เมนู



ฉบับพิเศษ

สิงหาคม  2560




เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)

Biodata ฐานข้อมูลนักวิชาการ ประเทศไทย

ห้องสมุดออนไลน์ สกว.

ฝ่ายวิจัยเพื่อท้องถิ่น งานวิจัยท้องถิ่น

โครงการปริญญาเอก คปก.

ร้านหนังสือ สกว.




จำนวนผู้เข้าชม

2490071

รายละเอียด

• Trip นี้มีเรื่องเล่า : ก้าวแรกสู่ WTM 2016
อาจารย์ฉัตรฉวี คงดี
โครงการผลักดันผลผลิตการวิจัยด้านอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและบริการ
ปี 2558-2559 ไปสู่การใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์
คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยเนชั่น
chatchaweeUn1kon@nation.ac.th

 

 
ซึ่งในปี 2559 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้เข้าร่วมนำเสนอการท่องเที่ยวไทย ในแนวคิด “The Unique Local Thai Experience” เชิญชวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ให้เดินทางมาสัมผัสวิถีชีวิตแบบไทย และเป็นปีแรกที่สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ได้เชื่อมโยงผลงานวิจัยไปสู่การใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ โดยเป็นการนำผลงานวิจัยที่มีศักยภาพ ที่พัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์การท่องเที่ยว และเส้นทางการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ ที่มีความสอดคล้องกับแผนการส่งเสริมการตลาดในปี 2560 ของ ททท. ที่ต้องการเสนอขายเส้นทางการท่องเที่ยวโดยชุมชน (Community Based Tourism: CBT) ร่วมกับการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ (local experience) ให้กับลูกค้ากลุ่มตลาดยุโรป พร้อมด้วยความร่วมมือจากผู้ประกอบการท่องเที่ยว บริษัท นัทตี้แอดเวนเจอร์ (Nutty’s Adventure) และเครือข่ายทางด้านการท่องเที่ยวโดยชุมชน ได้แก่ บริษัทอันดามัน ดิสคัฟเวอรี ทัวร์เมิงไต และอื่น ๆ ที่ร่วมพัฒนาผลงานวิจัยที่มีศักยภาพให้เป็นผลิตภัณฑ์การท่องเที่ยวและเส้นทางการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่นี้ ไปจัดแสดงและเสนอขายจำนวน 4 แผนงาน โดยเป็นเส้นทางท่องเที่ยวในพื้นที่ภาคใต้ บริเวณลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาและพื้นที่เชื่อมโยง 3 โปรแกรม และในพื้นที่ภาคเหนือ (เชียงคำ-น่าน) 2 โปรแกรม รวมจำนวน 5 โปรแกรม ที่อยู่ภายใต้แนวคิดการท่องเที่ยวที่เน้นความรับผิดชอบ ทั้งนี้องค์การการท่องเที่ยวโลก (The United Nations World Tourism Organization: UNWTO) ก็ได้ประกาศให้ปัจจุบันเป็นการท่องเที่ยวที่เน้นความรับผิดชอบ (responsible tourism) ดังนั้นการท่องเที่ยวโดยชุมชน (CBT) จึงเป็นจุดสําคัญที่จะกระตุ้นให้ชุมชนมีความเข้มแข็ง และยั่งยืนได้ในอนาคต
 
การเข้าร่วมงานดังกล่าวทำได้ 2 วิธี คือ สมัครเข้าร่วมงานกับผู้จัดงานโดยตรง หรือสมัครเข้าร่วมงานอยู่ภายใต้พื้นที่งานส่งเสริมการขายของ ททท. โดยในปีนี้ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวระดับโลก โดยมีผู้บริหารระดับสูงของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเข้าร่วมงานกว่า 51,444 คน ผู้ประกอบการและผู้เข้าร่วมงานกว่า 100,000 คน ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วประมาณร้อยละ 4

ในการเดินทางครั้งนี้นำทีมโดยท่านรองผู้อำนวยการฝ่ายการวิจัยมุ่งเป้า ผศ.สุภาวดี โพธิยะราช พร้อมด้วยคณะจำนวน 9 คน ได้แก่ อ.ฉัตรฉวี คงดี มหาวิทยาลัยเนชั่น จากโครงการผลักดันผลผลิตการวิจัยด้านอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและบริการ

