เมนู



ฉบับพิเศษ

สิงหาคม  2560




เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)

Biodata ฐานข้อมูลนักวิชาการ ประเทศไทย

ห้องสมุดออนไลน์ สกว.

ฝ่ายวิจัยเพื่อท้องถิ่น งานวิจัยท้องถิ่น

โครงการปริญญาเอก คปก.

ร้านหนังสือ สกว.




จำนวนผู้เข้าชม

2660481

รายละเอียด

ศาสตร์พระราชา ภูมิคุ้มกันที่ยั่งยืน

 

 
จากพระราชดำรัสข้างต้น ฝ่ายวิจัยเพื่อท้องถิ่น สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ในฐานะหน่วยงานสนับสนุนการวิจัยทุกมิติ ตระหนักถึงความสำคัญ และน้อมนำมาบัญญัติไว้ในกระบวนทัศน์การสนับสนุนการวิจัย เพื่อการจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชน ภายใต้โครงการวิจัยเรื่องการจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชนบนฐานแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง ภายใต้พลวัตของการเปลี่ยนแปลง: บ้านแม่กำปอง ตำบลห้วยแก้ว อำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ เป็นพื้นที่ต้นแบบของการพัฒนาอย่างยั่งยืนในทุกมิติ โดยความร่วมมือระหว่างฝ่ายวิจัยเพื่อท้องถิ่น สถาบันการท่องเที่ยวโดยชุมชน และ มหาวิทยาลัยพายัพ

ด้วยตระหนักว่า “แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง” ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่พระราชทานแนวคิดแก่ปวงชนชาวไทยให้น้อมนำไปปฏิบัติในชีวิตประจำวัน คือการพัฒนาที่ตั้งบนพื้นฐานของทางสายกลาง ความไม่ประมาท โดยคำนึงถึงความพอประมาณ ความมีเหตุผล การสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว ตลอดจนใช้ความรู้ ความรอบคอบ และคุณธรรมประกอบการวางแผน การตัดสินใจ และการกระทำ
 
ทั้งนี้ทั้งนั้นการท่องเที่ยวโดยชุมชน จึงเป็นทางเลือกหนึ่งที่เหมาะสำหรับสถานการณ์วิกฤติเศรษฐกิจปัจจุบัน เนื่องด้วยเป็นเครื่องมือในการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นในด้านต่าง ๆ เป็นการจัดการทรัพยากรที่มีอยู่ในชุมชนอย่างยั่งยืน เป็นการรวบรวมของดีในชุมชน รื้อฟื้น อนุรักษ์และใช้ประโยชน์องค์ความรู้ ภูมิปัญญาท้องถิ่นเพื่อถ่ายทอดจากผู้อาวุโสในชุมชนมาสู่คนในรุ่นต่าง ๆ เพื่อเป็นการเชื่อมต่อระหว่างคนในและคนนอก ในการสร้างงานอาชีพให้กับคนท้องถิ่น โดยไม่ต้องย้ายถิ่นฐานแรงงานไปทำงานนอกชุมชน เมื่อชุมชนจะบริหารจัดการท่องเที่ยวโดยประยุกต์ใช้โดยแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อการบริหารจัดการวิกฤติการท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบจากการท่องเที่ยว ให้เป็นการอยู่ร่วมกันของชุมชนและเศรษฐกิจชุมชนได้เกิดประโยชน์ร่วมกันทั้งสองฝ่าย
 
