เมนู



ฉบับพิเศษ

สิงหาคม  2560




เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)

Biodata ฐานข้อมูลนักวิชาการ ประเทศไทย

ห้องสมุดออนไลน์ สกว.

ฝ่ายวิจัยเพื่อท้องถิ่น งานวิจัยท้องถิ่น

โครงการปริญญาเอก คปก.

ร้านหนังสือ สกว.




จำนวนผู้เข้าชม

2744924

รายละเอียด

Trip นี้มีเรื่องเล่า : ภาคสนามรัฐฉาน เมียนมาร์
ดร.เกรียงไกร เกิดศิริ
คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร
arch.su.kreangkrai@gmail.com

การลงสนามครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการวิจัย “พุทธศาสนสถานของกลุ่มชนชาติพันธุ์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ภาคพื้นทวีป ระยะที่ 1: รัฐฉานฟากตะวันออกและพื้นที่เกี่ยวเนื่อง” ซึ่งเป็นโครงการวิจัยปีที่ 1 ภายใต้ชุดโครงการ “พระพุทธศาสนานิกายเถรวาทในบริบทวัฒนธรรมเอเชียอาคเนย์ (คริสต์ศตวรรษที่ 11-ปัจจุบัน)” ซึ่งมีเมธีวิจัยอาวุโส สกว. ศาสตราจารย์ ดร. เสมอชัย พูลสุวรรณ เป็นหัวเรือใหญ่ของโครงการ
 
มีกำหนดการระหว่างวันหยุดราชการในช่วงระหว่างส่งท้ายปีเก่า 2558 และการก้าวเข้าสู่ปีใหม่ 2559 ผู้วิจัยและผู้ช่วยวิจัยสนามออกเดินทางจากกรุงเทพมหานครมุ่งหน้าขึ้นสู่เมืองแม่สายที่ได้ชื่อว่าเหนือสุดของสยามด้วยระยะทาง 850 กิโลเมตร ด้วยรถตู้โดยสารที่เต็มแน่นไปด้วยนักวิจัยและผู้ช่วยวิจัย และกระเป๋าเดินทางที่มีอุปกรณ์บันทึกข้อมูลภาคสนาม เนื่องจากเราได้ตกลงกันในการวางแผนการลงสนามเก็บข้อมูลในพื้นที่ดังกล่าวว่าต้องใช้ผู้ช่วยสนามหลายคนเนื่องจากความซับซ้อนของมรดกทางสถาปัตยกรรม รวมไปถึงระยะเวลาที่กระชั้น และค่าใช้จ่ายรายวันในการทำงานสูงมาก รถตู้โดยสารจึงเป็นทางเลือกที่พวกเราลงความเห็นว่าเป็นรูปแบบการเดินทางที่ประหยัดคุ้มค่า แม้ว่าจะเหนื่อยมากไปสักนิด
 
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น คณะนักวิจัยและผู้ช่วยวิจัยภาคสนามซึ่งเป็นนักศึกษาระดับปริญญาโท และปริญญาเอก หลักสูตรสถาปัตยกรรมพื้นถิ่น คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร รวม 10 ชีวิต ก็เดินทางถึงด่านตรวจคนเข้าเมืองแม่สาย ซึ่งหากข้ามแม่น้ำสายเล็ก ๆ ที่ขุ่นข้นไป เบื้องหน้าก็คือด่านตรวจคนเข้าเมืองท่าขี้เหล็ก สหภาพเมียนมาร์ และการเดินทางข้ามแดนในครั้งนี้ นอกจากเราจะใช้เวลาช่วงส่งท้ายปีเก่าเข้าไปทำงานภาคสนามยังพื้นที่ไกลห่างในรัฐฉานแล้ว ยังเท่ากับว่าในขณะที่เรากำลังทำงานภาคสนามอยู่นั้นเราก็จะก้าวเข้าสู่การเป็นประเทศในประชาคมอาเซียนเต็มรูปแบบอีกด้วย
 