ปี 2558-2559 ไปสู่การใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ พร้อมด้วยคณะนักวิจัยในพื้นที่ทั้งสิงห์เหนือและเสือใต้ อีก 8 คน คือ เริ่มด้วยสิงห์เหนือ ได้แก่ ผศ. ดร.ประกอบศิริ ภักดีพินิจ มหาวิทยาลัยพะเยา และ ผศ. ดร.ธนวัต ลิมป์พาณิชย์กุล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ส่วนเสือใต้ ได้แก่ ผศ. ดร.ชัยรัตน์ จุสปาโล ดร.ปรัชญากรณ์ ไชยคช และ ผศ.สุจิตราภรณ์ จุสปาโล จากมหาวิทยาลัยหาดใหญ่ ดร.นราวดี บัวขวัญ มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา วิทยาเขตสตูล พร้อมด้วย ดร.นนทิภัค เพียรโรจน์ จากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตสุราษฎร์ธานี และประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดพัทลุง นายวงรัตน์ เพชรตีบ ในฐานะตัวแทนเจ้าของพื้นที่ลุ่มน้ำ ที่มาร่วมสร้างประสบการณ์การดำเนินโครงการเชื่อมโยงผลผลิตงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์ในครั้งนี้

ภายในงาน ททท.ได้นำเสนอแคมเปญ “Discover Amazing Stories in Amazing Thailand” พร้อมด้วยกิจกรรมต่าง ๆ มากมาย โดยในปีนี้ ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เสด็จเป็นองค์ประธานมอบรางวัล Thailand Green Excellence Awards at World Travel Market (WTM) 2016 และภาคีเครือข่ายของบริษัท Nutty’s Adventure คือ บริษัท Andaman Discoveries ได้เข้ารับประทานรางวัล Green Excellence Awards : ด้าน Community Based Tourism Award เพื่อเป็นเครื่องหมายแสดงถึงการดำเนินงานด้านการท่องเที่ยวโดยชุมชนจนเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ
 
กิจกรรมภายในงานจะเป็นในลักษณะ Interactive เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว เช่น “รถตุ๊กตุ๊ก” ที่มีการตกแต่งด้วยสินค้าของไทย เน้นท่องเที่ยววิถีไทย ถัดมาเป็น ตู้ออกเสียงภาษาไทย หรือ “PA-SA-THAI- Machine” ที่ให้นักท่องเที่ยวได้ร่วมเรียนรู้การออกเสียงคำต่าง ๆ ในภาษาไทย นับว่าเป็นจุดเด่นในงานที่สร้างเสียงหัวเราะให้แก่ผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรมเป็นอย่างมาก

ในส่วนพื้นที่เจรจาธุรกิจของ ททท. มีผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวไทยเข้าร่วมจำนวน 48 ราย ทั้งจากกรุงเทพฯ เชียงใหม่ ประจวบคีรีขันธ์ สุราษฎร์ธานี กระบี่ พังงา และภูเก็ต โดยผลผลิตงานวิจัยของ สกว.ที่ได้นำเสนอในปีนี้จำนวน 5 โปรแกรม ประกอบไปด้วย
 
โปรแกรม Phatthalung Photo Tour (8 days 7 nights) และ โปรแกรม Phatthalung - Southern Thailand Explorer (6 days 5 nights) 2 โปรแกรมนี้เป็นผลผลิต จากแผนงานการพัฒนาศักยภาพการท่องเที่ยวภายใต้อัตลักษณ์และวิถีของท้องถิ่นลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา พัทลุง นครศรีธรรมราช โดยมี ผศ.ดร.ชัยรัตน์ จุสปาโล เป็นผู้อำนวยการแผนงาน พร้อมด้วย ดร.ปรัชญากรณ์ ไชยคช และ ผศ.สุจิตราภรณ์ จุสปาโล เป็นหัวหน้าโครงการย่อย

โปรแกรม A Southern Experience (7 days 6 nights) เป็นผลผลิตจากแผนงานการจัดการการท่องเที่ยวโดยชุมชนในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (สตูล สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส) และ 4 รัฐ (กลันตัน เปรัค เคดาห์ และเปอร์ลิส) ประเทศมาเลเซีย ภายใต้มาตรฐานการท่องเที่ยวโดยชุมชนสู่อาเซียน โดยมี ดร.นราวดี บัวขวัญ เป็นผู้อำนวยการแผนงาน และ ดร.ปรัชญากรณ์ ไชยคช เป็นหัวหน้าโครงการย่อย

โปรแกรม Phayao Northern Adventure (7 days 6 nights) เป็นเส้นทางเชียงราย – เชียงคำ – พะเยา – เชียงใหม่ เป็นรายการนำเที่ยว 6 คืน 7 วัน จากแผนงานการท่องเที่ยวเชิงสถาปัตยกรรมในมณฑลวัฒนธรรมสองฝั่งโขง โดยมี ผศ.ดร.ประกอบศิริ ภักดีพินิจ เป็นผู้อำนวยการแผนงาน พร้อมด้วย อ.อัมเรศ เทพมา และ อ.สืบพง จรรย์สืบศรี เป็นหัวหน้าโครงการย่อย

