เมนู



ฉบับพิเศษ

สิงหาคม  2560




เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)

Biodata ฐานข้อมูลนักวิชาการ ประเทศไทย

ห้องสมุดออนไลน์ สกว.

ฝ่ายวิจัยเพื่อท้องถิ่น งานวิจัยท้องถิ่น

โครงการปริญญาเอก คปก.

ร้านหนังสือ สกว.




จำนวนผู้เข้าชม

2615084

รายละเอียด

รับมือวิกฤตใบเหลือง EU...อนาคตประมงไทย

 
นอกจากนี้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้จัดตั้ง “ศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมาย (Command Center for Combating Illegal Fishing; CCCIF) มีวัตถุประสงค์เพื่อให้สามารถเร่งดำเนินการแก้ปัญหาให้การทำประมงสามารถดำเนินการได้อย่างยั่งยืนและเป็นระบบ รวมทั้งยกระดับมาตรฐานการประมงของประเทศไทยให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล และเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประกอบการประมงอุตสาหกรรมต่อเนื่องและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียโดยมีการบังคับใช้กฎหมาย ออกประกาศ และมาตรการบางส่วน

ภาควิชาการ โดยศูนย์ยุโรปศึกษาแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับสถาบันวิจัยทรัพยากรทางน้ำ คณะอนุกรรมการจัดการความรู้เพื่อผลประโยชน์แห่งชาติทางทะเล (อจชล) และศูนย์บริหารจัดการความยั่งยืน สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์ ได้ดำเนินกิจกรรมโครงการวิชาการเรื่อง วิกฤต “ใบเหลือง” อียู: ผลกระทบต่อประมงไทย เพื่อศึกษาปัญหาการจัดการทรัพยากรทางทะเลของประเทศไทยและผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการให้ “ใบเหลือง” ของสหภาพยุโรปรวมทั้งศึกษามาตรการต่าง ๆ ที่รัฐบาลไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำมาใช้เพื่อแก้ปัญหาวิกฤตการณ์ประมง อีกทั้งยังศึกษาและรับฟังผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการบังคับใช้มาตรการต่าง ๆ จากผู้ที่เกี่ยวข้องโดยตรง โดยดำเนินกิจกรรมประชุมระดมความคิดจากผู้เกี่ยวข้อง 3 ครั้ง ผลจากการประชุมมีบทสรุปและข้อเสนอแนะ ดังนี้

กรณี “ใบเหลือง” จากสหภาพยุโรป ได้สะท้อนวิกฤตห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมประมงไทยซึ่งเชื่อมโยงกับนโยบายประมงโลกอย่างชัดเจน การแก้ปัญหาควรเน้นมาตรการยกระดับการจัดการทางทะเลอย่างยั่งยืน และรักษาทรัพยากรและแหล่งอาหารไว้สำหรับอนาคต แนวทางแก้ไขและบรรเทาปัญหาที่เกิดขึ้น มีข้อเสนอแนะเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่

1) การดำเนินการในระยะสั้นเพื่อแก้ปัญหาคำเตือนใบเหลืองจากสหภาพยุโรป

2) การจัดการระบบประมงของประเทศไทยอย่างยั่งยืน การจัดการระบบประมงทะเลไทยซึ่งมีความซับซ้อน ควรจัดการอย่างบูรณาการ โดยใช้หลัก “สมุทราภิบาล (Ocean Governance) ซึ่งมีองค์ประกอบสำคัญ 5 ส่วน ได้แก่ (1) ความรู้ทางวิชาการ (2) เครื่องมือในการจัดการ (นโยบายพัฒนานโยบายและข้อเสนอแนะเพื่อการจัดการนโยบาย) (3) คณะรัฐมนตรี ซึ่งมีหน้าที่ประสานงานในระดับนโยบาย (4) หน่วยงานต่าง ๆ ของรัฐ ซึ่งเป็นหน่วยปฏิบัติทำหน้าที่สนองนโยบาย และ (5) ภาคสังคม อันหมายถึงผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดกับกิจกรรมประมงทะเล ไม่ว่าจะเป็นประชาชนในท้องถิ่น กลุ่มธุรกิจต่าง ๆ ตลอดห่วงโซ่อุปทานจะต้องเข้ามามีส่วนร่วมอย่างแท้จริง ตั้งแต่การกำหนดนโยบาย จนถึงการปฏิบัติ

ข้อเสนอดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งจากผลงานวิจัยเรื่อง สถานการณ์ปัจจุบันและแนวโน้มในอนาคตของประเทศไทยกับการใช้ทะเลอย่างยั่งยืน ซึ่งมี ศ. ดร.เผดิมศักดิ์ จารยะพันธุ์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นหัวหน้าโครงการ และเอกสารข้อค้นพบและข้อเสนอแนะ “วิกฤตใบเหลืองอียู : ผลกระทบต่อประมงไทย” โดยได้มีการจัดพิมพ์เผยแพร่สู่สาธารณะและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหาในประเด็นดังกล่าวต่อไป
แหล่งที่มา : ประชาคมวิจัย    ฉบับที่ : 135    หน้าที่ : 74    จำนวนคนเข้าชม : 43   คน