เมนู



ฉบับพิเศษ

สิงหาคม  2560




เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)

Biodata ฐานข้อมูลนักวิชาการ ประเทศไทย

ห้องสมุดออนไลน์ สกว.

ฝ่ายวิจัยเพื่อท้องถิ่น งานวิจัยท้องถิ่น

โครงการปริญญาเอก คปก.

ร้านหนังสือ สกว.




จำนวนผู้เข้าชม

2686729

รายละเอียด

ประสบการณ์ศึกษาวิจัยระดับปริญญาเอก ณ ประเทศเยอรมนี
นางสาวอภิญญา ไกรน้อย
นักศึกษาปริญญาเอก สาขาเทคโนโลยียาง
คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอุตสาหกรรม
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตสุราษฎร์ธานี
โครงการปริญญาเอกกาญจนาภิเษก (คปก.) รุ่นที่ 17
อาจารย์ที่ปรึกษา: รศ. ดร.เจริญ นาคะสรรค์
อาจารย์ที่ปรึกษาต่างประเทศ: Professor Claudia Kummerlöwe

“สวัสดีค่ะดิฉัน อภิญญา ไกรน้อย เป็นนักศึกษาปริญญาเอกในโครงการปริญญาเอกกาญจนาภิเษก ซึ่งได้รับโอกาสที่ดีจาก รศ. ดร.เจริญ นาคะสรรค์ และ Professor Claudia Kummerlöwe ซึ่งเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาไทยและอาจารย์ที่ปรึกษาต่างประเทศ ไปทำวิจัยที่ห้องปฏิบัติการของ University of Applied Sciences Osnabrück ณ เมือง Osnabrück ประเทศเยอรมนี ในระหว่างวันที่ 1 มีนาคม – 30 กันยายน 2560 รวมเป็นระยะเวลา 7 เดือน ขั้นแรกต้องบอกเลยว่าดิฉันตื่นเต้นกับการเดินทางในครั้งนี้มาก เพราะโดยส่วนตัวไม่เคยเดินทางไปต่างประเทศเลย ดังนั้นในการเตรียมตัวต้องขอคำแนะนำต่าง ๆ จากพี่ ๆ นักศึกษาโครงการปริญญาเอกกาญจนาภิเษก ที่เคยไปทำวิจัยในมหาวิทยาลัยเดียวกัน ซึ่งต้องขอบคุณคำแนะนำเหล่านั้นมาก ๆเลยค่ะ”
 
เมื่อทราบช่วงเวลาในการเดินทางแล้ว ดิฉันจึงดำเนินการส่งเอกสารแนบหมายเลข 3 และ 4 ไปยังโครงการปริญญาเอกกาญจนาภิเษก (คปก.) และขอวีซ่า ทำประกัน รวมถึงจองตั๋วเครื่องบิน โดยการทำวีซ่าดิฉันได้รับทุนสนับสนุนจากประเทศเยอรมนีร่วมกับ คปก. ทำให้การออกวีซ่าดำเนินการได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น นอกจากนั้นคือ การติดต่อจองหอพักในเยอรมนี ซึ่งเรื่องนี้ก็ได้รับความช่วยเหลืออย่างดีจากทางเยอรมนี ทำให้ดิฉันได้พักในหอพักนักศึกษาของที่นั่น
 
เมื่อถึงเวลาที่ต้องเดินทาง ความกังวลก็ยิ่งทวีคูณขึ้นเหมือนที่บอกไปข้างต้นคือ นี่เป็นการเดินทางไปต่างประเทศครั้งแรก บวกกับไม่มั่นใจในทักษะภาษาอังกฤษของตัวเอง จนทำให้ระหว่างการเดินทางเครียดจนกระทั่งปวดหัวไมเกรน แต่ทุกอย่างก็ผ่านมาได้ด้วยดี ความกังวลทุกอย่างหมดไปเมื่อถึงสนามบิน Osnabrück จากนั้นก็รู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งแวดล้อมในขณะนั้นมาก แพราะช่วงเวลานั้นเป็นฤดูหนาว ซึ่งเป็นความหนาวแบบที่ไม่เคยพบ ไม่เคยสัมผัสมาก่อน ในช่วงแรก ๆจึงต้องพยายามปรับสภาพตัวเองให้เข้ากับสภาพอากาศในขณะนั้น ไม่นานนักดิฉันก็รู้สึกหลงรักอากาศหนาว ๆ แบบนั้น และตลอดการศึกษาวิจัยอยู่ที่เยอรมันเป็นเวลา 7 เดือน จึงได้สัมผัสกับฤดูกาลต่าง ๆ ของเยอรมนี อย่างฤดูใบไม้ผลิ (เป็นฤดูที่ชอบมาก เพราะเป็นฤดูที่เต็มไปด้วยดอกไม้สวยมาก) ฤดูร้อน (คุ้นเคยเป็นอย่างดี) และ ฤดูใบไม้ร่วง หรือแม้กระทั่งบางวันดิฉันรู้สึกเหมือนมีหลายฤดูในหนึ่งวัน เพราะมีอากาศหนาว แดดออก และฝนตก แต่ถึงแม้สภาพอากาศใน Osnabrück จะแปรปรวนแต่ฉันก็ไม่เคยพบสภาพอากาศที่เลวร้ายอย่างหนาวจัด หรือพายุฝน ดิฉันคิดว่านี่เป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของ Osnabrück ”
 