คำจำกัดความที่ว่าได้ถูกนำมาขยายความ ซึ่งสรุปจากการปาฐกถาเรื่อง “การขับเคลื่อนการท่องเที่ยวในยุคโลกาภิวัตน์ บนฐานแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง” ในการประชุมเชิงปฏิบัติการ “ทิศทางท่องเที่ยวไทยบนฐานแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง” ซึ่งจัดขึ้นโดยสภานิติบัญญัติแห่งชาติ คณะกรรมาธิการการอุตสาหกรรมและการท่องเที่ยว และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย โดย ชัยอนันต์ สมุทรวณิช ผู้บังคับการวชิราวุธวิทยาลัย (ข้อมูลออนไลน์, 2550) ได้กล่าวว่า การเติบโตของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวท่ามกลางการขยายตัวในระบบทุนนิยม เป็นการสวนทางกับแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง ดังนั้นการท่องเที่ยวยุคใหม่ต้องรักษาดุลยภาพระหว่างการหารายได้กับการอนุรักษ์ เพื่อให้เกิดการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน ประกอบด้วย ความเรียบง่าย ฟื้นฟูพัฒนา และถนอมรักษา โดยภาครัฐควรให้ความสนใจกับนักท่องเที่ยวเชิงคุณภาพมากกว่าปริมาณ การเติบโตด้านการท่องเที่ยวเป็นการมองในด้านมิติทางเศรษฐกิจเป็นหลัก ขณะที่นโยบายการท่องเที่ยว ต้องแยกพิจารณาในด้านอุปสงค์ อุปทาน ให้มีการปรับใช้อย่างสมดุลในความพอดีและพอประมาณ

เวทีเดียวกันนี้ อธิบายอีกว่า การปรับใช้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงกับการท่องเที่ยวมี 4 มิติ คือ ด้านการส่งเสริมตลาดการท่องเที่ยวอย่างพอเพียง ต้องยึดความพอประมาณ ความมีเหตุผล และภูมิคุ้มกัน การสร้างภูมิคุ้มกันโดยจัดทำแผนส่งเสริมตลาดการท่องเที่ยวที่มีความรู้ดีพอ การทำตลาดควรดูซัพพลายที่มีอยู่ และคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม ชุมชน สังคมและข้อจำกัดอื่น ๆ นอกจากนี้ต้องรอบรู้และมีคุณธรรม ด้านการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างพอเพียง เน้นการบริหารจัดการทรัพยากรทางการท่องเที่ยวที่มีแนวทางชัดเจนและมีการบูรณาการภายใต้โรดแม็บเดียวกัน เน้นการพัฒนาโครงสร้าง ได้แก่ วินัย จิตสำนึก และการวางแผนแบบมีส่วนร่วมที่สนับสนุนการท่องเที่ยวยั่งยืน
 
ด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเพื่อการท่องเที่ยว ต้องรู้จักเคารพในภูมิปัญญาและวิถีชีวิต ปรับเปลี่ยนทัศนคติให้ความสำคัญของธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม ไม่มองธรรมชาติเป็นแค่ต้นทุน คำนึงถึงการใช้ประโยชน์และขีดความสามารถในการรองรับของพื้นที่ และควรพัฒนารูปแบบการท่องเที่ยวให้เกิดปฏิสัมพันธ์ตอบสนองการเรียนรู้ และสุดท้าย ด้านการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นเพื่อการท่องเที่ยว เพื่อเป็นการท่องเที่ยวทางเลือก โดยให้ชุมชนเข้มแข็ง มีเครือข่าย มีการเตรียมความพร้อมในการจัดเก็บข้อมูลเพื่อการพัฒนา และบริหารจัดการประโยชน์อย่างเสมอภาค

งานวิจัยเรื่องการจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชนบนฐานแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงภายใต้พลวัตของการเปลี่ยนแปลง: บ้านแม่กำปอง จึงสอดคล้องปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงกับการท่องเที่ยวที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้พระราชทานเป็นมรดกแก่ปวงชนชาวไทย