เมื่อดำเนินการแจ้งความประสงค์ที่จะเดินทางเข้าไปยังพื้นที่เขตปกครองพิเศษที่ 4 เมืองลา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ค่อนข้างเปราะบาง เนื่องจากเป็นเขตปกครองตนเองของกลุ่มว้าที่หน่วยการปกครองของรัฐบาลพม่าจับตาความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด การทำเอกสารเพื่อเข้าไปศึกษาวิจัยในพื้นที่ดังกล่าวจึงใช้เวลาและซับซ้อนสูง โดยวันนี้เรามีเป้าหมายที่จะไปพักค้างแรมในคืนนี้ที่ “เมืองลา” ด้วยเราไม่อยากสูญเสียเวลาลงไปเลยแม้แต่วินาทีเดียว ซึ่งหมายถึงช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายลงได้โข รวมทั้งเพิ่มเวลาในการทำงานในพื้นที่มากขึ้น … 20.00 น. เราเดินทางมาถึงเมืองลา หลังจากรับประทานอาหารค่ำร่วมกันและประชุมวางแผนการทำงานแล้ว ทุกคนก็แยกย้ายเข้าห้องพัก เพราะใช้ชีวิตนั่งในรถกันมาร่วมยี่สิบสี่ชั่วโมงเต็ม

ก่อนการข้ามด่าน ผมกล่าวโดยย่อถึงแนวทางการทำวิจัยในพื้นที่ข้ามวัฒนธรรมและข้ามพรมแดน (Cross-Culture/Cross Border) จากประสบการณ์ที่ได้เคยทำวิทยานิพนธ์ปริญญาเอกในพื้นที่รัฐฉาน โดยเฉพาะในช่วงเวลานี้ที่สหภาพเมียนมาร์กำลังอยู่ในสภาวะตึงเครียดหลังจากการเลือกตั้งครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์ไป รวมทั้งกล่าวถึงมโนทัศน์ของโครงการวิจัยว่า .....พื้นที่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ภาคพื้นทวีป ซึ่งมีขอบเขตตั้งแต่ที่ราบสูงตอนกลางของเวียดนามขึ้นไปทางเหนือถึงพื้นที่มณฑลกวางซี มณฑลกุ้ยโจว บางส่วนของพื้นที่มณฑลเสฉวน และมณฑลยูนนาน สำหรับทางตะวันตกของแนวที่สูงจากเวียดนามพาดผ่านมายังลาว ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคเหนือของไทย รัฐฉานของพม่า ไปจรดกระทั่งพื้นที่ตรงภาคตะวันออกของอินเดีย อันประกอบไปภูมิลักษณ์ทางธรรมชาติที่หลากหลาย อาทิ เทือกเขา พื้นที่ราบระหว่างหุบเขา พื้นที่ราบลุ่มแม่น้ำ พื้นที่ราบปากแม่น้ำ เป็นต้น ซึ่งปัจจัยทางภูมิศาสตร์ที่มีความหลากหลายดังกล่าวข้างต้นส่งผลให้เกิดความหลากหลายของการตั้งถิ่นฐานของกลุ่มชนชาติพันธุ์ที่มีความหลากหลาย ดังที่ George Condominas-Ricard Pottier ก็ได้กล่าวถึงความซับซ้อนหลากหลายของภูมิภาคเอเชียซึ่งหมายรวมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไว้ด้วยว่า “เป็นบริเวณที่ปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นพื้นที่ที่มีมนุษย์ต่างชาติพันธุ์และต่างภาษาตั้งถิ่นฐานอยู่ร่วมกันมากที่สุด และปะปนกันอย่างซับซ้อนที่สุด”
 

 
ความน่าสนใจดังกล่าวจึงนำมาสู่การศึกษาในเชิงเปรียบเทียบ ด้วยมุ่งหมายเพื่อทำความเข้าใจในมิติของ “ชาติพันธุ์” ที่ “สัมพันธ์” กับ “พระพุทธศาสนา” ผ่านภาพฉายของผลผลิตทางวัฒนธรรมดังกล่าวออกมาในรูปของ “สภาพแวดล้อมสรรค์สร้างทางพระพุทธศาสนา (Buddhist Built Environment)” เพื่อเติมเต็มช่องว่างของการศึกษาที่มีอยู่ในปัจจุบันให้สมบูรณ์
 
