เมนู



ฉบับพิเศษ

สิงหาคม  2560




เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)

Biodata ฐานข้อมูลนักวิชาการ ประเทศไทย

ห้องสมุดออนไลน์ สกว.

ฝ่ายวิจัยเพื่อท้องถิ่น งานวิจัยท้องถิ่น

โครงการปริญญาเอก คปก.

ร้านหนังสือ สกว.




จำนวนผู้เข้าชม

2514069

รายละเอียด

Trip นี้มีเรื่องเล่า : The 16th Western China International Fair 2016 ณ เมืองเฉิงตู มณฑลเสฉวน สาธารณรัฐประชาชนจีน






























ชุดโครงการ “การพัฒนาผลิตภัณฑ์ Innovative House”
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
innovativehouseoffice@gmail.com

 
วันที่ 8 พฤศจิกายน 2559 เวลา 14.00 น. ของเวลาท้องถิ่น เที่ยวบิน TG ลงจอดสู่ท่าอากาศยานนานาชาติเฉิงตูซวงหลิวโดยสวัสดิภาพ คณะผู้จัดแสดงสินค้าทยอยลงเครื่องและรอสัมภาระที่กำลังถูกลำเลียงมายังสายพาน ซึ่งคณะฯ มีความเป็นกังวลอย่างมากต่อการนำสัมภาระเข้าสู่ประเทศ เนื่องจาก 15 นาทีก่อนเครื่องจะลงจอดสู่ท่าอากาศยาน ทางสายการบินได้ประกาศรายการสิ่งต้องห้ามนำเข้า ได้แก่ สัตว์ และผลิตภัณฑ์จากสัตว์ พืชและผลิตภัณฑ์จากพืช ซึ่งพบว่าสัมภาระที่สำคัญ ได้แก่ เสบียง และผลิตภัณฑ์ที่นำมาจัดแสดงอยู่ในรายการสิ่งต้องห้ามนำเข้าทั้งหมด แต่ด้วยความโชคดีที่ ณ เวลานั้นเจ้าหน้าที่ของท่าอากาศยานฯ ปล่อยให้ผู้โดยสารสามารถเข็นสัมภาระเข้าสู่ประเทศได้ โดยไม่ต้องผ่านเครื่องสแกน จึงทำให้ทุกอย่างผ่านไปด้วยดี
 
คณะฯ นำสัมภาระขึ้นรถ ในขณะที่สายฝนโปรยปรายต้อนรับการมาเยือนนครเฉิงตูเป็นวันแรก ใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงครึ่ง คณะฯ เก็บสัมภาระเข้าสู่ที่พัก และพักผ่อนตามอัธยาศัย ช่วงเย็นเราได้รับประทานอาหารมื้อค่ำร่วมกัน ซึ่งเป็นอาหารพื้นเมืองที่ห้ามพลาด ได้แก่ “หมาล่าเซียงกัว (麻辣香锅)” หรือ “หม้อไฟเสฉวน” ซึ่งจะมีความแตกต่างกับสุกี้ที่บ้านเรา 2 ส่วน ได้แก่ น้ำจิ้ม เป็นงาบด และน้ำซุปที่เผ็ดร้อน และชาทั้งปาก เรียกได้ว่า ร้อน และชาไปทุก ๆ ที่ที่น้ำซุปได้สัมผัส เนื่องจากมีความเผ็ดจาก “หม่าล่า (麻辣)” เป็นเครื่องเทศชนิดหนึ่งของคนจีนทางใต้ ซึ่งนิยมใช้ส่วนผสมของอาหารทุกชนิด ถือว่าอาหารวันนี้เป็นที่ไม่ค่อยถูกปากเท่าที่ควร แต่นับได้ว่าเป็นประสบการณ์แปลกใหม่ในการลิ้มรสและได้เรียนรู้วัฒนธรรมการรับประทานอาหารของประเทศต่างแดน
 