โปรแกรม Nan Rural Discovery – Farming School – Cycling เป็นเส้นทางเชียงใหม่-ปัว เป็นรายการนำเที่ยว 3 วัน 2 คืน จากแผนงานการพัฒนาศักยภาพล้านนาตะวันออกเพื่อเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำโขง โดยมี ผศ.ดร.ประกอบศิริ ภักดีพินิจ เป็นผู้อำนวยการแผนงาน และผศ.ดร.ธนวัต ลิมป์พาณิชย์กุล เป็นหัวหน้าโครงการย่อย
 
ก่อนการเดินทาง พวกเราได้ทำการบ้านเป็นอย่างดี จัดเตรียมเอกสารประชาสัมพันธ์ประกอบการนำเสนอที่มีรายละเอียดเนื้อหางานวิจัย โปรแกรมต่าง ๆ ในรูปแบบของแผ่นพับ ใบปลิว และ Flash Drive เพื่อบอกเล่าเรื่องราวของการเชื่อมโยงงานวิจัยมาสู่การใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์และเส้นทางท่องเที่ยวทั้ง 5 โปรแกรม โดยนำทั้งหมดใส่ซองขนาดกะทัดรัดเพื่อมอบให้แก่ผู้ประกอบการที่ให้ความสนใจในพื้นที่วิจัยของเรา ในการเจรจาธุรกิจครั้งนี้มีผู้ประกอบการให้ความสนใจเข้าร่วมโต๊ะเจรจา จำนวน 18 ราย โดย 6 รายเป็นกลุ่มที่ทำการนัดหมายล่วงหน้าแล้ว ซึ่งผลการเจรจาธุรกิจในงาน WTM 2016 นี้ มีผู้ประกอบการอังกฤษจากบริษัท Seable ที่ประสงค์จะจัดโปรแกรมทัวร์ประเภท active holiday มีความสนใจจัดโปรแกรมท่องเที่ยว 8-14 วัน ให้กับนักท่องเที่ยวกลุ่มผู้พิการทางสายตา อายุ 18-30 ปี ซึ่งทางบริษัท Nutty’s Adventure ก็ได้ดำเนินการเพื่อทำเสนอราคาในลำดับต่อไป

ภายในงาน คณะผู้บริหารของ สกว. ผศ.สุภาวดี โพธิยะราช รองผู้อำนวยการฝ่ายการวิจัยมุ่งเป้า และคณะนักวิจัย ได้ร่วมหารือกับคณะผู้บริหารหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของประเทศไทย ได้แก่ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยได้นำเรียนท่านกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ถึงผลการดำเนินงานที่ สกว. สนับสนุนการวิจัยแก่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และกระทรวงการต่างประเทศ ในโครงการการท่องเที่ยวข้ามแดนที่ด่านบ้านฮวกกิ่วฮก จ.พะเยา ซึ่งเป็นการเชื่อมเส้นทางการท่องเที่ยวระหว่าง 4 ประเทศ คือ ไทย ลาว เวียดนาม และจีน โดยเน้นการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และได้มีการนำเสนอแล้วในการประชุม (JC) ไทย–ลาว ครั้งที่ 20 ที่ผ่านมา ทั้งนี้คณะก็ได้มอบเอกสารประชาสัมพันธ์ผลงานวิจัยของ สกว. ที่นำมาสู่การขายในงาน WTM 2016 ในครั้งด้วย
 

 
สำหรับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย โดย ดร.ยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ได้ขอให้ สกว.ทำวิจัยในเรื่องของการศึกษาศักยภาพของกลุ่มนักท่องเที่ยวกลุ่มกำลังซื้อสูง ซึ่งประเทศไทยควรพัฒนาในด้านของ Supply-side เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวกลุ่มคุณภาพสูงนี้ และโครงการใหม่ของ ททท. คือ โครงการ The LINK ที่เป็นจุดเริ่มต้นในการที่จะพัฒนาเมืองรองของประเทศไทยให้มีการเชื่อมโยงกับ 2 ทวีป คือ ยุโรป 8 เมือง เชื่อมกับเมืองรองของไทย 8 จังหวัด และทวีปอเมริกา 2 เมือง เชื่อมกับเมืองรองของไทย 2 จังหวัด ที่จะเปิดตัวในช่วงธันวาคม 2559 นี้ ทาง ททท. ขอให้ สกว. สนับสนุนด้านข้อมูล ผลการวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวโดยชุมชนใน 10 จังหวัด และการวิจัยด้านการพัฒนาศักยภาพของชุมชนในพื้นที่พัฒนาด้าน วิถีถิ่น วัฒนธรรมอาหาร สินค้าของฝาก ของที่ระลึก ผลิตภัณฑ์ OTOP และอื่น ๆ ที่จะสามารถนำมาส่งเสริมการท่องเที่ยวให้สามารถบริหารจัดการการท่องเที่ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพได้ เป็นการตอบโจทย์ตามนโยบายของรัฐบาล ในเรื่องของการยกระดับเศรษฐกิจฐานราก นอกจากนี้ สภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย คุณอิทธิฤทธิ์ กิ่งเล็ก ประธานสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ได้หารือเรื่องการเชิญ สกว. ทำ MOU เพื่อบันทึกข้อตกลงร่วมกัน ในการกำหนดประเด็นการวิจัย การพัฒนางานวิจัยที่สอดคล้องกับการพัฒนาภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและบริการโดยรวม ให้เป็นไปตามนโยบายการขับเคลื่อนประเทศไทยในครั้งนี้ด้วย
 
