เมนู



ฉบับพิเศษ

สิงหาคม  2560




เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)

Biodata ฐานข้อมูลนักวิชาการ ประเทศไทย

ห้องสมุดออนไลน์ สกว.

ฝ่ายวิจัยเพื่อท้องถิ่น งานวิจัยท้องถิ่น

โครงการปริญญาเอก คปก.

ร้านหนังสือ สกว.




จำนวนผู้เข้าชม

2710955

รายละเอียด

เพื่ออนาคต : ยาก...แต่ดี! (2)
จากเนลสัน แมนเดลา และโทมัส แอลวา เอดิสัน เราได้เห็นตัวอย่างของเรื่อง “ยาก...แต่ดี!” ที่ไม่ธรรมดาของบุคคลสำหรับระดับโลก แล้วสำหรับปุถุชนคนธรรมดาทั่วไปอย่างเรา ๆ ท่าน ๆ ล่ะ?

เรื่องราววิถีชีวิตของมนุษย์แต่ละคน เป็นเรื่องของแต่ละคน ดังเป็นเช่นนิยายชีวิตของแต่ละคน ซึ่งในฐานะเป็นสัตว์สังคมร่วมกัน เป้าหมายสูงสุดของมนุษย์แต่ละคน กล่าวได้ว่า ต้องการมีชีวิตที่เป็นสุข หรือจะให้เด่นชัดขึ้น ก็คือ ต้องการมีชีวิตที่ประสบความสำเร็จอย่างมีความสุข

แต่มนุษย์ก็มีความแตกต่างในความเป็นตัวตนของแต่ละคน คือเรื่องความคิด ความเชื่อ ศรัทธา ความมุ่งหวัง ความมุ่งมั่นและความอดทน อีกทั้งความสำนึกหรือความตระหนักในฐานะเป็นส่วนหนึ่งของสังคม ที่ทุกส่วนจะต้องมีความรับผิดชอบร่วมกัน ทำให้วิถีชีวิตของมนุษย์แต่ละคน แตกต่างกัน

กล่าวคือ ความฝันอันสูงสุดของมนุษย์จะคล้ายกัน แต่ความสำเร็จในการบรรลุเป้าหมายสูงสุดของชีวิต จะแตกต่างกัน

อย่างไรก็ตาม ในบริบทของชีวิตคนเราโดยทั่วไป ก็มีโอกาสจะมีชีวิตที่กล่าวได้ว่าเป็นปรกติสำหรับวิถีชีวิตของคนส่วนใหญ่คือ เกิด เติบโต เป็นผู้ใหญ่ ทำงานหรือประกอบอาชีพ แล้วก็ตาย

แล้วเรื่อง “ยาก...แต่ดี!” เข้ามาเกี่ยวข้องกับชีวิตคนเราตรงไหน?

คำตอบตรง ๆ คือ การจะได้มีชีวิตที่ประสบความสำเร็จอย่างแท้จริง
 
ทำไม!

ก็เพราะลำพังเพียงการจะได้มีชีวิตที่ประสบความสำเร็จอย่างไม่มีเงื่อนไข ถึงแม้จะ “ยาก” แต่จะไม่ใช่ “ยาก...แต่ดี!” เพราะส่วนที่ยาก ก็คือ “…แต่ดี!”

เรื่อง “ยาก...แต่ดี!” ในชีวิตของคนโดยทั่วไป เกิดขึ้นได้มากน้อยแค่ไหน?

คำตอบตรง ๆ คือ มาก เพราะสามารถจะเกิดขึ้นกับทุกภาคส่วนของชีวิต แต่ในที่นี้ผู้เขียนขอนำมาเป็นตัวอย่างเรื่อง “ยาก...แต่ดี!” ที่น่าสนใจเป็นพิเศษ 9 เรื่อง เริ่มจากเรื่องแรกที่เชื่อได้ว่า อยู่ในใจของคนทุกคน คือ ความร่ำรวย
(1) ความร่ำรวย
ความร่ำรวยทรัพย์สินเงินทอง เป็นเรื่องปรกติธรรมดาที่ทุกคนอยากมี และก็ไม่ใช่เรื่องยาก ถ้าอยากจะรวย โดยไม่คำนึงถึงวิธีการที่จะรวยที่ยากคือ รวยอย่างมีความสุขที่แท้จริง ซึ่งมีความหมายมากกว่าเพียงการมีทรัพย์สินเงินทองมากมาย เพราะคนที่รวยจากวิธีการซึ่งเจ้าตัวก็รู้ว่า ผิด เช่น ทุจริต ฉ้อโกง คอรัปชั่น ผิดกฎหมาย ปล้นทั้งแบบโลว์เทค (ปล้นธนาคาร) และไฮเทค (อาชญากรรมคอมพิวเตอร์) จะไม่มีวันได้มีความสุขที่แท้จริง