 
เปิดรับวันใหม่กับอากาศแห้ง และเย็นสบายตัว ทางทีมงานออแกไนซ์พาคณะฯไปเดินชมและเรียนรู้วัฒนธรรมของนครเฉิงตู ถนนควานจ๋าย ถือว่าเป็นถนนคนเดินอนุรักษ์ที่มีสีสันที่สุดของเมืองเฉิงตู เหมาะสำหรับเดินเล่น ตกแต่งเป็นสไตล์โบราณ (แต่หรู) เต็มไปด้วยร้านเก๋ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผับ บาร์ เต็มสองฝั่ง นอกจากนี้ร้านกาแฟ แกลอรี งานศิลปะ ร้านขายของที่ระลึก และร้านสตาร์บัคที่ได้รับการโหวตว่าสวยติดอันดับต้นของโลกก็อยู่ที่นี่ด้วย หลังจากรับประทานอาหารกลางวันทางคณะฯได้เข้าสักการะวัดอันเลื่องชื่อ “วัดสามก๊ก” ใครที่เป็นแฟนสามก๊กห้ามพลาด มีการตกแต่งวัดที่ให้กลิ่นอายของหนังจีนสามก๊ก ท่ามกลางสวนที่ร่มรื่น หลังจากซึมซับวัฒนธรรมที่วัดสามก๊กเรียบร้อย ก็เดินทะลุประตูทางอีกฟากหนึ่งของวัดสู่ “ถนนโบราณจิ๋นหลี่” เป็นถนนที่ติดกับศาลขงเบ้ง ซึ่งถือเป็นวัฒนธรรมตกแต่งแบบย้อนยุค เต็มไปด้วยกลิ่นอายของสามก๊ก ตัวถนนมีการตกแต่งอย่างสวยงาม มีของเก่า ๆ มากมาย มีร้านอาหาร ร้านน้ำชา โรงเตี๊ยม และของที่ระลึกเกี่ยวกับเรื่องสามก๊กเป็นจำนวนมาก
 

 
11 โมงเช้าของวันที่ 9 ทางคณะฯ ได้ออกเดินทางเข้าสู่พื้นที่การจัดงานเพื่อตกแต่งและเตรียมความพร้อมของงาน คณะฯ ได้จัดความเรียบร้อยของโต๊ะในแต่ละบู๊ธ ติดป้ายพื้นหลัง ผลิตภัณฑ์ของโชว์ และสินค้าสำหรับการจัดจำหน่าย ระหว่างการจัดเตรียมพื้นที่ก็พบอุปสรรค เนื่องจากพื้นหลังของโครงสร้างป้ายไม่เรียบเป็นแผ่นเดียวกัน และขนาดไม่เป็นไปตามที่ออกแบบไว้ ไม่สามารถปะติดได้อย่างที่ทางทีมงานคิดไว้ ทำให้ต้องแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้า หลังจากเตรียมงานเสร็จเรียบร้อยคณะฯ เดินทางสู่ที่พัก และพักผ่อนตามอัธยาศัย

8 โมงเช้าล้อหมุน ทางคณะฯ ออกเดินทางสู่พื้นที่จัดแสดงสินค้าเป็นวันแรก อากาศเย็นสบายเป็นที่ประทับใจของผู้คนทั้งคณะ เนื่องจากตลอดการเดินทางทั้งสองข้างทาง ตลอดจนช่องว่างระหว่างตึกปกคลุมไปด้วยหมอก แต่ภาพตัด เสมือนปลั๊กหลุดเมื่อได้คุยกับคณะล่ามที่ทำหน้าที่แปลภาษาประจำบู๊ธ เขาบอกว่า “ว่าที่เห็นไม่ใช่หมอก แต่เป็นมลพิษทางอากาศ ซึ่งบางวันอากาศไม่ดีจนท้องฟ้ามีสีเหลือง” พร้อมทั้งโชว์แอพพลิเคชั่นที่แสดงสภาพอากาศในแต่ละวัน ทำให้ทางคณะฯรู้ซึ้งถึงสภาพอากาศที่ไทยเป็นอย่างมาก...
 