ซึ่งในงานนี้ได้มีแนวคิดในการจัดการส่งเสริมการขายด้านการท่องเที่ยวในระดับโลกในหลากหลายมิติด้วยกัน โดยภาพรวมจะเป็นการนำเสนอสินค้าด้านการท่องเที่ยว อาทิ แหล่งท่องเที่ยว ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิต การบริการและสิ่งอำนวยความสะดวกด้านการท่องเที่ยว ผลิตภัณฑ์สินค้าที่เชื่อมโยงด้านการท่องเที่ยวต่าง ๆ ผ่านรูปแบบของโปรแกรมการท่องเที่ยวที่ร้อยเรียงเอาสินค้าด้านการท่องเที่ยวต่าง ๆ ของแต่ละประเทศที่พร้อมนำเสนอขายมาบรรจุไว้ในโปรแกรมการท่องเที่ยวอย่างน่าสนใจ


สำหรับการตลาดการท่องเที่ยวของแต่ละประเทศ ที่นำเสนอขายในงาน WTM 2016 ในประเด็นของการท่องเที่ยวเชื่อมโยง ผศ.ดร.ธนวัต ลิมป์พาณิชย์กุล ได้สรุปไว้อย่างน่าสนใจว่า ยุโรปเป็นทวีปที่มีการขายการท่องเที่ยวในรูปแบบการท่องเที่ยวเชื่อมโยงระหว่างประเทศมากที่สุด และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น อันเป็นผลมาจากการก่อตั้งสหภาพยุโรปในปี ค.ศ. 1993 ที่ทำให้การข้ามพรมแดนของทั้งคนและสิ่งของ สามารถที่จะดำเนินการได้ง่ายขึ้น ภายในงานแต่ละประเทศมีการกำหนดและสื่อสารภาพลักษณ์ทางการท่องเที่ยวอย่างสร้างสรรค์ โดยพยายามที่จะดึงมิติเชิงอารมณ์ของนักท่องเที่ยวเป็นตัวดึงดูดความน่าสนใจ อีกทั้งให้ความสำคัญกับการเลือกใช้คำที่สั้น จดจำง่าย และคุ้นเคย อาทิ ประเทศเดนมาร์ก – Find You Happy Place in Denmark ประเทศเชค – Land of Stories ประเทศสโลวาเกีย – Travel in Slovakia, Good Idea ประเทศฮังการี – Hungary: Magical Days and Nights และประเทศกรีซ – All Time Classic เป็นต้น และจากการสร้างภาพลักษณ์ดังกล่าว ทำให้นักท่องเที่ยวเกิดการรับรู้ความแตกต่างของแต่ละประเทศได้ง่ายยิ่งขึ้น และเป็นการสร้างความน่าสนใจของการท่องเที่ยวเชื่อมโยงมากขึ้น
 