 
ส่วนความเป็นอยู่ที่เยอรมนีก็มีความสะดวกมาก ถึงแม้ดิฉันจะต้องนั่งรถบัสประมาณ 50 นาทีเพื่อเดินทางไปมหาวิทยาลัย แต่ด้วยการเดินทางที่สะดวกและสภาพอากาศที่ไม่ร้อนมากนัก ทำให้รู้สึกใจเย็นและสนุกกับการเดินทางไปมหาวิทยาลัย โดยในมหาวิทยาลัยดิฉันมีที่นั่งประจำอยู่ในห้องสำหรับนักศึกษาผู้ทำวิจัย ซึ่งไม่ห่างจากห้องปฏิบัติการ เมื่อถึงเวลาพักกลางวัน ทุกคนที่ทำงานในห้องปฏิบัติการจะไปทานข้าวและดื่มกาแฟด้วยกัน บางครั้งดิฉันสามารถใช้ช่วงเวลานี้ในการปรึกษางานและขอคำแนะนำจากอาจารย์ที่ปรึกษาและอาจารย์ท่านอื่น ๆ การห่างไกลบ้านไปศึกษาวิจัยที่ต่างประเทศไม่ได้ทำให้ดิฉันรู้สึกเหงาหรือคิดถึงบ้านอย่างที่กลัว ส่วนหนึ่งเนื่องจากการดูแลเอาใจใส่ที่ดีของอาจารย์ที่ปรึกษาต่างประเทศ เจ้าหน้าที่ในห้องปฏิบัติการ รวมทั้งการช่วยเหลือจากเพื่อนร่วมงาน
 

 
นอกจากนั้นช่วงเริ่มต้นของการทำวิจัย ดิฉันได้เข้าร่วมชั้นเรียนการฝึกใช้เครื่องมือในห้องปฏิบัติการกับนักศึกษาของที่นั่น และเนื่องจากประเทศเยอรมนี เป็นประเทศที่ใช้ภาษาเยอรมันเป็นหลัก การเรียนภาษาเยอรมันจึงเป็นสิ่งที่น่าสนใจ จึงได้ปรึกษาไปอาจารย์ที่ปรึกษาเพื่อหาโอกาสเรียนภาษาเยอรมัน รวมทั้งการทำการทดลองในห้องปฏิบัติการ แต่ในช่วงแรกนั้นดิฉันไม่สามารถทำการทดลองได้ตามที่ต้องการ เนื่องจากยังไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้เครื่องมือจนกว่าจะได้รับการฝึกใช้เครื่องมือนั้น ๆ ก่อน ดังนั้นในช่วง 1- 2 เดือนแรกดิฉันจีงใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการฝึกใช้เครื่องมือ ซึ่งถือเป็นประสบการณ์ใหม่ที่ได้รับ เนื่องจากการทำวิจัยด้านเทคโนโลยียาง มีความจำเป็นต้องใช้เครื่องมือในการเตรียมวัสดุ และใช้ในการศึกษาวัสดุที่ได้ โดยยังมีเครื่องมือบางส่วนที่ดิฉันยังไม่เคยมีโอกาสใช้ หรือใช้ด้วยตัวเอง จึงได้โอกาสที่ดีในการเรียนรู้
 
เมื่อสามารถใช้เครื่องมือในห้องปฏิบัติการได้ด้วยตัวเอง การทำการทดลองในห้องปฏิบัติการก็ทำได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เป็นช่วงเวลาที่ได้เรียนรู้ และสนุกกับการทดลองอย่างมาก แม้บางครั้งการทดลองไม่ประสบความสำเร็จ แต่การที่เราได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ก็เป็นความสำเร็จอย่างหนึ่งในการศึกษาวิจัย และสำหรับการเรียนภาษาเยอรมันซึ่งจะมีการเข้าชั้นเรียนสัปดาห์ละหนึ่งวัน เป็นเวลาประมาณ 5 เดือน โดยส่วนตัวคิดว่าการเรียนรู้ภาษาเยอรมันค่อนข้างยากและซับซ้อน ต้องใช้ความพยายามมาก แต่ในที่สุดก็สามารถสอบผ่านระดับ A1 มาได้ ถึงแม้จะไม่สามารถสื่อสารเป็นภาษาเยอรมันได้ก็ตาม แต่ก็เป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ดี ๆ ที่ได้รับจากศึกษาวิจัยในต่างประเทศ
 
ด้านประสบการณ์ในการนำเสนองานวิจัยในต่างประเทศ ได้เริ่มต้นจากการเสนองานวิจัยต่ออาจารย์ที่ปรึกษาต่างประเทศ และทีมงานในห้องปฏิบัติการ ซึ่งเป็นครั้งแรกในการนำเสนอที่ผู้ฟังเป็นชาวต่างชาติทั้งหมด เรื่องความตื่นเต้นแทบไม่ต้องพูดถึง เพราะมันมากจนล้นหลาม แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ทุกอย่างมันต้องมีครั้งแรกเสมอ หากเราพยายามกับมัน เราจะต้องผ่านมันไปได้ด้วยดี