 
พื้นที่จัดแสดงสินค้าแบ่งออกเป็น 9 อาคาร โดยส่วนใหญ่เป็นบู๊ธแบบมาตรฐาน ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับการจัดงานกับประเทศในโซนเอเชียอื่น จะมีความสวยงามน้อยกว่า เน้นการจัดบู๊ธแบบมาตรฐาน แต่มีระบบการลงทะเบียน การรักษาความปลอดภัยที่รัดกุม มีการแบ่งพื้นที่การจัดงานเป็นอาคาร 1, 2 และ 3 สินค้าที่จัดแสดงคล้ายคลึงกัน คือมีทั้งผู้ผลิตและผู้ค้าปลีก สินค้าส่วนใหญ่เป็นผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร เช่น ผัก ผลไม้ และสินค้าพื้นเมือง จีน มองโกเลีย ไต้หวัน อาคาร 4 เช่น เนปาล ปากีสถาน ไทย (หอการค้าไทยในจีน) เกาหลี จำหน่ายสินค้าตกแต่งพื้นบ้าน สุรา เครื่องแต่งกาย เครื่องสำอาง เครื่องประดับ ผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์แปรรูปอบแห้ง ตากแห้ง อาคาร 5 ถึงอาคาร 8 กลุ่มประเทศที่จัดแสดงสินค้า ได้แก่ ประเทศเนปาล ปากีสถาน ไทย (Thai pavilion) ลาว สหรัฐอเมริกา และประเทศศรีลังกา โดยส่วนมากสินค้าที่จัดแสดงเป็นสินค้าประเภทเครื่องมือเครื่องใช้สอยภายในบ้านและภายในรถยนต์ เสื้อผ้า เครื่องสำอาง เครื่องประดับ อุปกรณ์กีฬา ผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์แห้งและผลิตภัณฑ์อาหาร หุ่นยนต์ อุปกรณ์ในการตั้งแคมป์ และเครื่องประดับตกแต่งบ้าน

ส่วนอาคาร 9 เป็นโซนแสดงสินค้าและบริษัทต่าง ๆ ของประเทศจีน ซึ่งส่วนมากเป็นหนังสือ ภาพเขียน ภาพวาดพู่กันจีน บริษัทเกม บริษัทนำเที่ยว บริษัทรับจัดงานแต่งงาน และบริษัทถ่ายทำภาพยนตร์ รูปแบบการจัดงาน การจัดกลุ่มผลิตภัณฑ์สินค้าแต่ละประเภทยังไม่มีการจัดกลุ่มที่ชัดเจน เนื่องจากมีการจัดแบ่งเป็นประเทศ ทำให้สินค้าที่มาจากประเทศเดียวกันอยู่โซนแสดงสินค้าเดียวกัน ไม่มีการจัดแยกผลิตภัณฑ์อาหารออกจากผลิตภัณฑ์อื่น ๆ เมื่อเปรียบเทียบกับรูปแบบการจัดงานนิทรรศการด้านอาหารกับประเทศอื่น ๆ เช่น ไทย (thai fex) หรือญี่ปุ่น (Foodex) หรือแม้แต่ฝั่งยุโรปเช่น Anuga รูปแบบการจัดงานจะมีการจัดแบ่งโซนที่ดีกว่า ทำให้การเดินหาสินค้าภายในงานค่อนข้างสะดวกและง่ายต่อการหาบู๊ธเป้าหมายของคู่ค้าทางธุรกิจ
 
ในด้านการเจรจาธุรกิจ มีคู่ค้าที่ให้ความสนใจผลิตภัณฑ์อาหารไทยภายในบู๊ธเป็นจำนวนมาก เช่น ร้านค้า ร้านสะดวกซื้อ ห้างสรรพสินค้า ผู้จำหน่ายสินค้าออนไลน์ เนื่องจากสาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นประเทศที่มีการจำกัดการใช้สื่อออนไลน์ค่อนข้างมาก ดังนั้นช่องทางการติดต่อสื่อสารเพื่อการดำเนินการทางธุรกิจร้อยละ 100 จะเน้นการใช้การสื่อสารและจ่ายเงินผ่าน application WeChat ซึ่งคู่ค้าที่ให้ความสนใจเป็นอย่างมากส่วนใหญ่จะเป็นคู่ค้าแบบ online แต่อย่างไรก็ตามทางชุดโครงการฯ ได้มีการเชื่อมโยงการทำงานกับตลาดแบบ offline ผ่านตัวแทนจำหน่ายสินค้าในสาธารณรัฐประชาชนจีนด้วย

