เมนู



ฉบับพิเศษ

สิงหาคม  2560




เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)

Biodata ฐานข้อมูลนักวิชาการ ประเทศไทย

ห้องสมุดออนไลน์ สกว.

ฝ่ายวิจัยเพื่อท้องถิ่น งานวิจัยท้องถิ่น

โครงการปริญญาเอก คปก.

ร้านหนังสือ สกว.




จำนวนผู้เข้าชม

2534807

รายละเอียด

การบริหารจัดการชุดโครงการวิจัยครบวงจรแบบนักนิเทศ



 

การนำงานวิจัยลงจาก “หิ้ง” ไป “ใช้ประโยชน์”
ในฐานะนักนิเทศศาสตร์ เมื่อได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ให้ดำเนินชุดโครงการวิจัย “การใช้ประโยชน์จากงานวิจัยด้วยเครื่องมือการสื่อสาร” (Research Utility with Communication Tools: RUC) โดยมีเป้าหมายเพื่อนำผลงานวิจัยในด้านพื้นที่และชุมชนไปใช้ประโยชน์ต่อเนื่องตามแนวยุทธศาสตร์ พ.ศ. 2557-2560 ของ สกว. นั่นหมายความว่า ทีมวิจัยต้องหาวิธีบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ สามารถสร้างนักบริหารจัดการงานวิจัยของชุมชน คนในพื้นที่ ให้สามารถนำผลวิจัยที่ชุมชนของตนค้นพบไปใช้ประโยชน์ เกิดการขยายผลในแนวกว้าง เกิดผลลัพธ์ และผลกระทบที่ดีขึ้นทั้งในการดำรงชีวิต อาชีพ และเศรษฐกิจชุมชน การดำเนินงาน และการออกแบบทำชุดวิจัยนี้ได้มีการหารือ และอยู่ภายใต้คำปรึกษาของ รศ. ดร.กาญจนา แก้วเทพ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านนิเทศศาสตร์และสื่อสารมวลชนของ สกว. ตลอดระยะเวลาดำเนินการ 2 ปี (ปลายปี 2558 ถึงปลายปี 2560)
4 ขั้นตอนของการบริหารจัดการต้นธาร
แนวทางของการบริหารจัดการชุดโครงการวิจัย เทียบได้กับแม่น้ำ มีต้นธาร กลางธาร และปลายธาร

ช่วงต้นธาร เป็นช่วงที่สำคัญมาก เพราะเมื่อทุกฝ่าย (ชุดโครงการ สกว. และนักวิจัย) มีความเข้าใจตรงกัน จึงจะสามารถดำเนินงานในชุดโครงการวิจัยให้ไปในทิศทางเดียวกันได้ การดำเนินงานในช่วงนี้มี 4 จังหวะขั้นตอน ได้แก่ (1) การก่อร่างความคิด (2) การเลือกงานวิจัยและพัฒนานักวิจัย (3) การให้นักวิจัยลงพื้นที่เพื่อวิเคราะห์พื้นที่และเขียนข้อเสนอโครงการ และ (4) การประเมินผลข้อเสนอโครงการ

การก่อร่างความคิด การใช้ประโยชน์จากงานวิจัย (research utilization) อาจเป็นเรื่องใหม่สำหรับแวดวงการวิจัยเพื่อท้องถิ่น/พื้นที่ ความรู้จากหนังสือการใช้ประโยชน์จากงานวิจัยของ รศ. ดร.กาญจนา แก้วเทพ (การใช้ประโยชน์จากงานวิจัยด้านการบริหารจัดการวัฒนธรรมแบบมีส่วนร่วม, 2553) จึงเปรียบเสมือนคัมภีร์เล่มใหญ่ ที่ถูกนำมาเป็นโครงหลักของชุดโครงการนี้ ทำให้ทราบว่า เคยมีการใช้ประโยชน์จากงานวิจัยท้องถิ่นบ้างแล้ว เช่น การคืนข้อมูล การนำผลการวิจัยไปพัฒนาเป็นหลักสูตรท้องถิ่น การขยายผลสู่กลุ่มอื่น ๆ และการนำผลการวิจัยเป็นเนื้อหาสำหรับการสร้างกลไกการจัดการชุมชน นอกจากนั้นการดำเนินงานของชุดโครงการฯ ยังประกอบด้วยฐานคิด 3 ฐาน ได้แก่

