เมนู



ฉบับพิเศษ

สิงหาคม  2560




เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)

Biodata ฐานข้อมูลนักวิชาการ ประเทศไทย

ห้องสมุดออนไลน์ สกว.

ฝ่ายวิจัยเพื่อท้องถิ่น งานวิจัยท้องถิ่น

โครงการปริญญาเอก คปก.

ร้านหนังสือ สกว.




จำนวนผู้เข้าชม

2615096

รายละเอียด

สัมภาษณ์พิเศษ : ศ. ดร.สมศักดิ์ ปัญหา “เปิดตัว สารานุกรมหอยทากบก ทรัพยากรชีวภาพที่ทรงคุณค่าแห่งราชอาณาจักรไทย”
ศ. ดร.สมศักดิ์ ปัญหา
เมธีวิจัยอาวุโส สกว.


เรียบเรียง : ขวัญชนก ลีลาวณิชไชย

จากงานวิจัยด้านความหลากหลายของสปีชีส์หอยทากบกในประเทศไทยเป็นเวลากว่า 30 ปี ของคณะนักวิจัยจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยนำทีมโดย ศ. ดร.สมศักดิ์ ปัญหา สู่การศึกษาศักยภาพการใช้เมือกหอยทากสายพันธุ์ไทยในอุตสาหกรรมความงาม ต่อยอดสู่การสร้างแบรนด์ “SNAIL8” ในระดับสากล ได้สร้างต้นแบบของการวิจัยที่สามารถก้าวข้ามรอยต่อระหว่าง “วิจัยขึ้นหิ้ง” กับ “วิจัยขึ้นห้าง” ได้อย่างน่าภาคภูมิใจ “สารานุกรมหอยทากบก” เป็นอีกหนึ่งองค์ความรู้ของความหลากหลายทางชีวภาพของหอยทากสายพันธุ์ไทยที่ได้จัดทำอย่างเป็นระบบในรูปแบบที่ผู้สนใจสามารถเรียนรู้ และเข้าถึงได้ง่าย ได้มาเปิดตัวครั้งแรกในงาน 25 ปี สกว. “สร้างคน สร้างความรู้ สร้างอนาคต”
• จากงานวิจัยพื้นฐาน...สู่บันทึกหอยทากบก เล่มแรกในประเทศไทย
“หอยทากบก” เป็นงานวิจัยที่ได้ศึกษาค้นคว้ามาอย่างยาวนานกว่า 30 ปีจากการรับทุนสนับสนุนการวิจัยจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) เมื่อปี พ.ศ.2539 โดย ศ. ดร.สมศักดิ์ ปัญหา ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้จัดทำหนังสือหอยทากจิ๋วที่สมบูรณ์ที่สุดในประเทศไทยเล่มแรกคือ \"MICROSNAILS OF THAILAND\" ซึ่งตีพิมพ์เป็นส่วนหนึ่งของวารสารวิชาการ \"Malacological Review 2005\"
 
หนังสือ \"MICROSNAILS OF THAILAND\" จัดเป็น semi monograph เล่มหนึ่งก่อนที่จะมีการตีพิมพ์ monograph ของหอยทากจิ๋วในประเทศไทย โดยได้รวบรวมข้อมูลของหอยทากจิ๋วในประเทศไทยจำนวน 100 ชนิด รวมทั้งชนิดใหม่ที่ตั้งชื่อมากกว่า 70 ชนิด และได้ตีพิมพ์เผยแพร่ไปทั่วโลก ซึ่งผู้ที่สนใจเกี่ยวกับหอยทากจิ๋วในประเทศไทยสามารถศึกษาได้จากหนังสือเล่มนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่สำรวจและศึกษาเขาหินปูน เนื่องจากหอยทากจิ๋วเป็นสัตว์ประจำถิ่นของเขาหินปูน เป็นสิ่งมีชีวิตชนิดแรกในระบบเขาหินปูนที่ดึงเอาหินปูนมาสร้างเป็นเปลือก เป็นอาหารของสัตว์เล็กอื่น ๆ เช่น แมลง และ นก เพื่อเสริมสร้างแคลเซียม ดังนั้นหอยทากจิ๋วจึงถือเป็นส่วนสำคัญของห่วงโซ่อาหาร
 