วันที่สองของการงานจัดแสดงสินค้า เจ้าหน้าที่ปล่อยให้ประชาชนเข้ามาเดินภายในงานก่อนเวลา และเป็นวันที่คนค่อนข้างเยอะกว่าวันแรก คำพูดของคนจีนที่เดินในงาน ทางทีมงานถึงกับอึ้ง ฟังไม่ออก แถมพูดได้แค่สองคำ “หนีห่าว” กับ “เซี่ยเซี่ย” วิ่งไปลากล่ามมาแทบไม่ทัน ค้นพบแล้วว่าภาษาอังกฤษไม่ช่วยอะไร ถ้าจะคิดทำการค้าขายหรือเจรจาที่จีนต้องสื่อสารเป็นภาษาจีนเท่านั้นถึงจะเป็นผู้อยู่รอด ช่วงบ่ายของวันนี้ทางบริษัทเอกชนได้รับโอกาสเข้าร่วมเจรจาธุรกิจ ภายในงานมีการจัดโซนสำหรับการเจรจาธุรกิจกับคู่ค้าในอาคาร 6 ซึ่งทางผู้ประกอบการแต่ละบริษัทได้มีโอกาสพบคู่ค้ามากกว่า 10 บริษัท แต่เป็นการเจรจาธุรกิจในรูปแบบที่ผู้ประกอบการนำสินค้าไปเสนอผลิตภัณฑ์ ซึ่งพบว่าไม่ใช่คู่ค้าโดยตรงกับผู้ประกอบการ เนื่องจากคู่ค้าแต่ละบริษัทเป็นธุรกิจร้านค้าที่ไม่มีตัวแทนดูแล อีกทั้งต้องดำเนินงานด้านต่าง ๆ เอง ซึ่งทางผู้ประกอบการของเราที่เพิ่งเริ่มต้นธุรกิจ ยังไม่มีความพร้อมกับการทำธุรกิจในรูปแบบนี้ แต่อย่างไรก็ตามก็ถือว่าเป็นความรู้สำหรับการทำธุรกิจ และการเตรียมความพร้อมในอนาคตสำหรับการทำธุรกิจในสาธารณรัฐประชาชนจีน
 
สองวันสุดท้ายของการจัดแสดงสินค้าตรงกับวันเสาร์อาทิตย์ เป็นวันที่คนแน่นทุกพื้นที่ของบริเวณงาน เป็นวันที่ต้องตักตวงขายของ เพื่อระบายสินค้าจะได้ไม่ต้องขนกลับให้เปลืองน้ำหนักสัมภาระ เมืองเฉิงตู เป็นเมืองหนึ่งที่เศรษฐกิจดีมาก ผู้คนมีกำลังในการจับจ่ายใช้สอย แต่ก็ยังไม่พ้นนิสัยชาวจีนที่ต่อราคาได้น่ากลัว ชนิดที่ว่าซื้อกันในราคาต้นทุนเลยทีเดียว ไม่ว่าจะอร่อยหรือดีแค่ไหน ต้องขอต่อราคาไว้ก่อน ส่วนการตอบสนองสินค้าไทยจากผู้บริโภคชาวจีน พบว่า ผู้บริโภคชาวจีนในนครเฉิงตู มีการตอบรับต่อสินค้าไทยทั้ง 6 ประเภทที่นำมาแสดงภายในงาน ได้แก่ ทองม้วน สแนคก๋วยเตี๋ยว กล้วยตาก ชาสมุนไพร ข้าวต้มมัดรีทอร์ท และผลิตภัณฑ์น้ำผึ้ง ลูกอมน้ำผึ้ง โดยภายในงานมีบริษัทของจีนเข้ามาติดต่อขอข้อมูลผลิตภัณฑ์ เจรจาธุรกิจกับผู้ประกอบการหลากหลายบริษัท เป็นธุรกิจประเภทตัวแทนกระจายสินค้า และการขายสินค้าแบบออนไลน์ในประเทศจีน
 













ในแต่ละวันจะมีผู้สนใจสินค้าและเข้าเยี่ยมชมบู๊ธแสดงสินค้าของ Innovative house ประมาณ 300-500 คนต่อวัน สินค้าที่นำมาจัดแสดง ได้แก่ บริษัท โรส อารยา จำกัด นำเสนอผลิตภัณฑ์ข้าวต้มมัดบรรจุถุงแบบรีทอร์ทเพาช์ เป็นการนำเสนอขนมไทยที่มีรูปแบบที่แตกต่างและแปลกใหม่กว่าผลิตภัณฑ์ในท้องตลาด ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความสนใจมากที่สุดได้แก่ ผลิตภัณฑ์ข้าวต้มมัดไส้เผือก ข้าวต้มมัดไส้ทุเรียน ข้าวต้มมัดไส้กล้วย และข้าวเหนียวน้ำกะทิทุเรียน ตามลำดับ สำหรับตัวผลิตภัณฑ์ทั้งหมด ได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคเป็นอย่างดีหลังจากการได้ชิมภายในงาน แต่ยังไม่คุ้นชินกับรูปลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ที่มีการบรรจุแบบรีทอร์ทเพาช์ ทำให้ผู้บริโภคไม่กล้าตัดสินใจเลือกซื้อหรืออาจะมีการซักถามนานก่อนการตัดสินใจซื้อ เนื่องจากมีรูปลักษณ์ที่แตกต่างจากผลิตภัณฑ์เดิม ดังนั้นอาจจะต้องใช้เวลาในการทำการตลาด เพื่อให้ผู้บริโภครับรู้และเข้าใจในตัวผลิตภัณฑ์มากขึ้น