ฐานคิดสำคัญฐานแรก คือ ศาสตร์ด้านการสื่อสาร สำหรับการทำงานของชุดโครงการวิจัยนี้เป็นไปตามที่ รศ. ดร.กาญจนา แก้วเทพ ได้ประมวลศาสตร์ด้านการสื่อสารไว้ 7 ด้าน ซึ่งได้แก่ (1) การคืนข้อมูลให้เจ้าของพื้นที่ / กลุ่มตัวอย่าง (ผู้รับสารเดิม) (2) การขยายกลุ่มเป้าหมายร่วมประเด็น (การขยายกลุ่มเป้าหมายใหม่) (3) การทำงานกับกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (4) การใช้เนื้อหาเชิงประเด็น (message) ที่ครบทุกมิติในการขับเคลื่อนความรู้ (5) การทำงานเชิงเครือข่าย (6) การสื่อสารประเด็นใหม่สู่การรับรู้สู่สาธารณะ และ (7) การฝึกชาวบ้านให้เป็นผู้ใช้และผู้นำที่ชาญฉลาด (smart user / smart opinion leader) ฐานที่สอง คือ การสื่อสารเพื่อการพัฒนา (development communication) ชุดความรู้นี้มุ่งเน้นใช้การสื่อสารเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาชุมชน/ประเทศ ในด้านต่าง ๆ ทั้งการเมือง เศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม ที่สำคัญคือ กระบวนทัศน์การสื่อสารทางเลือก (alternative paradigm) ให้ความสนใจต่อพื้นที่ชุมชนที่มีส่วนในการร่วมดำเนินงานพัฒนา อันจะส่งผลให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน ฐานสุดท้าย คือ การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม (participatory action research) และการวิเคราะห์ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (stakeholder analysis) เนื่องจากงานวิจัยต้นฉบับ (นักวิจัยทำไว้แล้ว) เป็นงานวิจัยเชิงพื้นที่และชุมชนที่ สกว.ให้การสนับสนุนในกลุ่ม ABC (Area-Based Collaborative Research) และ CBR (Community-Based Research) ซึ่งใช้การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมและการวิเคราะห์ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ดังนั้นในโครงการการใช้ประโยชน์จากงานวิจัยในชุดโครงการนี้ นักวิจัยซึ่งเป็นนักนิเทศศาสตร์จึงจำเป็นต้องดำเนินงานไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อให้ชุมชนมีส่วนร่วมและก้าวเข้ามาบริหารจัดการร่วมกัน อันจะก่อให้เกิดความยั่งยืน
 
การเลือกงานวิจัยและพัฒนานักวิจัย การคัดงานวิจัยวางอยู่บนเงื่อนไขความต้องการของสามฝ่ายคือ ชุดโครงการฯ สกว. และนักวิจัยที่เกี่ยวข้องจำนวน 12 ทีม การคัดเลือกงานวิจัยที่ตรงกับเงื่อนไขดังกล่าว จัดเป็น 3 กลุ่มคือ (1) เกษตรทางเลือก (2) กลุ่มคน (ด้อยโอกาส) ได้แก่ เยาวชนชาติพันธุ์ คนพิการ กลุ่มชาติพันธุ์ และผู้สูงอายุ และ (3) การบริหารจัดการทรัพยากร ได้แก่ น้ำ ป่าชายเลน ฐานข้อมูล และวัฒนธรรมชุมชน เพื่อให้นักวิจัย 12 ทีมเข้าใจถึงฐานคิดของชุดโครงการนี้ ได้จัดการอบรมพัฒนาเรื่อง “การใช้ประโยชน์จากงานวิจัยด้วยเครื่องมือการสื่อสาร” มีเอกสารประกอบการอบรม ซึ่งนักวิจัยสามารถใช้ศึกษาและใช้ทบทวน รวมทั้งมอบให้กับพื้นที่ชุมชนอื่นได้ นอกจากนั้นยังใช้วิธีการพูดคุยกันรายบุคคล จนทำให้นักวิจัยตกผลึกความคิดอีกด้วย