คนที่มีทรัพย์สินมากมายด้วยวิธีการที่ไม่ถูกต้อง ถึงแม้จะแสดงตนว่า มีความสุข มีชีวิตที่โอ่อ่า หรูหรา แต่จริง ๆ แล้ว ก็นอนหลับฝันร้ายเป็นประจำ

กุญแจสำคัญของความร่ำรวยอย่างมีความสุขที่แท้จริง คือ อย่าตีค่าความร่ำรวยเป็นเพียงตัวเลข แต่ในขณะเดียวกัน ก็ต้องตระหนักว่า ถึงแม้เงินจะไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุดของชีวิต แต่ก็เป็นสิ่งจำเป็นที่ทุกคนจะต้องมี อย่างน้อยเพื่อดูแลตนเองได้ ไม่ต้องไปพึ่งพาคนอื่น

อย่างสั้น ๆ คือ คนมีเงินไม่กี่ร้อยกี่พันในกระเป๋า ก็รวยได้ ถ้าสามารถดูแลตนเองได้ รับผิดชอบครอบครัวได้ และช่วยคนอื่นได้

แต่ส่วน “ยาก...แต่ดี!” ที่ท้าทายและดีจริง ๆ คือ การจะได้เป็นคนรวยในความหมายอย่างเป็นรูปธรรม มีฐานะมั่นคงทางเศรษฐกิจ โดยต้องเริ่มต้นจากต้นทุนที่ต่ำมาก ๆ เช่น เกิดในครอบครัวที่ยากจน ประกอบอาชีพจากเงินเริ่มต้นลงทุนที่น้อย ทำงานที่เงินเดือนเงินตอบแทนน้อย เพราะต้องมีความอดทน มุ่งมั่น ตั้งใจมากเป็นพิเศษ

หรือคนวัยหนุ่มวัยสาวใหม่ ๆ ที่อยากจะเป็นคนรวยมิใช่เพียงระดับเศรษฐีเงินล้าน หากเป็นมหาเศรษฐีร้อยล้าน พันล้าน โดยวิถีแห่งการสร้างตนที่สุจริตล่ะ?

นี่คือตัวอย่าง “ยาก...แต่ดี!” อย่างที่สุดที่สามารถเกิดขึ้นได้จริง แต่ก็ต้องเป็นคนที่ “มี” หรือ “สร้าง” ความสามารถพิเศษเหนือคนอื่น ๆ

แต่ก็จะคุ้มค่า เพราะจะพบว่า ตลอดเส้นทางการสร้างตนที่ดูยากนั้น มีความสุข โดยที่ความสุขอีกส่วนหนึ่งที่มักจะตามมาด้วยคือ คนที่ประสบความสำเร็จในระดับไม่ธรรมดาเหล่านี้ ก็มักจะ “แบ่งปัน” สิ่งที่มีให้กับคนอื่น ช่วยเหลือคนอื่น ๆ ที่ด้อยโอกาส

เรื่อง “ยาก...แต่ดี!” ของความร่ำรวยนี้ดีสำหรับใคร? สำหรับอะไร?

ดีสำหรับตนเองเป็นเบื้องต้น เพราะสามารถจะมีชีวิตที่มีศักดิ์ศรี มีความภาคภูมิใจในความเป็นมนุษย์ แล้วก็ดีสำหรับสังคมและประเทศด้วย เพราะไม่ต้องเป็นภาระให้ต้องช่วยเหลือ
(2) การทำงาน
ทุกคนเกิดมาต้องทำงาน ไม่ว่าจะเป็นงานอาชีพหรืองานแม่บ้านและพ่อบ้าน เรื่องการทำงานจึงเป็นเรื่องสำคัญของทุกคน และจีงแยกมากล่าวถึงเป็นเรื่องที่สอง (จากเรื่องความร่ำรวย) โดยจะเน้นไปที่การทำงานประกอบอาชีพ เป็นรายได้หลักของคนทำงานหรือของครอบครัว