บริษัท โกลเด้นเรย์ จำกัด นำเสนอผลิตภัณฑ์ชาใบหม่อนกลิ่นดอกไม้ของไทย ภายใต้แบรนด์ “ชาเรวดี” แต่อย่างไรก็ตามผู้ประกอบการอยู่ระหว่างการปรับเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ เพื่อให้ง่ายต่อการบริโภค และพัฒนารูปแบบด้านการออกแบบ บริษัท พีพี ออย แอนด์ ฟู้ดส์ จำกัด นำเสนอผลิตภัณฑ์เส้นก๋วยเตี๋ยวแปรรูปในรูปแบบขนมขบเคี้ยว ภายใต้แบรนด์ “Snoodle” ผลิตภัณฑ์ที่นำเสนอและได้รับการยอมรับมากที่สุดคือก๋วยเตี๋ยวสแนครสผัดไทย รสดั้งเดิม และรสต้มยำ ตามลำดับ สาเหตุที่ผลิตภัณฑ์สแนคก๋วยเตี๋ยวรสต้มยำได้รับการยอมรับน้อยที่สุดเนื่องจากผลิตภัณฑ์มีรสชาติจัดเกินไป กลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่สนใจมากที่สุดคือ วัยเด็กจนถึงวัยรุ่น โดยพบว่าผู้บริโภควัยเด็กจนถึงวัยรุ่นนิยมบริโภคอาหารรสจัด จึงมีความชื่นชอบขนมขบเคี้ยวรสต้มยำมากกว่ารสอื่น

บริษัท บานาน่า โซไซตี้ จำกัด นำเสนอผลิตภัณฑ์กล้วยตาก กล้วยตากเคลือบช็อคโกแลต กล้วยตากเคลือบชาเขียว กล้วยตากเคลือบสตรอเบอร์รี่ กล้วยตากเคลือบช็อกโกแลตอัลมอนด์ และกล้วยตากเคลือบสตอร์เบอร์รีอัลมอนด์ โดยพบว่าผลิตภัณฑ์กล้วยตากรสดั้งเดิมได้รับการยอมรับกับกลุ่มผู้บริโภคมากที่สุด วิสาหกิจชุมชนแก้วเจ้าจอม นำเสนอผลิตภัณฑ์ทองม้วนรสชาติต่างๆ ภายใต้แบรนด์ “แก้วเจ้าจอม” ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ทองม้วนกะทิสด ผลิตภัณฑ์ทองม้วนกุ้งใบผักชี ผลิตภัณฑ์ทองม้วนรสทุเรียน ผลิตภัณฑ์ทองม้วนรสมะม่วง และผลิตภัณฑ์ทองม้วนรสมังคุด ภายในงานผลิตภัณฑ์ทองม้วนกะทิสดได้รับความยอมรับจากผู้บริโภคมากที่สุด เนื่องจากผลิตภัณฑ์เป็นที่คุ้นเคยมากที่สุด และบริษัท แล็บเฮลท์ จำกัด ได้นำเสนอผลิตภัณฑ์น้ำผึ้งภายใต้แบรนด์ “Sweet B” เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีกลิ่นรส และสรรพคุณที่มีความแตกต่างจากน้ำผึ้งโดยทั่วไป เนื่องจากเป็นการผสมผสานของน้ำผึ้งที่ได้จากดอกลำไย น้ำผึ้งจากดอกลิ้นจี่ และน้ำผึ้งจากดอกสาบเสือ ซึ่งได้รับความสนใจต่อผู้บริโภคภายในงานเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์ลูกอมน้ำผึ้งที่กำลังอยู่ในช่วงการพัฒนา ซึ่งพบว่าได้รับผลตอบรับอย่างดีมาก มีผู้บริโภคจำนวนมากขอซื้อตัวอย่างผลิตภัณฑ์ที่นำมาทดสอบผู้บริโภค
 