การให้นักวิจัยลงพื้นที่เพื่อวิเคราะห์พื้นที่และเขียนข้อเสนอโครงการ ผลการสำรวจผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และปัญหาในพื้นที่ชุมชนใช้เครื่องมือ 7 ด้าน (ข้างต้น) ทำให้นักวิจัยรู้จักและเข้าใจชุมชน ปัญหา และเงื่อนไขต่างๆ สามารถนำไปสู่การออกแบบงานวิจัย และพัฒนาเป็นข้อเสนอของโครงการได้ ที่สำคัญคือ หากสำรวจชุมชนแล้วพบว่า บางแห่งไม่สามารถพัฒนาการใช้ประโยชน์จากงานวิจัยได้ ด้วยเงื่อนไขต่าง ๆ ก็ต้องปรับเปลี่ยนงานวิจัยและพื้นที่ในการศึกษาใหม่
 

 
การประเมินข้อเสนอโครงการ เป็นขั้นตอนสุดท้ายของต้นธาร ผู้ทรงคุณวุฒิจาก สกว. จะประเมินโดยวิธีการนำเสนอเพื่อซักถามและเกิดการเรียนรู้ได้อย่างดีระหว่างนักวิจัยกับผู้ประเมิน และระหว่างนักวิจัยด้วยกัน การคัดเลือกผู้ทรงคุณวุฒิในการประเมิน มีการหารือกับ สกว. และได้แนวทางการประสานผู้ทรงคุณวุฒิให้ครบสามด้าน คือ ผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความเข้าใจด้านการใช้ประโยชน์จากงานวิจัย ผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความเข้าใจในด้านการสื่อสารเพื่อการพัฒนา และผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความเข้าใจในประเด็นเฉพาะ (ที่เหมาะกับแต่ละโครงการย่อย) เพื่อทำให้เกิดข้อเสนอแนะในแต่ละมิติ อันนำไปสู่ข้อเสนอที่สมบูรณ์
4 ขั้นตอนการบริหารจัดการกลางธาร
ช่วงกลางธาร บทบาทสำคัญของชุดโครงการฯ คือ การพัฒนานักวิจัย สืบเนื่องจากนักวิจัยในชุดโครงการนี้ เป็นนักนิเทศศาสตร์ แม้จะมีความรู้ด้านการสื่อสารเพื่อการพัฒนาบนกระบวนทัศน์ทางเลือก แต่ขาดความรู้ในด้านการวิเคราะห์ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียซึ่งเป็นส่วนสำคัญในกรอบแนวคิดการใช้ประโยชน์จากงานวิจัย จึงเรียนเชิญ รศ. ดร.กาญจนา แก้วเทพ มาเป็นผู้ให้การอบรม เพื่อให้นักวิจัยมีความรู้มากขึ้น และสามารถนำไปใช้กับโครงการวิจัยของตนเอง นอกเหนือจากการอบรมอย่างเป็นทางการแล้ว ชุดโครงการฯ ยังได้รับการสนับสนุนจากที่ปรึกษาโครงการ (รศ. ดร.สมสุข หินวิมาน และ รศ. ดร.กาญจนา แก้วเทพ) ร่วมกันพัฒนานักวิจัยในรายบุคคล ผ่านการให้คำปรึกษา การให้เอกสาร ตำรา หนังสือ งานวิจัย เพื่อเพิ่มพูนความรู้ในประเด็นที่นักวิจัยยังขาดหาย

การให้นักวิจัยดำเนินการ หลังการอบรมและพัฒนา นักวิจัยได้ลงพื้นที่ โดยใช้ฐานความรู้สามด้าน (การใช้ประโยชน์จากงานวิจัยด้วยเครื่องมือการสื่อสาร การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมและการวิเคราะห์ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และการสื่อสารเพื่อการพัฒนาบนกระบวนทัศน์ทางเลือก) และเริ่มดำเนินการใช้ประโยชน์จากงานวิจัย เมื่อเกิดปัญหาในเนื้อหาของประเด็นย่อยของแต่ละพื้นที่ ทีมประสานงานกลางต้องเข้าไปช่วยแนะนำและแก้ไขปัญหา ในลักษณะการทำงานแบบ “เคียงบ่าเคียงไหล่” เพื่อทำให้นักวิจัยสามารถก้าวผ่านอุปสรรคได้