ในประเด็นของการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ หรือที่เราคุ้นหูกันดีกับคำว่า Creative Tourism ดร.นราวดี บัวขวัญ และ ดร.นนทิภัค เพียรโรจน์ ได้สรุปประเด็นเด่นที่ได้ไปสัมผัสภายในงานไว้ว่า แนวคิดเชิงสร้างสรรค์ได้ถูกนำมาสอดแทรกไว้ในการนำเสนอขายสินค้าด้านการท่องเที่ยวของหลายประเทศ อาทิ ประเทศเกาหลี ได้มีการใช้เทคโนโลยีแว่นตาอิเล็กทรอนิกส์มาสร้างเป็นภาพมัลติมีเดีย ในโซนของยุโรป แนวคิดการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ส่วนใหญ่จะถูกสอดแทรกและนำมาใช้ในทุกรูปแบบของผลิตภัณฑ์ที่เชื่อมโยงกับการท่องเที่ยว เช่น ประเทศฝรั่งเศส ใช้ไวน์และน้ำหอม สินค้าที่โดดเด่นของประเทศ เป็นตัวเดินเรื่องด้านการท่องเที่ยวโดยใส่เรื่องราวและกิจกรรมให้นักท่องเที่ยวได้เข้ามามีส่วนร่วม เพื่อนำไปสู่การจูงใจให้ติดตามเรื่องราวและเดินทางไปเยือนประเทศฝรั่งเศส นอกจากนั้นแล้วในภูมิภาคอื่น ๆ ของประเทศไม่ว่าจะเป็น อเมริกา แอฟริกา หรือแม้แต่เอเชียเอง ก็ล้วนแล้วแต่แทรกแนวคิดด้านการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ผ่านการสร้างการเรียนรู้ และสร้างประสบการณ์ใหม่ ๆ ให้กับนักท่องเที่ยว โดยนำเสนอฐานทรัพยากรด้านการท่องเที่ยวที่ตนเองมีทั้งด้านทรัพยากรธรรมชาติ วัฒนธรรม ประเพณี และวิถีชีวิต โดยแบ่งเป็น Theme หลัก ๆ ได้ดังนี้ (1) มรดกทางวัฒนธรรม (Cultural Heritage) ประเทศอินเดีย ใช้ Theme ในการโปรโมทภาพรวมการท่องเที่ยวทั้งประเทศ “Incredible India” (2) วิถีชีวิต (Lifestyles) ประเทศเกาหลีใต้ ใช้ Theme “Creative Korea” และ (3) สินค้าที่ตอบสนองความต้องการที่แตกต่าง (Functional Creation) ประเทศฝรั่งเศส ให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้สินค้าที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวที่สำคัญ รวมถึงให้นักท่องเที่ยวได้มีส่วนร่วมในการเรียนรู้กิจกรรมต่าง ๆ ซึ่งทั้งหมดนี้สามารถนำไปประยุกต์ใช้เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับการท่องเที่ยวของประเทศไทยได้เป็นอย่างดี
 
สำหรับประเด็นการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ผศ.ดร.ประกอบศิริ ภัคดีพินิจ ได้สรุปให้เห็นถึงความหลากหลายของการนำวัฒนธรรม ประเพณี ของแต่ละประเทศมาเป็นสิ่งดึงดูดใจทางการท่องเที่ยวไว้อย่างน่าสนใจว่า

ประเภทของการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมแบ่งเป็น 3 กลุ่มใหญ่ ๆ คือ (1) กลุ่มวิถีชีวิตงานหัตถกรรมและอาหาร (2) กลุ่มประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม (3) งานศิลปะ ดนตรี พิพิธภัณฑ์ ซึ่งแต่ละประเทศพยายามนำเสนอประสบการณ์ในการได้สัมผัสกับวัฒนธรรมของประเทศตนเอง บางประเทศได้นำตัวอย่างของวัฒนธรรมมานำเสนอให้มีความน่าสนใจ เช่น ประเทศอินโดนีเซีย นำเสนอการแสดงฟ้อนรำและกลองพื้นบ้าน มีซุ้มกาแฟท้องถิ่น ประเทศจีน นำเอาการเขียนตัวหนังสือจีนมาเขียนเป็นชื่อให้กับผู้มาชม ประเทศญี่ปุ่นให้บริการซูชิและชาญี่ปุ่นให้กับผู้มาแลกเปลี่ยนในบูธ ประเทศโบลิเวีย นำเสนอด้านระบำพื้นบ้าน ประเทศอินเดียนำเสนอการพิมพ์ลายกระดาษแบบดั้งเดิม และการแต่งกาย และประเทศฝรั่งเศสนำเสนอการผสมน้ำหอมในกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละบุคคล
 

 
ปิดท้ายด้วยเรื่องราวอันทันสมัยที่หนีไม่พ้นเรื่องของเทคโนโลยี โดย ผศ.ดร.ชัยรัตน์ จุสปาโล ที่ได้สรุปประเด็นเทคโนโลยีสารสนเทศในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว จากงาน WTM 2016 ว่า บทบาทและการพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว จะเน้นการพัฒนาที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน และคาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต โดยเฉพาะอย่างยิ่งการท่องเที่ยวเพื่อพักผ่อนมีความเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงทางการเงินและทางอารมณ์เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในสังคมชาวตะวันตก เวลาได้กลายเป็นสิ่งหายาก ซึ่งจะเห็นได้จากนักท่องเที่ยวจำนวนมากเห็นว่าวันพักผ่อนเป็นการลงทุนทางอารมณ์และทางการเงินที่สำคัญซึ่งไม่สามารถแทนด้วยสิ่งใดได้ ดังนั้นเทคโนโลยีสารสนเทศในส่วนที่เกี่ยวกับการจัดการทำเว็บไซต์ การใช้งาน web 2.0 เพื่อสร้างเนื้อหาด้านแหล่งกิจกรรม รูปแบบ โปรแกรม เส้นทาง เป็นเรื่องที่ปลายทางการท่องเที่ยว (destination) ที่ต้องสร้าง เนื่องจากนักท่องเที่ยวมีความต้องการข้อมูลก่อนการเดินทาง และให้ความสำคัญต่างกันตามลักษณะของสินค้าและบริการการท่องเที่ยว ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับคำบรรยายต่าง ๆ ที่จะช่วยให้นักท่องเที่ยวเห็นความแตกต่างของสินค้าและการบริการต่าง ๆ ความซับซ้อนและการพึ่งพาอาศัยกัน นอกจากนี้บริการการท่องเที่ยวไม่สามารถให้บริการโดยลำพังได้ แต่เป็นการผสมผสานกันอย่างไม่รู้จบ
 