ในหนังสือเล่มนี้นอกจากจะมีรายชื่อของหอยทากจิ๋วมากที่สุดในประเทศไทยแล้วยังประกอบด้วยภาพถ่ายจากกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอน พร้อมทั้งคำบรรยายลักษณะทางสัณฐานวิทยาของหอยทากจิ๋วแต่ละชนิด มีรูปวิธานจัดจำแนกชนิดที่ทำให้ผู้ที่สนใจศึกษาหอยทากจิ๋วสามารถจัดจำแนกหอยทากจิ๋วที่พบได้ง่าย หนังสือ \"MICROSNAILS OF THAILAND\" จึงจัดเป็นผลงานหนึ่งที่น่าภาคภูมิใจของโครงการพัฒนาองค์ความรู้และศึกษานโยบายการจัดการทรัพยากรชีวภาพในประเทศไทย (Biodiversity Research and Training Program, BRT) ที่ได้รับทุนสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) และศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ศช.) ที่มีประโยชน์ต่อวงการวิชาการทางด้านความหลากหลายทางชีวภาพเป็นอย่างยิ่ง เป็นที่น่าติดตามเป็นอย่างยิ่งเมื่อหนังสือสารานุกรมที่กำลังจะแล้วเสร็จนี้ ในเรื่องของหอยทากจิ๋ว ได้มีการนำเสนอภาพถ่ายจากการศึกษาผ่านลำแสงซินโครตอน และภาพสามมิติจาก CT Scan ที่จะมีการแจกแว่นสามมิติพร้อมกับหนังสือให้ดูรายละเอียดหอยทากจิ๋วอย่างจุใจอีกด้วย
 
นอกจากนี้ยังมีคู่มือประกอบภาพหอยทากบกของไทย เป็นคู่มือขนาด 5 พับ 6 ตอน 2 ภาษา ที่รวบรวมภาพสี่สีสวยสดงดงามของหอยทากบกไว้สมบูรณ์ที่สุดราว 130 สปีชีส์ มากกว่า 500 ภาพ
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการออกภาคสนาม นักเรียน นักศึกษา ประชาชนทั่วไป เจ้าหน้าที่ในหน่วยงานอนุรักษ์ที่ต้องการให้ความรู้ผู้มาเยี่ยมเยียน พกพาสะดวก น้ำหนักเบา พร้อมข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับหอยทากบก ภาพหอยต่าง ๆ ที่สะสมโดยนักวิจัยมานานกว่า 10 ปีอีกด้วย
• ค้นพบสารความงามจากเมือยหอยทากพันธุ์ไทย
“หอยทากและเมือกหอยทาก” เป็นงานวิจัยที่ได้ศึกษาค้นคว้ามาอย่างยาวนานกว่า 30 ปีจากการรับทุนสนับสนุนการวิจัยจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) จากผลงานวิจัยเรื่อง การใช้เมือกหอยทากสายพันธุ์ไทยในอุตสาหกรรมความงาม โดยทีมนักวิจัยคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พบว่าหอยทากไทยมีมากกว่า 600 สายพันธุ์ และได้ศึกษาวงจรชีวิตของหอยทากอย่างละเอียด จนทำให้รู้ว่าหอยทากเป็นสัตว์ที่มหัศจรรย์และมีประโยชน์มาก ๆ ในเมือกหอยทากจะมีสารสำคัญจากธรรมชาติมากมาย อาทิ อลันโทอิน กรดไฮยาลูโรนิก และเปปไทด์ต้านจุลชีพ สารเหล่านี้เป็นสารที่มีประโยชน์สูงสุดในการดูแลผิวพรรณ ช่วยปกป้องผิวจากมลภาวะ ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ซ่อมแซมนื้อเยื่อที่เกิดบาดแผล ลดเลือนริ้วรอยแห่งวัย ให้ผิวชุ่มชื่นและช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ
• หอยทากไทย...แบรนด์ “Snail8” สินค้าระดับโลก
จากนั้นจึงคิดค้นต่อยอดงานวิจัยเป็นผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่มีส่วนผสมหลักจากเมือกหอยทากสายพันธุ์ไทย และคิดค้นจนได้เป็นผลิตภัณฑ์จากเมือกหอยทากที่มีสารออกฤทธิ์ในการดูแลผิวสูงกว่าผลิตภัณฑ์จากหอยต่างประเทศถึง 30 เท่า โดยคัดหอยทาก 3 สายพันธุ์ คือ หอยทากนวล หอยทากสยาม และหอยนกขมิ้น มาเลี้ยงและวิจัยคุณประโยชน์ของเมือกหอยทาก และพบว่า “เมือก” ที่หลั่งออกมาจากส่วน “แมนเทิล” หรือส่วนคอที่อยู่ใต้เปลือกหอยทาก จะมีสารเข้มข้นที่เกิดจากธรรมชาติ อุดมไปด้วยคุณประโยชน์มากมาย ซึ่งหอยทากที่สามารถผลิตเมือกได้ดีที่สุดคือ หอยทากนวลและหอยทากสยาม เพราะมีขนาดตัวที่ใหญ่ โดยแต่ละครั้งจะสามารถหลั่งเมือกได้สูงถึง 1-2 มิลลิลิตร