เราเข้าประสานงานยังหน่วยงานเขตปกครองพิเศษที่ 4 เมืองลา ถึงพื้นที่ที่มีความประสงค์จะเดินทางขึ้นไป ซึ่งเป็นพื้นที่สูงอันสลับซับซ้อนบนภูดอยที่มีอากาศที่หนาวเย็นเกือบตลอดทั้งปี อันเป็นพื้นที่ตั้งถิ่นฐานของ “กลุ่มปลัง” ซึ่งเป็นกลุ่มชนชาติพันธุ์แขนงหนึ่งของกลุ่มออสโตรเอเชียติก ซึ่งในสถานภาพความรู้ได้กล่าวว่าเป็นกลุ่มคนที่ตั้งถิ่นฐานในพื้นที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ภาคพื้นทวีปมาเก่าแก่ก่อนการขยายตัวของกลุ่มคนที่พูดภาษาตระกูลไท พื้นที่ที่คณะนักวิจัยเดินทางขึ้นไปรู้จักกันในนามว่า “สามต๊าว” ซึ่งหมายถึง “สามท้าวพระยาปกครอง” ซึ่งถูกกล่าวถึงในเอกสารทางประวัติศาสตร์ของล้านนามาแต่โบราณ ซึ่งการศึกษาวิจัยนี้ได้เลือกศึกษาวิจัยพุทธสถาปัตยกรรมของกลุ่มคนปลังนี้เป็นส่วนหนึ่งของกรณีศึกษาอีกหลาย ๆ กรณีศึกษาของกลุ่มชาติพันธุ์ในดินแดนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ภาคพื้นทวีป ด้วยมีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษาโลกทัศน์ ความคิด วิถีชีวิต ที่สัมพันธ์กับพระพุทธศาสนาที่ฉายผ่านสถาปัตยกรรมทางศาสนาของคนกลุ่มต่าง ๆ ด้วยวิธีการเก็บรวมรวมข้อมูล การวิเคราะห์ และการสังเคราะห์จะทำให้มองเห็นภาพความรู้ ภูมิปัญญาที่ชัดแจ้งจากความเชื่อมโยงทางภูมิศาสตร์และภูมิประเทศที่ชัดเจนดังกล่าว ทั้งนี้ภูมิปัญญาสถาปัตยกรรมอาเซียนนี้จะถูกเก็บบันทึกอย่างเป็นระบบในคลังความรู้ที่พร้อมจะต่อยอดใช้ปฏิบัติเพื่อการพัฒนาต่อไปในอนาคตตามกระบวนการบริหารจัดการความรู้ที่ดี
 
ก่อนออกเดินทางไปยังสนามการวิจัย เราแวะตลาดเพื่อจัดหาเสบียงอาหารสดอาหารแห้ง เพื่อการยังชีพของคณะนักวิจัยที่ต้องเดินทางขึ้นไปอยู่ในสนามบนภูเขาสูงหลายวัน รวมทั้งของฝาก และหยูกยาต่าง ๆ ที่คาดว่าชุมชนที่อยู่ห่างไกลเหล่านั้นมีความจำเป็นและประสงค์

ในทีมวิจัยและผู้ช่วยวิจัยมีการแบ่งหน้าที่ในการทำงานกันอย่างชัดเจนเพื่อให้ได้ข้อมูลตามประเด็นที่ต้องการไม่ขาดตกบกพร่อง เพราะการเข้ามายังสนามอีกครั้งหากข้อมูลไม่สมบูรณ์จะใช้ทรัพยากรต่าง ๆ มหาศาล ทว่าเมื่องานของคนใดเสร็จต้องกลับมาช่วยงานเพื่อนในส่วนที่ยังไม่เรียบร้อย เพื่อให้งานในภาพรวมสำเร็จเรียบร้อย และสมบูรณ์ที่สุด ไม่ขาดตกบกพร่องด้วยกระบวนการสอบทวนข้อมูลระหว่างกัน และทำให้ผู้ช่วยวิจัยที่ได้รับมอบหมายหน้าที่เฉพาะอย่างมีโอกาสได้เห็นข้อมูลส่วนอื่น ๆ ซึ่งเป็นประโยชน์ในการประดับความรู้สำหรับนักวิจัยทางมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์อย่างยิ่ง