การเดินทางเพื่อเข้าร่วมในงาน World Travel Market London 2016 ในครั้งนี้ คณะนักวิจัยเดินทางโดยสายการบินไทยเที่ยวบินที่ TG910 ถึงท่าอากาศยานนานาชาติฮีทโทรล กรุงลอนดอนเวลาประมาณ 7.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ช่วงที่ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง พวกเราโชคดีที่เราได้รับการตรวจเข้าเมืองแบบคณะ ทำให้ประหยัดเวลาการเข้าคิวไปได้มาก จากนั้นเราก็ทยอยเดินออกมาเพื่อที่จะไปขึ้นรถไปยังที่พัก ความเย็นเริ่มกระทบผิวทีละน้อย ๆ และมากขึ้นเรื่อย ๆ จนก้าวเท้าออกนอก Terminal ความรู้สึกแรกในตอนนั้นคือ “เย็นวาบ” อุณหภูมิ ขณะนั้นคือ 2 องศาเซลเซียส สัมผัสได้ถึงความหนาวและสดชื่นจริงๆ

ในเวลาต่อมา คณะเราออกเดินทางจากสนามบินเพื่อมุ่งหน้าไปยังที่พัก เราใช้บริการขนส่งมวลชนระหว่างเมืองที่เราได้ซื้อตั๋วไว้ล่วงหน้าทำให้สะดวกต่อการเดินทางอย่างมาก จากนั้นเราก็ไปต่อรถแท็กซี่ในระยะสั้น ๆเพื่อที่จะไปถึงโรงแรม เราใช้เวลาประมาณ 45 นาที จากสนามบินถึงที่พัก คณะเราต้องพำนักที่นี่เป็นเวลา 6 คืน ที่พักสวยงาม บริการดี ราคายุติธรรม โล่งใจไปอีก 1 เรื่อง พอถึงเวลาเช็คอินแยกย้ายเข้าห้อง ผู้เขียนและ อ.ประกอบศิริ พร้อมด้วย อ.สุภาวดี ได้ห้องพักชั้น 5 ในใจตอนนั้นแอบดีใจนี่เราได้พักชั้นสูงด้วย... วิวคงสวยนะ...ผ่านไปไม่ถึงนาทีก็ฝันสลาย...เมื่อพนักงานพูดกับเราต่อว่า ห้องพักชั้น 5 ต้องต่อบันไดขึ้นไป 1 ชั้นเนื่องจากลิฟท์มีเพียงชั้น 4 เท่านั้น....อึ้งไป 5 วินาที แล้วก็ก้มหน้าก้มตายกกระเป๋าขึ้นลิฟท์และอุ้ม แบก ลากกระเป๋าขึ้นบันไดกันอย่างทุลักทุเล แต่ก็ผ่านพ้นไปด้วยดี สาว ๆ พลังล้นเหลือ พอเข้าที่พัก ในห้องพักมีพื้นที่ใช้สอยค่อนข้างมาก มีการแบ่งส่วนที่พัก
ที่นั่งเล่นอย่างลงตัว ก็หายเหนื่อยกันเลยทีเดียว
 
มาอังกฤษทั้งทีเรื่องสถาปัตยกรรม วัฒนธรรม อาหาร การเดินทาง แหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ๆ เราต้องหาประสบการณ์กันให้ครบ แต่โชคดีที่ทริปนี้เรามีนักเรียนนอก หนุ่มอังกฤษ ผศ.ดร.ธนวัต ที่กรุณาเป็น tour leader ให้ เพราะฉะนั้นคำว่า “หลง” ไม่มีสบายใจได้ ด้านสภาพอากาศ เราเจอฝนกันไม่มากเท่าไรนัก ทำให้การเดินทางของเราค่อนข้างสะดวก เราใช้ระบบขนส่งมวลชนทั้งในเมือง นอกเมือง ตั๋วโดยสารก็แตกต่างกันไป ทุกคนจะเก็บตั๋วไว้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะตั๋วรถไฟระหว่างเมืองที่เราซื้อมาตั้งแต่อยู่ประเทศไทยแล้ว ใบนี้หายไม่ได้ ซื้อใหม่คงแย่แน่ ๆ เลย ส่วนตั๋วรถไฟในแต่ละวันขั้นต่ำก็ 12-13 ปอนด์ ส่วนรถแท็กซี่ ก็เป็นรุ่นที่ผลิตใช้เป็นแท็กซี่เฉพาะในลอนดอน เป็นรถยนต์ขนาด 4 ที่นั่ง ที่มีรูปลักษณ์กะทัดรัด และน่าตาน่ารักเชียว