ส่วนปัจจัยและสาเหตุที่ทีมวิจัยเลือกพื้นที่แม่กำปองนั้น ผศ.ดร.ชูพักตร์ สุทธิสา ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยเพื่อท้องถิ่น สกว. และทีมวิจัย ต่างเห็นพ้อง คือ “บ้านแม่กำปอง” เป็นสถานที่ท่องเที่ยวกลางหุบเขาที่มีความโดดเด่นทางธรรมชาติ โดยเหล่านักท่องเที่ยวในโซเชียลมีเดียนิยามว่า บ้านแม่กำปองถ่ายภาพมุมไหนก็ปัง...แต่สถานการณ์ของวันนั้น ถึง วันนี้เปลี่ยนแปลงอย่างสิ้นเชิง โดยเฉพาะจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มมากขึ้น ถือเป็นความเสี่ยงของฐานทรัพยากรกับศักยภาพในการรองรับนักท่องเที่ยว
 
บ้านแม่กำปอง เริ่มทดลองรับนักท่องเที่ยวในปี 2542 และเปิดเป็นทางการวันที่ 10 ธันวาคม 2543 ระยะแรกของการดำเนินการท่องเที่ยวในชุมชน เกิดปัญหาหลายอย่างทั้งด้านความเข้าใจ ความรู้ และระบบการจัดการชุมชน จึงแก้ปัญหาในการปฏิบัติหรือการจัดการการท่องเที่ยวที่ถูกต้องด้วยกระบวนการวิจัยที่เน้นการมีส่วนร่วมของชุมชน เพื่อร่วมกันกำหนดกฏกติกาในการจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชน ระบบการจัดการ และเครื่องมือที่ชาวมานำมาใช้ซึ่งเป็นผลจากงานวิจัยเรื่อง การศึกษารูปแบบการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์บ้านแม่กำปอง เมื่อปี 2544 โดยนายพรมมินทร์ พวงมาลา ผู้ใหญ่บ้าน หรือพ่อหลวงบ้านแม่กำปอง (ภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็น ธีรเมศว์ ขจรรัตนภิรมย์) และทีมวิจัยชุมชน
 
ผ่านมาครึ่งทศวรรษ สถานการณ์เริ่มมีการเปลี่ยนแปลง เพราะจากงานวิจัยของ ดร. ฐิติ ฐิติจำเริญพร และคณะ เมื่อปี 2557 เรื่อง“การจัดการขีดความสามารถในการรองรับ(Carrying Capacity) การท่องเที่ยวโดยชุมชนของบ้านแม่กำปอง อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่” ที่ได้ศึกษาและประเมินผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อชุมชนในทั้ง 4 ด้าน คือ (1) ด้านกายภาพ (2) ด้านสิ่งแวดล้อม (3) ด้านสังคมวัฒนธรรม (4) ด้านสุขภาพ โดยพัฒนากรอบแนวคิดการประเมินผลกระทบต่อชุมชนร่วมกับกลุ่มนักวิจัยที่เป็นนักวิชาการจากภายนอกชุมชน รวมไปถึงตัวแทนผู้ประกอบการท่องเที่ยว หน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานสาธารณสุขของชุมชน(รพ.สต.ห้วยแก้ว) เพื่อร่วมกันค้นหาแนวทาง และรูปแบบการบริหารจัดการพื้นที่เพื่อรองรับการท่องเที่ยวของชุมชนได้อย่างเป็นระบบและสามารถดูแลจัดการพื้นที่ด้วยตนเอง
 
ผลการวิจัยดังกล่าวพบว่า ชาวบ้านบางกลุ่มไม่เข้าใจเรื่องการท่องเที่ยว และการให้บริการที่จอดรถไม่สะดวก คนนำเที่ยวไม่เพียงพอ รวมทั้งการติดต่อสื่อสารระหว่างชุมชนนักท่องเที่ยว ขาดความเข้าใจ เริ่มมีการขายที่ดินให้กับคนภายนอกมากขึ้น มีการรุกล้ำพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ทรัพยากรธรรมชาติ การใช้ทรัพยากรที่ไม่เหมาะสม ชุมชนไม่สามารถบริหารจัดการได้เช่นเดิม