ส่วน “ยาก...แต่ดี!” ของการทำงานคือ การทำงานอย่างมีความสุขที่แท้จริง ซึ่งมักจะไม่เกิดขึ้นกับคนทำงานโดยทั่ว ๆ ไปที่มักจะทำงานเพราะจำเป็นจะต้องทำ เพื่อให้ได้รายได้มาเลี้ยงตนเองหรือครอบครัว ถึงแม้จะคิดว่า ก็ทำดีที่สุดให้แล้วตามหน้าที่ มาทำงานตรงเวลา อยู่กับงานจนหมดเวลา ถึงแม้จะมองนาฬิกาบ่อย ๆ รอเวลาที่จะได้เลิกงาน

สิ่งที่ “ยาก...แต่ดี!” คือ การทำงานที่ไม่มองเป็นเพียงเรื่องต้องทำตามหน้าที่ หรือต้องทำเพื่อให้ได้เงินเลี้ยงชีพเท่านั้น หากมองการทำงานเป็นสิ่งสำคัญของชีวิต ทั้งของนายจ้างและตัวเราเอง แล้วก็ทุ่มเทให้กับงานอย่างเต็มที่ โดยไม่เสียดายหยาดเหงื่อหรือกำลังความคิด

ทำงานมิใช่เพียงให้หมดเวลาไปแต่ละวัน แต่ทุ่มเทให้กับงานทั้งหน้าที่โดยตรง และเต็มใจช่วยเพื่อนร่วมงานด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เพื่อนร่วมงานที่มีงานหนักอย่างเกินภาระ หรือในขณะที่เพื่อนร่วมงานกำลังมีปัญหาเรื่องสุขภาพ ทั้งร่างกายและจิตใจ

ทำงานอย่างทุ่มเทเต็มที่ด้วยความเต็มใจ ช่วยทั้งส่วนเป็นงานจริง ๆ และบรรยากาศการทำงานให้สดใส มีพลัง โดยไม่ต้องการผลประโยชน์พิเศษทั้งโดยตรงหรือแอบแฝงจากนายจ้าง

คนทำงานที่ทุ่มเทให้กับงานเหมือนกับเป็นเจ้าของบริษัทหรือหน่วยงานเสียเอง มีน้ำใจกับเพื่อนร่วมงาน ไม่หยุดคิดและทำในสิ่งที่จะเป็นประโยชน์กับที่ทำงานและเพื่อนร่วมงาน จะเหนื่อยกว่าคนอื่น ๆ หน่อยในที่ทำงาน แต่จะพบว่า “คุ้มค่า” กับความพยายามและเวลาที่ให้กับการทำงาน

เรื่อง “ยาก...แต่ดี!” ในการทำงานนี้ ฟังดูเหมือนกับเป็นเรื่องอุดมคติ มีเฉพาะในนิยายน้ำเน่าเท่านั้น...

แต่ผู้เขียนยืนยันให้ว่า เป็นเรื่อง “ยาก...แต่ดี!” จริง ๆ โดยส่วนที่ดีนั้นก็ดีสำหรับทั้งตนเองและคนอื่น ๆ ด้วย
(3) คู่ชีวิต
มนุษย์ทุกคน ทั้งหญิงและชาย ล้วนอยากมีชีวิตรักแบบเทพนิยาย ที่จบลงด้วยการแต่งงานของเจ้าหญิงกับเจ้าชาย แล้วทั้งคู่ก็อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขตลอดชั่วกาลนาน

การจับคู่กับของคนสองคน แล้วก็ได้ร่วมชีวิตคู่กัน เป็นเรื่องไม่ยาก แต่ส่วนที่ “ยาก...แต่ดี!” ก็คือ ส่วนหลังการแต่งงานของเจ้าหญิงกับเจ้าชายในเทพนิยาย แล้วก็ได้ใช้ชีวิตคู่ร่วมกันอย่างมีความสุขตลอดชั่วชีวิตของคนทั้งสอง เพราะในชีวิตจริง การแต่งงานเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของชีวิตที่คนสองคนต้องเดินทางต่อไปอีกยาวนาน และก็เป็นส่วนของชีวิตที่ท้าทายอย่างที่สุด เนื่องจากทั้งสองคน ต่างก็จะต้องพบกับตัวตนที่แท้จริงของอีกฝ่ายหนึ่ง ที่ไม่เห็นมาก่อนการร่วมชีวิตกัน...