สำหรับภารกิจในครั้งนี้นอกจากได้นำผลงานวิจัยมาสู่การใช้ประโยชน์แล้ว นักวิจัยทุกคนยังมีภารกิจที่จะต้องเก็บเกี่ยวประสบการณ์ในเมือง และสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ ๆ ตลอดจนการท่องเที่ยวในรูปแบบต่าง ๆ ของอังกฤษที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาถึงเมืองผู้ดีแห่งนี้

 

 
แห่งแรกเลย คือ Stonehenge แหล่งท่องเที่ยวที่เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก ที่เป็นกลุ่มแท่งหินขนาดใหญ่ ตั้งอยู่กลางทุ่งราบกว้างใหญ่ที่ชื่อ ซัลลิสเบอร์รี (Salisbury Plain) ในบริเวณตอนใต้ของอังกฤษ และขึ้นทะเบียนมรดกโลกในปี ค.ศ.1986 และสิ่งที่ได้จากการไปศึกษาดูงานในพื้นที่มรดกนี้ เห็นได้ชัดเจนว่าการสื่อสารเป็นสิ่งสำคัญ ที่จะทำให้ผู้มาเยือนเกิดความเข้าใจ ได้รับทราบเรื่องราวในพื้นที่ ตลอดจนข้อปฏิบัติในการเข้าชมอย่างถูกต้อง โดยในพื้นที่ Stonehenge แห่งนี้ ก็มีการสื่อความหมายด้วยป้าย สำหรับนักท่องเที่ยวทั้งโซนกลางแจ้ง ที่เป็นเครื่องมือการสื่อสารหลักในการบริหารจัดการ การสื่อความหมายทางการท่องเที่ยวและการบริหารจัดการพื้นที่ ได้แก่ ป้ายบอกทาง ป้ายเตือน ป้ายสื่อความหมายต่าง ๆ และในห้องพิพิธภัณฑ์ที่จะเป็นการบอกเล่าเรื่องราวความเป็นมาโดยละเอียด และจัดแสดงสิ่งของที่มีความสำคัญและเกี่ยวข้องในพื้นที่แห่งนี้ นอกจากนี้ยังมีเครื่องบันทึกเสียงพร้อมหูฟังให้บริการกับนักท่องเที่ยวทุกคน ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถหยุดฟังคำบรรยายตามหมายเลขที่ระบุไว้ในพื้นที่ได้ด้วยตนเอง
 

 
อีกเมืองหนึ่งที่น่าสนใจไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน คือ Oxford เมืองแห่งการเรียนรู้ เป็นเมืองค่อนข้างเงียบสงบ ปลอดภัย อาคารบ้านเรือนคงกลิ่นของประวัติศาสตร์อารยธรรม มีพิพิธภัณฑ์เก่าแก่ ที่เหมาะกับการศึกษาเรียนรู้ ทั้งนี้นักวิจัยแต่ละท่านก็ได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ดีไปไม่น้อย เพื่อเป็นกรณีศึกษาในการเรียนการสอนต่อไป นอกจากนี้ Bath หรือ Bath Spa เมืองเล็ก ๆ ที่เดินวันเดียวก็เที่ยวทั่วทั้งเมืองได้แล้ว เป็นอีกหนึ่งจุดหมายปลายทางของพวกเราในครั้งนี้ เมืองเล็ก ๆ ที่มีเสน่ห์ในตัวแห่งนี้เป็นอีกหนึ่งเมืองท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากของอังกฤษ ด้วยบรรยากาศของเมือง ทั้งอาคารสิ่งปลูกสร้างที่มีความสวยงามและดึงดูดผู้มาเยือนได้อย่างน่าประทับใจ

สถานที่สำคัญ ๆ ของเมืองนี้คือ Roman Baths หรือโรงอาบน้ำร้อนโบราณสมัยโรมัน ที่ปัจจุบันเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ให้คนเข้าไปชมความงดงามของตัวอาคาร ชมวัตถุโบราณมากมายได้ รวมถึงโครงสร้างของบ่อน้ำพุร้อนที่ชาวโรมันโบราณสร้างขึ้น นอกจากนี้สถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ สามารถเดินถึงกันได้หมด เดินเที่ยวได้สบาย ๆ ไม่ต้องใช้รถยนต์ จากทั้งสองเมืองทำให้เห็นถึงรูปแบบการท่องเที่ยวที่สอดคล้องกับวิถีชีวิต และสอดคล้องตามสภาพพื้นที่ของเมืองนั้น ๆ ได้อย่างลงตัว