ลักษณะของการทำงานของทีม จะเก็บข้อมูลทางสถาปัตยกรรมของศาสนสถานและบ้านเรือนของผู้คนด้วยวิธีการสำรวจรังวัด การบันทึกภาพ การสังเกต การสัมภาษณ์ ตลอดจนการจัดทำแผนที่สารสนเทศทางภูมิศาสตร์ (Geographic Information System: GIS) เพื่อนำข้อมูลต่าง ๆ มาสู่กระบวนการวิเคราะห์และสังเคราะห์ยามกลับมายังห้องทำงาน และนำข้อมูลการสำรวจรังวัดดังกล่าวนั้นมาจัดทำแบบสถาปัตยกรรมด้วย “เทคโนโลยีหุ่นจำลองสารสนเทศ (Building Information Modeling)” ซึ่งจะทำให้เรามีฐานข้อมูลสารสนเทศเกี่ยวเนื่องกับสถาปัตยกรรมของกลุ่มชนชาติพันธุ์ไว้เป็นตัวแบบในการศึกษาวิเคราะห์ต่อไปในอนาคต
 
เนื่องจากในสถานการณ์ปัจจุบัน โลกกำลังอยู่ในภาวะของการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วโดยมีอิทธิพลมาจากปัจจัยทางเศรษฐกิจ สังคม การเมือง ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และวัฒนธรรมสมัยใหม่ ซึ่งปัจจัยที่กล่าวมาข้างต้นมีอิทธิพลและมีพลังอย่างสูงจนสามารถเข้าถึงแม้ในพื้นที่ห่างไกล เนื่องมาจากแรงจูงใจให้เกิดการพัฒนาเพื่อแสวงหาแหล่งทรัพยากรเพื่อการผลิตและแหล่งตลาดที่จะระบายสินค้า เช่นเดียวกับแนวคิดลัทธิอาณานิคมในอดีตที่มุ่งเข้าครอบงำประเทศต่าง ๆ นอกจากนี้ การผลักดันนโยบายการรวมตัวกันเป็นหนึ่งเดียวของภูมิภาคโดยจัดตั้ง “ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community)” ยิ่งเป็นตัวเร่งให้เกิดความเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมในภูมิภาคอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

จากสถานการณ์ที่กล่าวมาข้างต้น จึงมีแนวโน้มว่าวัฒนธรรมของกลุ่มชนชาติพันธุ์อยู่ในภาวะอันตราย และเสี่ยงต่อการสูญสลาย ซึ่งเป็นปัญหาคล้ายกับการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพในความสนใจของนักวิทยาศาสตร์นั่นเอง นอกจากนี้ ผู้คนทั่วไปยังขาดความเข้าใจถึงความร้ายแรงของปัญหาภาวะวิกฤติทางวัฒนธรรมและชาติพันธุ์ อันเป็นผลกระทบที่เกิดขึ้นหลังจากการสูญหายของความหลากหลายทางวัฒนธรรมและชาติพันธุ์ เนื่องจากองค์ความรู้ที่แฝงฝังอยู่ในมรดกทางวัฒนธรรม ทั้งที่เป็นสิ่งที่จับต้องได้ (tangible heritage) และจับต้องไม่ได้ (intangible heritage) มีฐานะเป็นดั่งคลังแห่งภูมิปัญญาของมนุษยชาติที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรมของกลุ่มชนชาติพันธุ์ที่ถ่ายทอดติดต่อกันมาเป็นเวลายาวนาน อีกทั้ง หากเกิดปรากฏการณ์ล่มสลายทางวัฒนธรรมจะส่งผลให้เกิดวิกฤติด้านอัตลักษณ์ของกลุ่มชนต่าง ๆ ต่อเนื่องกันไปเป็นลูกโซ่ ทำให้สังคมอ่อนแอ ขาดความเชื่อมั่น ความมั่นคง ซึ่งเป็นรากฐานของการดำรงชีวิตอย่างมีคุณภาพ ในสภาวการณ์เช่นนี้ สิ่งที่จำเป็นเร่งด่วนประการหนึ่งคือการเร่งสร้างองค์ความรู้ที่เกี่ยวเนื่องกับวัฒนธรรมและชาติพันธุ์ในแขนงต่าง ๆ เพื่อเตรียมการรับมือและเป็นภูมิคุ้มกันทางวัฒนธรรมต่อการเปลี่ยนแปลงให้พ้นภาวะวิกฤต
 