อีกทั้งชีวิตคู่ของสังคมยุคใหม่ เปราะบางกว่าในอดีต จากการที่ทั้งหญิงและชายมีความทัดเทียมกันในทุก ๆ ด้านของการดำเนินชีวิต โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การทำงานประกอบอาชีพจากการเปลี่ยนแปลงใหญ่ที่สุดของชีวิตมนุษย์ผู้หญิง ทำให้ผู้หญิงไม่ต้องถูกพันธนาการด้วยภาระที่หลีกเลี่ยงไม่ได้มาก่อน คือ การตั้งครรภ์

อย่างไรก็ตาม ก็เป็นสิ่งที่เป็นธรรมชาติของมนุษย์อย่างที่สุด ที่งดงามที่สุด ความรู้สึกรื่นรมย์ที่สุด ก็เกิดขึ้นจากการใช้ชีวิตคู่ร่วมกันอย่างเป็นสุขของคนสองคน

แล้วสิ่งงดงามที่สุดนี้ จะเกิดขึ้นจากคนสองคน ที่มีความแตกต่างกันเป็นพื้นฐานได้อย่างไร?
 
นี่เองคือส่วนของ “ยาก...แต่ดี!” ของการใช้ชีวิตคู่ ที่ผู้เขียนขอตกผลึกเป็นแนวคิดบางประการ มาฝากคู่ชีวิตที่อยากมีชีวิตเป็นสุขตลอดชั่วกาลนานดังในเทพนิยาย

 รักษาความรู้สึกในส่วนที่ดีของอีกฝ่ายหนึ่ง ที่ได้เห็นมาก่อนการตัดสินใจร่วมชีวิตคู่กัน

 ก่อนการแต่งงาน เวลามีความสุขที่สุดคือ ช่วงเวลาสั้น ๆ ที่ได้พบกัน หลังการแต่งงานพยายาม “สร้าง” หรือ “รักษา” ความรู้สึกที่ดีร่วมกัน ทำกิจกรรมหรือสร้างบรรยากาศอันวิเศษให้เกิดขึ้นบ่อย ๆ


 ละทิ้งส่วนเป็นตัวตนของตน ที่รู้แก่ใจว่า อีกฝ่ายไม่ชอบ โดยที่ส่วนที่ควรละทิ้ง ก็ต้องเป็นส่วนที่สมควรจะละทิ้ง ไม่ใช่ยอมสูญเสียความเป็นตัวตนของตนไปเสียทั้งหมด เพื่ออีกฝ่ายหนึ่ง

 ชื่นชมยินดีเมื่ออีกคนหนึ่ง ได้ทำหรือรับสิ่งดี ๆ และเป็นกำลังใจ เมื่ออีกคนหนึ่งกำลังมีเรื่องไม่สบายใจ พบอุปสรรค


 คิดก่อนพูดและทำเสมอ โดยให้นึกถึงจิตใจ ความรู้สึกของอีกคนหนึ่งเสมอ คาถาวิเศษคือ อย่าพูดขณะกำลังโกรธ ให้นับหนึ่งถึงสิบหรือถึงร้อยก่อนจะพูด ให้จำใส่ใจไว้เสมอว่า คำพูดที่ไม่น่าฟังที่สุด การแสดงออกที่น่ารังเกียจที่สุด ก็คือ การพูดและการแสดงออกขณะกำลังโกรธ

 มีคำกล่าวว่า “เรื่องเศร้าที่สุดของคนแก่ คือ มีเรื่องดี ๆ จะเล่า แต่รู้ว่า ไม่มีใครสนใจจะฟัง แม้แต่คนที่ใกล้ชิดที่สุด คือ คู่ชีวิต” เป็นคาถาวิเศษอีกคาถาหนึ่งสำหรับคู่ชีวิตพึงตระหนัก ยิ่งตระหนักได้เร็วเท่าใดในช่วงชีวิตการมีคู่ ก็ยิ่งดี

หลักปฏิบัติ “ยาก...แต่ดี!” สำหรับคู่ชีวิตเหล่านี้ ดีสำหรับใคร? สำหรับอะไร?

อย่างชัดเจนคือ ดีสำหรับคู่ชีวิตเอง แล้วก็ดีสำหรับโลกด้วย เพราะโลกจะสว่างสดใสด้วยมหัศจรรย์แห่งรักเสมอ


(โปรดอ่านต่อฉบับหน้า)
แหล่งที่มา : ประชาคมวิจัย    ฉบับที่ : 133    หน้าที่ : 50    จำนวนคนเข้าชม : 171   คน