ชุมชนจึงต้องแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในชุมชนของตนเอง เช่น การจัดการขยะ การดูแลสวนสมุนไพร การจัดระบบการจัดการท่องเที่ยว และความรู้สึกที่มีต่อความแออัดของจำนวนนักท่องเที่ยว และจำนวนรถยนต์ที่ผ่านเข้ามาในชุมชน เป็นต้น ทีมวิจัยและชุมชนได้วิเคราะห์ร่วมกันพบว่า จุดที่สำคัญที่สุดคือ ด้านนิเวศ ด้านสิ่งแวดล้อม และด้านจิตวิทยา เพื่อให้การจัดการท่องเที่ยวของชุมชนเป็นไปตามระเบียบปฏิบัติที่ชุมชนได้ตกลงร่วมกัน อย่างไรก็ดี แม้ว่าชุมชนบ้านแม่กำปองได้พยายามดำเนินการเพื่อการบริหารจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชน ตามขีดความสามารถการรองรับการท่องเที่ยวที่จัดการโดยชุมชนมีส่วนร่วมตั้งแต่ปี 2543 แต่ ธีรเมศว์ ขจรรัตนภิรมย์ ที่ผันตัวจากผู้นำชุมชน มาเป็นผู้นำด้านการท่องเที่ยวชุมชนบ้านแม่กำปอง ยอมรับว่า ผลกระทบจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่มาตามกระแสของสื่อออนไลน์ประเภทต่าง ๆ และโซเชียลมีเดีย มีจำนวนเพิ่มขึ้นเท่าตัวตั้งแต่ในปี 2558 เป็นต้นมา โดยเฉพาะช่วงวันหยุดเทศกาล หรือวันหยุดสุดสัปดาห์ บางครั้งบางคราวนักท่องเที่ยวมีจำนวนมากจนเกินจะตั้งรับไหวในช่วงเวลาเดียวกัน กระทั่งเกิดปัญหาในเรื่องการจัดการเส้นทางถนนขึ้นแม่กำปอง ตลอดความยาว 10 กิโลเมตร เต็มไปด้วยรถยนต์ของนักท่องเที่ยว สถานที่ต่าง ๆ ที่จัดเตรียมไว้รองรับไม่เพียงพอ สร้างผลกระทบให้แก่ชุมชนและนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก รวมทั้งการใช้ประโยชน์ของพื้นที่ภายในชุมชน มีจำนวนร้านค้าต่าง ๆ เพิ่มขึ้น ก่อให้เกิดจำนวนนักท่องเที่ยวแออัดในช่วงเวลาท่องเที่ยวและในหลายพื้นที่ที่ใช้บริการ
 
จากสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป ชุมชนท่องเที่ยวบ้านแม่กำปองจะต้องมีเครื่องมือใหม่ในการแก้ไข ตั้งรับกับการเปลี่ยนแปลงอย่างก้าวกระโดด และการศึกษาการจัดการการท่องเที่ยวโดยชุมชนบนฐานแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงภายใต้สถานการณ์ความเปลี่ยนแปลงของชุมชนบ้านแม่กำปอง จะเป็นเครื่องมือที่สำคัญให้ชุมชน “รับรู้ เข้าใจ และพร้อมรับ”ความเปลี่ยนแปลงจากผลกระทบการท่องเที่ยวที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยชาวชุมชนในพื้นที่จะร่วมกับนักวิชาการค้นหาและพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการท่องเที่ยวของชุมชนเพื่อชุมชน ทั้งการบริหารจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชนในบริบทความเปลี่ยนแปลงที่ยังคงคุณค่า ความเป็นตัวตน และอัตลักษณ์ของการท่องเที่ยวโดยชุมชน บนฐานแนวคิดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
แหล่งที่มา : ประชาคมวิจัย    ฉบับที่ : 133    หน้าที่ : 35    จำนวนคนเข้าชม : 153   คน