จะเห็นได้ว่าในการสร้างสรรค์สภาพแวดล้อมทางวัฒนธรรมด้านที่อยู่อาศัยและชุมชนเกิดขึ้นจากการเรียนรู้โดยสัญชาตญาณและการลองผิดลองถูกที่สั่งสมมายาวนาน มนุษย์ได้พัฒนาประสบการณ์ดังกล่าวจนกลายมาเป็นความรู้และภูมิปัญญาสถาปัตยกรรมแห่งสุวรรณภูมิที่ถอดรหัสอย่างเข้าใจธรรมชาติ ลึกซึ้ง และนอบน้อมต่อพลังสรรพสิ่งที่แวดล้อม กลายเป็นทฤษฎีในการออกแบบและวิถีปฏิบัติในการก่อสร้างสถาปัตยกรรมที่เหมาะสมต่อการอยู่อาศัยของมนุษย์ และยั่งยืนบนฐานของอัตลักษณ์ของกลุ่มคนหลากชาติพันธุ์

เราใช้เวลาหลายวันในหลายชุมชนที่ตั้งถิ่นฐานบนภูดอยที่อากาศหนาวเย็น และแต่ละชุมชนมีวิถีชีวิตในการอยู่อาศัยที่หากใช้มาตรฐานคุณภาพชีวิตในปัจจุบันเข้าไปชี้วัด ต้องถือว่าต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานมาก ทว่าผู้คนเหล่านี้กลับรังสรรค์สถาปัตยกรรมทางศาสนาที่ยิ่งใหญ่ด้วยพลังศรัทธาที่ยิ่งใหญ่ จนอาจกล่าวได้ว่า หากจะมีโอกาสใด ๆ ในชีวิต พวกเขาเหล่านั้นก็จะใช้โอกาสอันดีงามนั้นถวายเป็นพุทธบูชาแก่พระพุทธศาสนา

สิ่งที่คณะนักวิจัยได้เรียนรู้คือ นอกจากการทำการวิจัยข้ามวัฒนธรรม (cross culture) การทำวิจัยข้ามพรมแดน (cross border) การตัดสินใจอย่างเฉียบคมและการแก้ปัญหาเฉพาะหน้ากับปัญหาอุปสรรคมีอยู่คู่กับปฏิบัติการในสนามวิจัย การแบ่งปันและการช่วยเหลืองานระหว่างกันเพื่อให้งานสำเร็จลุล่วง การห่วงหาอาทร การจัดการการใช้ชีวิตที่ต้องช่วยกันดูแลทำอาหารการกิน และที่หลับที่นอนที่ต้องอาศัยนอนที่วัดและที่บ้านของคนในชุมชน การป้องกันอันตรายและความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น และเรื่องต่าง ๆ นานาที่ทุกคนได้เรียนรู้จากการทำงานในครั้งนี้ ...เรายังได้เรียนรู้ว่า ความเชื่อมั่นและความศรัทธาที่มีร่วมกันสามารถสร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่เช่นสถาปัตยกรรมทางศาสนาที่งดงามหมดจดที่ได้พบเห็นและเก็บบันทึกข้อมูลมา ...สิ่งดังกล่าวนั้นนำมาใช้กับระบบทีมในการทำวิจัยได้ด้วยเช่นกัน
แหล่งที่มา : ประชาคมวิจัย    ฉบับที่ : 135    หน้าที่ : 56    จำนวนคนเข้าชม : 136   คน