หลังจากการนำเสนอครั้งนั้นก็ทำให้เกิดความเชื่อมั่นในตัวเองมากขึ้น และมีการนำเสนองานเช่นนี้ตามมาอีกหลายครั้ง ร่วมถึงการร่วมนำเสนอในงาน North European PhD seminar ที่จัดขึ้นที่เมือง Dresden ประเทศเยอรมนี โดยการร่วมงานนี้เป็นการเปิดโลกทัศน์ของดิฉันให้กว้างยิ่งขึ้น เนื่องจากมี Professor และ นักศึกษาปริญญาเอกจากหลายประเทศในยุโรปที่ทำงานในสาขาเดียวกันเข้าร่วม โดยบรรยากาศการนำเสนอเป็นไปอย่างอบอุ่นแบบลูกศิษย์กับอาจารย์ มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและให้คำแนะนำ ซึ่งดิฉันได้นำคำแนะนำเหล่านั้นมาปรับใช้กับงานวิจัย นอกจากนั้นยังได้แง่คิดในการเป็นนักศึกษาปริญญาเอกที่ว่า เราต้องพยายามคิด และศึกษาสิ่งใหม่ ๆ ที่ไม่เคยมีมาก่อน และอธิบายสิ่งเหล่านั้นออกมาให้ชัดเจน ซึ่งเป็นการสร้างแรงบันดาลใจในการทำงานมาก
 
ในช่วงนั้นเป็นช่วงที่ดิฉันเขียน manuscript แรกและกำลังรู้สึกล้าและท้อแท้กับการเขียนงาน แต่แรงบันดาลใจหลายอย่างที่ได้จากการร่วมงานนั้นทำให้ดิฉันมีแรงฮึดสู้กับ manuscript นั้นอีกครั้ง หลังจากนั้นได้ร่วมนำเสนอในงาน Polymer conference ที่จัดขึ้นใน University of Applied Sciences Osnabrück ในงานนี้ดิฉันได้เข้าร่วมทั้งในส่วนของผู้ช่วยงานและผู้นำเสนอ พอมาถึงการนำเสนอครั้งที่ 3 ในเยอรมนีแม้จะมีความตื่นเต้นเล็กน้อย แต่ก็รู้สึกว่าตัวเองมีความเชื่อมั่นมากขึ้นกว่าทุก ๆ ครั้ง เพราะประสบการณ์สอนให้เรามีความเชื่อมั่นมากยิ่งขึ้น
 
โดยรวมแล้วการอยู่ในประเทศเยอรมนีช่วง 7 เดือนนั้น รู้สึกว่าเป็นเวลาที่คุ้มค่ามาก เพราะนอกจากการศึกษาวิจัยในมหาวิทยาลัยที่จะทำในช่วงเวลา 8.30 – 17.00 น. วันจันทร์-ศุกร์ แล้ว เวลานอกเหนือจากนั้นก็ถูกใช้ไปกับการทำกิจกรรมที่ตนเองสนใจ อย่างการเล่นกีฬา การท่องเที่ยว ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้ก็ทำให้รู้จักผู้คนและได้การเรียนรู้วัฒนธรรมของต่างชาติ และสิ่งที่ได้ทางอ้อมคือ เกิดการพัฒนาทักษะทางภาษาอังกฤษขึ้น จากการที่ได้รู้จักผู้คน มีเพื่อนต่างชาติซึ่งเราไม่สามารถพูดภาษาเดียวกันได้ และแน่นอนเราไม่สามารถหลีกเลี่ยงที่จะพูดภาษาอังกฤษ ดังที่เล่าไปข้างต้นทักษะทางด้านภาษาของดิฉันค่อนข้างแย่ และรู้สึกกังวลกับการสื่อสารมาก แต่คิดว่านี่คงเป็นโอกาสที่ดีในการเรียนรู้ภาษา จึงพยายามพูด พยายามสื่อสาร แม้ช่วงแรกจะเป็นไปอย่างทุลักทุเล แต่ในที่สุดก็สามารถสื่อสารกันได้

จากประสบการณ์ดี ๆ ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ จะไม่สามารถเกิดขึ้นได้ถ้าทาง คปก. ไม่ได้หยิบยื่นโอกาสที่ดีให้กับดิฉัน ร่วมถึงการสนับสนุนที่ดีจาก รศ. ดร. เจริญ นาคะสรรค์ และ Professor Claudia Kummerlöwe โดยประสบการณ์ครั้งนี้จะถูกนำมาใช้กับการศึกษาในระดับปริญญาเอก เพื่อให้งานวิจัยประสบความสำเร็จต่อไป
 

แหล่งที่มา : ประชาคมวิจัย    ฉบับที่ : 135    หน้าที่ : 88    จำนวนคนเข้าชม : 139   คน