เมนู



ฉบับพิเศษ

สิงหาคม  2560




เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)

Biodata ฐานข้อมูลนักวิชาการ ประเทศไทย

ห้องสมุดออนไลน์ สกว.

ฝ่ายวิจัยเพื่อท้องถิ่น งานวิจัยท้องถิ่น

โครงการปริญญาเอก คปก.

ร้านหนังสือ สกว.




จำนวนผู้เข้าชม

2514086

รายละเอียด

การป้องกันการปลอมแปลงสินค้าอาหารในกระบวนการโลจิสติกส์
การปลอมแปลงสินค้าเป็นปัญหาที่พบได้มากในประเทศไทย ส่วนใหญ่เป็นการผลิตสินค้าและเครื่องหมายการค้าเลียนแบบสินค้าจริง ซึ่งถือเป็นการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา หากสินค้านั้นเป็นสินค้าในกลุ่มอาหารจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพของผู้บริโภค ทั้งยังส่งผลต่อการสูญเสียรายได้ของผู้ผลิตสินค้าจริง ตลอดจนการเสื่อมเสียชื่อเสียง และความไว้วางใจของผู้บริโภค นอกจากนี้ยังส่งผลกระทบในเชิงลบต่อภาพลักษณ์ของประเทศอีกด้วย ในขณะที่ประเทศไทยได้ตั้งเป้าจะเป็น 1 ใน 5 ผู้ส่งออกสินค้าฮาลาลโลกในปี 2563 ความปลอดภัยของสินค้าอาหารที่จะส่งออกจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง ควรมีมาตรการหรือวิธีการป้องกันสินค้าอาหารที่ผลิตไม่ได้มาตรฐานหรือเป็นอาหารเลียนแบบ

คุณจำรัส สว่างสมุทร จากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และคณะ ได้พัฒนาระบบการตรวจสอบการปลอมแปลงสินค้าที่นำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ โดยเน้นให้ผู้ผลิต หรือผู้ประกอบการ และผู้รับสินค้าสามารถนำไปใช้ได้ง่าย และผู้บริโภคสามารถใช้อุปกรณ์สมาร์ทโฟนที่มีอยู่แล้วในการตรวจสอบสินค้าปลอม โดยได้ใช้สินค้าประเภทฮาลาลและอาหารเสริมเป็นต้นแบบในการวิจัย

โครงการฯ ได้จัดทำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่สามารถตรวจสอบการปลอมแปลงสินค้าอาหารในห่วงโซ่การผลิต (supply chain) ที่มีการเชื่อมโยงข้อมูลสินค้ากับตัวสินค้าด้วยระบบการบ่งชี้ และการบันทึกข้อมูลตามมาตรฐานสากล GS1 โดยแบ่งระบบเพื่อตรวจสอบการปลอมแปลงสินค้า 3 ระบบ ได้แก่
 
1. ระบบงานสำหรับผู้ผลิต/เจ้าของสินค้า ใช้ในการเตรียมสินค้าที่รองรับวิธีการตรวจสอบ การปลอมแปลงสินค้า และดูข้อมูลเชิงสถิติการเคลื่อนที่และปลอมแปลงสินค้าผ่านเว็บเพจ Web Anti- Counterfeit
 
2. ระบบงานสำหรับผู้จัดจำหน่าย/ร้านค้าปลีก ใช้ในการตรวจรับสินค้าในกระบวนการส่งจากสมาร์ทโฟน โดยผ่าน Mobile Application ชื่อ GS1: Logistic Chain

3. ระบบงานสำหรับผู้บริโภค ใช้ตรวจสอบการปลอมแปลงสินค้าและลงทะเบียนการซื้อสินค้าได้จากสมาร์ทโฟน โดยผ่าน Mobile Application ชื่อ GS1: Anti-Counterfeit

ผลจากการดำเนินงาน บริษัท โควิก เคทท์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการและเป็นต้นแบบในการทดสอบระบบ ได้สนใจนำเทคโนโลยีดังกล่าวไปใช้ในการดำเนินการผลิตสินค้ากลุ่มอาหารเสริม เช่น Colly collagen และ Slenta coffee เพื่อป้องกันการถูกปลอมแปลงสินค้า นอกจากนี้ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ใช้ผลวิจัยของโครงการนี้เป็นข้อมูลอ้างอิงในการนำไปต่อยอดในโครงการศึกษาแนวทางการเชื่อมโยงข้อมูลสินค้าและกระบวนการตรวจสอบย้อนกลับสินค้า (traceability) ในกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้วมีการออกกฎระเบียบนี้ขึ้น เพื่อกำหนดให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าแสดงถึงแหล่งที่มาและกระบวนการผลิตต่าง ๆ ให้แก่ผู้บริโภคได้สามารถเข้าถึงข้อมูลสินค้า ส่วนผู้ผลิตสามารถแก้ไขปัญหาสินค้าที่มีข้อบกพร่องได้อย่างรวดเร็ว เพื่อป้องกันและลดความเสียหายที่เกิดจากปัญหาคุณภาพและความปลอดภัยสินค้าต่อผู้บริโภค รวมทั้งเป็นการลดปัญหาจากมาตรการการกีดกันทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษีของต่างประเทศอีกด้วย
แหล่งที่มา : ประชาคมวิจัย    ฉบับที่ : 132    หน้าที่ : 58    จำนวนคนเข้าชม : 31   คน