การประเมินผลครึ่งทาง กำหนดขึ้นในช่วงหกเดือนหลังเริ่มดำเนินการ เพื่อให้นักวิจัยได้ทบทวนการทำงานของตนเอง และรับฟังข้อเสนอแนะจากผู้ทรงคุณวุฒิ ชุดโครงการฯ ได้เลือกการนำเสนอผลการดำเนินงานแบบเผชิญหน้า มีผู้ทรงคุณวุฒิ ชุดเดียวกับผู้ประเมินโครงการฯ ให้โอกาสนักวิจัยได้รายงานผลการดำเนินงานในเบื้องต้น และเห็นแนวทางการทำงานของทีมอื่นๆ จึงเกิดการเรียนรู้ สามารถหยิบยืมความรู้มาใช้ปรับงานของตน ทำให้พบว่าเหตุผลสำคัญที่ทำให้งานส่วนใหญ่ไม่คืบหน้า คือการใช้ประโยชน์จากงานวิจัยนี้ เน้นพื้นที่และชุมชน ซึ่งนักวิจัยจะต้องใช้ระยะเวลาในการทำความรู้จักชุมชน ต้องมีวิธีการดึงชุมชนเข้ามีส่วนร่วมให้ได้ จึงจะเริ่มงานได้ เหตุผลอีกประการหนึ่ง กลุ่มงานวิจัยที่คัดเลือกสำหรับการทำงานครั้งนี้ (เกษตรทางเลือก กลุ่มคน (ด้อยโอกาส) และการบริหารจัดการทรัพยากร) ต่างจากชุดความรู้ของนักนิเทศศาสตร์ค่อนข้างมาก จำเป็นต้องใช้ระยะเวลาในการแสวงหาความรู้อีกระยะหนึ่งด้วย

การลงพื้นที่ร่วมกับนักวิจัย ในช่วงปลายของงานกลางธาร ได้ลงพื้นที่ร่วมกับทีมนักวิจัยทั้ง 12 โครงการย่อย ทำให้ “เห็นปัญหาที่แท้จริงของแต่ละทีม” เห็นแนวทางการทำงาน จึงได้ช่วยเหลือ ให้ข้อคิดเห็นแก่นักวิจัยแต่ละทีม ทำให้เกิดการปรับและพัฒนาโครงการได้ดียิ่งขึ้น สำหรับทีมนักวิจัยหน้าใหม่ ต้องใช้การลงพื้นที่มากกว่าหนึ่งครั้ง ทำให้เกิดข้อสังเกตว่า ในอนาคต หากออกแบบให้สามารถลงพื้นที่พร้อมกับนักวิจัยในช่วงแรก (ของแต่ละโครงการย่อย) อาจจะช่วยพัฒนานักวิจัยได้มากและเร็วขึ้น ในส่วนของผู้ประสานงานชุดโครงการ การลงพื้นที่ร่วมกับนักวิจัยแต่ละครั้ง ช่วยให้เกิดการพัฒนาความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์จากงานวิจัยด้วยเครื่องมือการสื่อสารมากขึ้น และนำไปสู่ประสิทธิภาพการสังเคราะห์ชุดโครงการในช่วงปลายธาร
4 ขั้นตอนการบริหารจัดการปลายธาร
การถอดบทเรียน เป็นตัวช่วยทำให้นักวิจัยทีมย่อยสามารถสรุปประเด็น แนวทางการทำงาน และการวิเคราะห์ผลการดำเนินงานได้อย่างดี ชุดโครงการฯ จัดการถอดบทเรียน 2 ครั้ง โดยครั้งแรกให้แต่ละทีมย่อยเขียนเอกสารเพื่อแลกเปลี่ยนกันอ่านก่อนการประชุม และครั้งที่สองให้นำเสนอให้ที่ประชุม มีทีมประสานงานกลาง ทีมย่อย ที่ปรึกษาโครงการ และผู้ทรงคุณวุฒิร่วมรับฟัง หลังจากนั้นจึงนำสู่การแลกเปลี่ยนในที่ประชุม ทำให้เกิดการเรียนรู้ การวิเคราะห์ และสังเคราะห์งานของแต่ละท่าน ที่สำคัญ รศ. ดร. กาญจนา แก้วเทพ ได้ช่วยกรุณาสรุปผลในเบื้องต้นให้เห็นภาพรวมของการดำเนินงานในชุดโครงการฯ ทั้งหมด ซึ่งช่วยให้นักวิจัยสามารถสรุปและวิเคราะห์งานของตน สามารถเขียนงานวิจัยได้อย่างดี

