึ่งรวบรวมข้อมูลว่ามีใครทำอะไรไปแล้วบ้าง อย่างไร และในประเทศไหน
 
รศ.ดร.ศุภศร วนิชเวชารุ่งเรือง แนะนำวิธีการทำงานวิจัยต่อยอดสู่ระดับอุตสาหกรรมว่า ให้เริ่มต้นจากงานวิจัยขั้นพื้นฐาน แต่ในระหว่างการทำงานวิจัย ควรตรวจสอบอยู่เสมอว่าสิ่งที่ทำอยู่มีคุณค่าและสามารถต่อยอดเชิงพาณิชย์หรือไม่ เช่น หากผลการวิจัยมีผลที่มีนัยสำคัญกระบวนการไม่ซับซ้อน ค่าใช้จ่ายไม่สูงและพิจารณาแล้วมีความเป็นไปได้เชิงพาณิชย์ ควรจดสิทธิบัตรก่อนตีพิมพ์เผยแพร่ นอกจากนี้ยังได้ให้แง่คิดในการเลือกผู้ประกอบการเพื่อนำงานวิจัยไปต่อยอดว่า ควรเลือกผู้ประกอบการที่มีความเข้าใจว่างานวิจัยไม่สามารถนำไปใช้ผลิตขายได้ทันที ต้องมีการทดสอบอีกหลายขั้นตอนและต้องมีการลงทุนเพิ่ม

น.สพ.วีระพล เหมรัตนากร เล่าประสบการณ์ว่า เริ่มงานจากบริษัทเทรดดิ้งแต่เมื่อดำเนินกิจการไปสักระยะ ก็เข้าใจว่าเมื่อมียอดขายสินค้ามากขึ้น เจ้าของผลิตภัณฑ์จะทำการผลิตสินค้าเอง เราก็จะกลายเป็นเพียงตัวแทนผู้แทนจำหน่ายเล็กๆ ที่ต้องหาผลิตภัณฑ์ใหม่ต่อไปไม่จบสิ้น จึงเปลี่ยนแผนมาทำงานวิจัยด้วยตนเอง โดยเน้นจำพวกอาหารลูกกุ้ง สัตว์น้ำ และพืช และพยายามมองหาเทคโนโลยีเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาด เช่น การไม่ใช้สารเคมี และยังได้กล่าวอีกว่าประเด็นที่ยากที่สุดในแง่ของอุตสาหกรรมคือ ต้องให้ลูกค้ายอมรับในผลิตภัณฑ์และอาจต้องมีการปรับทั้งในส่วนของเครื่องจักร กระบวนการผลิต และอาจต้องกลับไปปรึกษานักวิจัยเจ้าของผลงาน เพื่อให้ผลิตภัณฑ์สามารถผลิตได้และเป็นที่ยอมรับของตลาด อีกหนึ่งขั้นตอนที่ท้าทายคือ การขยายขนาดการผลิต ซึ่งต้องอาศัยนักวิจัยที่อดทนและเข้าใจ และพร้อมให้ความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง

ศ.ดร.สักกมน เทพหัสดิน ณ อยุธยา เมธีวิจัยอาวุโส สกว. เล่าประสบการณ์การทำวิจัยกับบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นบริษัทขนาดใหญ่ มีศูนย์วิจัยเป็นของตัวเอง ได้มาชักชวนให้ทำวิจัยในเรื่องที่ตนเองไม่ได้ชำนาญ แต่เนื่องจาก ศ.ดร.สักกมนได้ทำวิจัยมาในเรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องมาแล้วเป็นเวลานานและมีความรู้พื้นฐานเพียงพอ จึงตอบตกลงที่จะร่วมทำวิจัยกับบริษัทเอกชน โจทย์ที่ได้รับเป็นโจทย์ที่ท้าทาย ซึ่งใครๆ ก็บอกว่าเป็นไปไม่ได้ ตนเองจึงมานั่งคิด หางานวิจัยที่เกี่ยวข้องประกอบ แล้วจึงได้ข้อสรุปว่าต้องกลับไปสู่ความรู้พื้นฐาน สุดท้ายจึงสามารถแก้ปัญหาให้กับบริษัทได้ และได้ทิ้งท้ายไว้ว่า การแก้ปัญหาโจทย์วิจัย ควรเริ่มจากต้องมีความเข้าใจในความรู้พื้นฐานเป็นอย่างดี แล้วค่อยขยับมาแก้ปัญหาโจทย์ระดับอุตสาหกรรมจะทำให้ปัญหาลดน้อยลง
 
ในตอนท้ายมีคำถามและข้อเสนอแนะที่น่าสนใจ เช่น ศ.ดร.นพ.นรัตถพล เจริญพันธุ์ เมธีวิจัยอาวุโส สกว. เสนอแนะถึงความเป็นไปได้ในการสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานให้ทุนอุตสาหกรรมยา (บริษัทยา) และนักวิจัยด้านการแพทย์และวิทยาศาสตร์การแพทย์ เพื่อผลักดันให้เกิดการวิจัยพัฒนายาแผนปัจจุบันชนิดใหม่ กล่าวคือมีการวิจัยเพื่อนำโมเลกุลชนิดใหม่ที่พัฒนาขึ้นโดยนักวิจัยไทยไปทดสอบทางคลินิกระดับเฟส 3 และ 4 จนขึ้นทะเบียนเป็นยาแผนปัจจุบันได้สำเร็จ นอกจากนี้ยังมีข้อเสนอแนะจาก ศ.น.สพ.ดร.ณรงค์ศักดิ์ ชัยบุตร จากคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เกี่ยวกับงานวิจัยเชิงอุตสาหกรรมที่ต้องอาศัยสัตว์ทดลอง โดยเน้นให้ทุกภาคส่วนส่งเสริมให้มีการใช้สัตว์ทดลองอย่างมีจริยธรรม แต่มีความสะดวก เพื่อไม่ให้กฎระเบียบเป็นอุปสรรคต่อการวิจัย
แหล่งที่มา : ประชาคมวิจัย    ฉบับที่ : 15    หน้าที่ :      จำนวนคนเข้าชม : 191   คน