งานแสดงสินค้าครั้งนี้เป็นการนำผลิตภัณฑ์ที่ผ่านกระบวนการวิจัยสู่การจำหน่ายจริงในเชิงพาณิชย์ โดยผลิตภัณฑ์จากผู้ประกอบการที่เข้าร่วมแสดงสินค้าในงานได้แก่ ผลิตภัณฑ์กล้วยตากทองม้วน ข้าวต้มมัด ชาลูกอมน้ำผึ้ง สแนคจากเส้นก๋วยเตี๋ยว เป็นต้น นอกจากนี้ภายในงานยังมีการเจรจาธุรกิจเช่น ร้านค้า ร้านอาหาร ตัวแทนจำหน่ายร้านค้าออนไลน์ การนำผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ผ่านกระบวนการวิจัยเพื่อทดสอบตลาดตลาดสินค้านำเข้าของเมืองเฉิงตู ซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูงเนื่องจากเมืองเฉิงตูเป็นเมืองเศรษฐกิจขนาดใหญ่อันดับ 4 ของสาธารณรัฐประชาชนจีน มีการเติบโตทางเศรษฐกิจสูง เป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ฝั่งตะวันตก ผู้บริโภคประเทศจีนมีความคุ้นเคยและให้การตอบรับสินค้าไทยเป็นอย่างดี ตลอดจนกิจกรรมส่งเสริมการจับคู่ทางธุรกิจระหว่างผู้ขาย ผู้จัดจำหน่าย และผู้กระจายสินค้าเพื่อเสริมสร้างศักยภาพสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการส่งออกสินค้ามายังนครเฉิงตู

ช่วงสายของวันสุดท้ายของงานจัดแสดงสินค้า ซึ่งจริง ๆ เป็นวันรื้อถอน ทางทีมรื้อถอนทำงานรวดเร็วมาก ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะ เก้าอี้ ผนัง หรือส่วนประกอบใด ๆ ที่เป็นของทางผู้จัดงาน พนักงานเก็บด้วยความรวดเร็วเสมือนว่าถูกเสกให้หายไป ทั้ง ๆ ที่ทีมเรายังเก็บไม่เสร็จ ช่วงบ่ายพวกเราเดินทางกลับที่พักเพื่อเก็บสัมภาระสำหรับวันพรุ่งนี้ และพักผ่อนตามอัธยาศัย

ณ ท่าอากาศยานนานาชาติเฉิงตูซวงหลิว อาคารฝั่งผู้โดยสารขาออกแน่นไปด้วยผู้คนที่มาร่วมการจัดแสดงสินค้า และผลิตภัณฑ์ที่เหลือจากการขาย แน่นอนว่าปัญหาที่ตามมาคือสัมภาระที่มีน้ำหนักเกิน อาจจะต้องมีบางท่านที่เสียค่าปรับน้ำหนักสัมภาระเกิน แต่โชคดีที่คณะเดินทางมีน้ำใจ ช่วยกันแชร์น้ำหนักกระเป๋า ยกกระเป๋าข้ามกันไปมาอย่างชุลมุนวุ่นวาย เรียกได้ว่างานนี้เหงื่อตกตั้งแต่วันไปตลอดจนวันกลับกันเลย แต่อย่างไรก็ตามทุกอย่างก็ผ่านไปด้วยดี ณ เวลา 18.00 น. ถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิอย่างปลอดภัย

การเข้าร่วมงานจัดแสดงครั้งนี้พวกเราได้เรียนรู้วัฒนธรรมของประชาชนในสาธารณรัฐประชาชนจีน เช่น ภาษาสำหรับการสื่อสาร พฤติกรรมการบริโภคอาหาร พฤติกรรมการจับจ่าย และเศรษฐกิจ เป็นต้น เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ รวมถึงเตรียมความพร้อมสำหรับเป็นคู่ค้าในอนาคต
แหล่งที่มา : ประชาคมวิจัย    ฉบับที่ : 132    หน้าที่ : 40    จำนวนคนเข้าชม : 35   คน