การถอดบทเรียนในครั้งนี้ ค้นพบแนวทางการใช้ประโยชน์จากงานวิจัยด้วยเครื่องมือการสื่อสาร โดยสามารถเทียบได้กับการปลูกต้นไม้ ดังนี้ รากต้นไม้ เทียบได้กับแก่นความรู้ของผู้วิจัย ยิ่งผู้ทำวิจัยเป็นนักนิเทศศาสตร์ การจะนำงานวิจัยของพื้นที่และชุมชนมาใช้จะต้องเรียนรู้ และเข้าใจงานวิจัยเดิมอย่างละเอียด ตระหนักถึงงานวิจัยเดิมที่อาจมีข้อจำกัดต่าง ๆ และทำความรู้จักประเด็นพื้นที่ให้มาก ตัวต้นไม้ เทียบได้กับขั้นตอนการดำเนินงาน มีการวิเคราะห์งานวิจัยเดิม การทำความรู้จักชุมชน การวิเคราะห์ชุมชนและปัญหาชุมชน การวิเคราะห์ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย การเลือกเครื่องมือด้านการสื่อสาร (7 ด้าน) จากนั้นจึงดำเนินงานในลักษณะการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม กิ่งก้าน เทียบได้กับเส้นทางสู่การใช้ประโยชน์ ได้แก่ การขยายกลุ่มเป้าหมาย จากพื้นที่หนึ่งไปอีกพื้นที่หนึ่ง การขยายประเด็นเดิมในพื้นที่เดิมสู่ประเด็นใหม่ และ การขยายกลุ่มสนับสนุน ซึ่งเดิมอาจเป็นคนกลุ่มหนึ่ง แต่ในการใช้ประโยชน์ใหม่นี้จะขยายไปสู่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่น ๆ

การรดน้ำพรวนดิน เปรียบได้กับการดูแลและเอาใจใส่นักวิจัย อาจต้องมีการอบรมและพัฒนานักวิจัย โดยเฉพาะในด้านการวิเคราะห์ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และฐานคิดของชุดโครงการ พื้นดิน เทียบได้กับเงื่อนไขความสำเร็จ คือตัวพื้นที่ชุมชนที่ดำเนินงาน บางพื้นที่ “ดินไม่ดี” ไม่มีการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ หรือใช้ประโยชน์ไม่ได้เต็มที่ หรือใช้ประโยชน์อย่างผิดแนวทาง หรือใช้ประโยชน์เพื่อเป้าหมายอื่นแต่ไม่ได้เพื่อชุมชน ดอกผลของโครงการ เทียบได้กับดัชนีชี้วัดความสำเร็จในการนำผลวิจัยไปใช้ประโยชน์ เช่น กรณีทำเป็นเอกสารควรบอกได้ว่า มีการใช้งานไปเท่าไร มีการขยายงานวิจัยอื่นๆ ออกไปอีกกี่โครงการ มีการขยายประเด็น ขยายพื้นที่ ขยายกลุ่มเป้าหมาย หรือต้องใช้งานวิจัยอื่น ๆ มาเติมเต็ม บางโครงการย่อยสามารถขยายผลไปสู่มิติอื่น ๆ อีก เช่น การขยายไปสู่ประเด็นเศรษฐกิจ และนโยบายของชุมชน
 

การเขียนงาน ภายหลังจากการถอดบทเรียนแล้ว โครงการย่อยต้องนำไปแก้ไขและเขียนเป็นงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ และเนื่องจากงานวิจัยฉบับสมบูรณ์อาจมีความยาวและใช้เวลาเขียนนาน จึงให้แต่ละทีมเขียนสรุปประเด็นงานวิจัยของตน เพื่อทำเป็นบทความ เป็นการช่วยสรุปสาระสำคัญได้ง่ายและชัดขึ้น มีการนำบทความดังกล่าวรวบรวมตีพิมพ์เป็นเล่ม สำหรับผู้สนใจในด้านการใช้ประโยชน์จากงานวิจัยด้วยเครื่องมือการสื่อสารในอนาคต

การประเมินผลงานครั้งสุดท้าย การดำเนินงานต่างไปจากสองครั้งที่ผ่านมา มีการจัดส่งผลงานให้กับผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่ออ่านงานโดยละเอียด ประเมินและแสดงความคิดเห็น ส่งกลับให้ทีมประสานงานกลางสรุปและส่งต่อให้กับทีมวิจัยย่อย เนื่องจากการดำเนินงานของโครงการย่อยแล้วเสร็จไม่พร้อมกัน การจะจัดแบบเผชิญหน้าทำได้โดยยาก และที่สำคัญคือ เอกสารมีความหนามาก การประเมินต้องใช้เวลา