จากการค้นพบดังกล่าว จึงได้นำเมือกหอยทากมาต่อยอดสร้างนวัตกรรมความงามที่ยั่งยืน ด้วยการนำเมือกหอยทากจากส่วน “แมนเทิล” ที่สกัดความเข้มข้น 99 เปอร์เซ็นต์ มาผลิตครีมบำรุงผิวภายใต้แบรนด์ “ Snail 8” (สเนลเอท) โดยได้รับรางวัลการันตีความสำเร็จถึง 3 รางวัล จากการประกวดผลงานวิจัยนวัตกรรมใหม่ ได้แก่ รางวัล Seoul International Invention Fair 2015, 44th International Exhibition and Invention of Geneva 2016, Associate Russian House Inter– national Scientific and Technological Cooperation 2016
• สารานุกรม “หอยทากบกของไทย” แหล่งความรู้ขุมทรัพย์ของชาติ
ปัจจุบันมีการสร้างมูลค่าเพิ่มจากทรัพยากรความหลากหลายทางชีวภาพจำนวนมาก แต่ว่าเรื่องของการจัดการฐานข้อมูล หรือการเผยแพร่ความรู้สู่คนไทยทั้งระดับเยาวชน นิสิตนักศึกษา และประชาชนทั่วไปถือว่ายังขาดแคลนเป็นอย่างยิ่ง ตัวอย่างที่โดดเด่นคือเรื่องของทรัพยากรหอยทากบกของไทย ที่มีการทำวิจัยพื้นฐานของสปีชีส์จนได้รับการยอมรับตีพิมพ์ผลงานในวารสารระดับแนวหน้าของโลกมากกว่า 100 เรื่อง ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2539 และได้รับเชิญให้รับทุนวิจัยและทุนเผยแพร่ผลงานไปทั่วโลกโดย Darwin Initiative แห่งสหราชอาณาจักร ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2006-2013 และปัจจุบันได้นำผลงานไปสู่การใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์เกิดเป็นผลิตภัณฑ์ SNAIL8 by SIAM SNAIL Company สู่ตลาดภายในและต่างประเทศ

การจัดทำต้นฉบับหนังสือสารานุกรมเรื่อง “หอยทากบกของไทย” เกิดจากการที่ สกว. และนักวิจัยเล็งเห็นความสำคัญของการจัดเก็บองค์ความรู้และความหลากหลายทางชีวภาพอย่างเป็นระบบในรูปแบบที่ผู้สนใจสามารถเรียนรู้ และเข้าถึงได้ง่าย รวมทั้งเป็นเอกสารที่มีมาตรฐานสากล โดยมุ่งหวังให้เกิดการต่อยอดของความรู้ไปสู่การใช้ประโยชน์ต่อไป ทั้งนี้ได้รวบรวมข้อมูลจากผลงานตีพิมพ์โดยคณะทำงานทั้งหมดกว่า 100 เรื่อง และบทความที่เกี่ยวข้องอีกกว่า 100 เรื่อง ศึกษาตัวอย่างต้นแบบตัวอย่างอ้างอิงจากพิพิธภัณฑสถานธรรมชาติวิทยาแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และในต่างประเทศ ได้แก่ NHM London, ZMUC Copenhagen, MNHM Paris และ SMF Frankfurt มีการเก็บตัวอย่างใหม่ในหอยบางวงศ์ เพื่อจัดทำภาพและวิเคราะห์ความชัดเจนของการจัดจำแนกให้เป็นปัจจุบันและถูกต้อง จัดทำรูปวิธาน คำบรรยายลักษณะประจำวงศ์ และสกุลที่เด่น ๆ และพบได้บ่อยในประเทศไทย จัดทำและภาพวาดที่เรียกว่า Scientific Illustrations ของอวัยวะสืบพันธุ์ ลักษณะสัณฐานของเปลือก และถ่ายภาพด้วยกล้อง SLR & Computerized Manipulating และภาพถ่าย SEM เพื่อแสดงลักษณะ micro structures ที่สำคัญต่าง ๆ

หากสารานุกรม “หอยทากบกของไทย” เล่มนี้แล้วเสร็จ จะถือว่าเป็นสารานุกรมที่สามารถใช้เป็นฐานข้อมูลไปสู่การพัฒนาความรู้ของคนไทย เป็นแหล่งความรู้ขุมทรัพย์ของชาติที่จะนำไปสู่การใช้ประโยชน์ด้านทรัพยากรชีวภาพของชาติอย่างชาญฉลาด
แหล่งที่มา : ประชาคมวิจัย    ฉบับที่ : 135    หน้าที่ : 34    จำนวนคนเข้าชม : 52   คน