การเผยแพร่ผลงาน เพื่อให้ครบขั้นตอนการใช้ประโยชน์จากงานวิจัยที่แท้จริง ชุดโครงการฯ ได้จัดการเผยแพร่ผลงาน เพื่อให้ผู้สนใจเกิดความเข้าใจการใช้ประโยชน์จากงานวิจัยด้วยเครื่องมือการสื่อสาร และสามารถนำแนวทางการทำงานนี้ไปใช้ต่อได้ในอนาคต ชุดโครงการฯ ได้จัดการสัมมนา “วิจัยใช้ประโยชน์” โดยให้ทีมวิจัยย่อยนำเสนอแบบปากเปล่า ณ ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2560 และจัดแสดงนิทรรศการโดยใช้โปสเตอร์สรุปประเด็นของแต่ละโครงการย่อย จัดระบบการถ่ายทอดสดการสัมมนาผ่านเครือข่ายดิจิทัล Facebook live ของศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (sac-bank of anthropological data) มีผู้เข้าร่วมชม 4,865 ครั้ง การนำเสนอผลงานได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมสัมมนา 152 คน และได้รับการเผยแพร่ในหนังสือพิมพ์ กรุงเทพธุรกิจ ผู้จัดการ ข่าวสด เดลินิวส์ ไทยรัฐ นอกจากนั้น ได้จัดพิมพ์ผลการสังเคราะห์โครงการย่อย เป็นหนังสือชุดโครงการ มอบให้ผู้เข้าร่วมสัมมนา และส่งให้ห้องสมุดมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ทั่วประเทศ เพื่อให้เกิดการไหลเวียนความรู้อีกด้วย
 

 
การดำเนินงานครั้งนี้ ชุดโครงการฯ สามารถทำได้อย่างราบรื่น และได้ผลตามเป้าหมาย ไม่ใช่เพียงเพราะความสามารถของผู้ประสานงาน แต่เพราะมีที่ปรึกษาโครงการและผู้ทรงคุณวุฒิหลายท่านที่มีคุณูปการ ให้คำชี้แนะที่ทรงคุณค่าในการดำเนินงานตลอดโครงการ นักวิจัย 12 ทีม มีความกระหาย และกระตือรือร้นในการทำวิจัยแบบใหม่ สกว.โดย ศ. นพ.สุทธิพันธ์ จิตพิมลมาศ ผู้อำนวยการ รศ.ดร.จันทร์จรัส เรี่ยวเดชะ อดีตรองผู้อำนวยการ ด้านการสื่อสารสังคม และทีมงาน สกว. ผู้อยู่เบื้องหลัง ให้การสนับสนุนอย่างดียิ่ง ผู้ประสานงานเป็นเพียงผู้กำกับและผู้จัดการ ออกแบบกลไกให้เกิดการขับเคลื่อนความรู้ ทำให้ชุดโครงการฯ สามารถเดินตามเป้าหมายอย่างมีระบบ สร้างการเรียนรู้เพิ่มเติมให้กับผู้เกี่ยวข้องตลอดเวลา ทีมวิจัยหวังให้แนวทางในการบริหารจัดการนี้เป็นเครื่องมือช่วยสร้างนักบริหารและนักจัดการงานวิจัยให้มีจำนวนทวีคูณเพิ่มขึ้น ทำให้เกิดการพัฒนาการใช้ประโยชน์จากงานวิจัยต่อไปในอนาคต

ผู้สนใจผลผลิตจากชุดโครงการ โปรดติดตามหนังสือชุด “การใช้ประโยชน์จากงานวิจัยด้วยเครื่องมือการสื่อสาร” จำนวน 4 เล่ม ได้แก่ แนวคิดและบทสังเคราะห์ / การพัฒนาการเกษตร / การพัฒนากลุ่มคน / การบริหารจัดการทรัพยากร ได้ที่สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
 

แหล่งที่มา : ประชาคมวิจัย    ฉบับที่ : 133    หน้าที่ : 72    จำนวนคนเข้าชม : 25   คน