และในการมาครั้งนี้ คณะเราก็ได้มีโอกาสไปศึกษาดูงานและร่วมประชุมที่ University of Westminster, London ในการนี้ ผศ.ดร.ชัยรัตน์ จุสปาโล ผู้ช่วยอธิการดีฝ่ายวิจัยและเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ ในฐานะพี่ใหญ่ของพวกเรา ก็ได้นำทีมคณะนักวิจัยเข้าร่วมหารือใน 2 ประเด็นหลักร่วมกับ Dr.Jon Pike, Director of Internationalisation และ Dr.Suwichit Chaidaroon, Senior Lecturer (ซึ่งเป็นอาจารย์ของผู้เขียน) สำหรับประเด็นในการหารือนั้นคือ การศึกษาวิจัยในอนาคต และโครงการแลกเปลี่ยนนักศึกษาในระดับปริญญาตรี และปริญญาโท เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ วิถีชีวิต วัฒนธรรม และเป็นการเปิดมุมมองใหม่นอกห้องเรียนของนักศึกษาได้เป็นอย่างดี
 
หลังจากการประชุม ดร.สุวิชิต ก็กรุณาแนะนำร้านอาหาร ที่เมื่อมาถึงลอนดอนแล้ว ต้องลอง คือ ร้าน “ไก่ Nando’s” เป็นเชนร้านไก่ย่างขนาดใหญ่ที่มีสาขากว่า 1,000 สาขาทั่วโลก ที่มีจุดเริ่มต้นของร้านอยู่ที่กรุง Johannesburg ประเทศแอฟริกาใต้ ก่อนจะขยายสาขาจนครอบคลุมกว่า 40 ประเทศทั่วโลก Nando’s เปิดสาขาในสหราชอาณาจักรมากกว่า 300 สาขา เป็นไก่ย่างที่มีรสชาติจัดจ้าน และอีกหนึ่งเมนูเด็ดนอกจากไก่ย่างพริกแล้ว ยังมี “ตับกระเทียมพริกไทย” ที่รสชาติถูกปากคนไทยอย่างเรา ๆ ยิ่งนัก สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างคือ ซอสปรุงรส ที่มีหลากหลายรสชาติมาก ๆ ทั้งเผ็ดมาก เผ็ด เผ็ดปานกลาง ผสมสมุนไพร ผสมมะนาว และอื่น ๆ มีมากจนเลือกกันแทบไม่ถูกเลยทีเดียว ในด้านของความอร่อย ผู้เขียนได้สัมผัสด้วยตนเองมาแล้ว ขอบอกเลยว่า อร่อยอย่างไม่มีข้อสงสัยใด ๆ

สำหรับมุมมองด้านวัฒนธรรมทางอาหาร เป็นอีกมุมมองที่น่าสนใจ ร้าน “ไก่ Nando’s” มีการตกแต่งร้าน และขับกล่อมด้วยบทเพลงที่สร้างบรรยากาศแบบแอฟริกาใต้ได้อย่างลงตัว นั่งแล้วรู้สึกคล้อยตามกันเลยทีเดียว สำหรับ Nando’s นับได้ว่าเป็นความเจริญเติบโต และเป็นอีกความสำเร็จหนึ่งทางด้านวัฒนธรรมอาหารที่มีการเผยแพร่ในพื้นที่ต่างวัฒนธรรม ต่างเชื้อชาติ ต่างภาษา ที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดียิ่ง
 

 
จากการได้มีโอกาสเดินทางไปร่วมงานมหกรรมการส่งเสริมการท่องเที่ยวระดับสากล WTM 2016 ณ กรุงลอนดอน ในครั้งนี้ ร้าน “ไก่ Nando’s” ถือเป็นการสร้างความร่วมมือทางวิชาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเชื่อมโยงผลงานวิจัยไปสู่การใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์อย่างแท้จริง ทำให้ผลผลิตอันเกิดจากงานวิจัยของนักวิจัยได้ถึงมือผู้ประกอบการ ด้วยแนวทางของธุรกิจในระดับโลก แต่เลือกใช้กลยุทธ์การขายให้เหมาะสมกับแต่ละท้องถิ่น ภายใต้แนวคิดที่ว่า “Think Global Act Local” สำหรับบทสรุปจากเวทีสัมมนาในงาน WTM นับได้ว่าเป็นการรวมตัวของผู้ที่มีประสบการณ์ตรง ทั้งด้านงานวิจัยและนักปฏิบัติจากทั่วโลกที่นำผลงานที่ได้จากการศึกษาและการประกอบธุรกิจมาแสดงให้ผู้ที่สนใจที่เข้าร่วมได้รับทราบกัน ทำให้ทราบแนวโน้มการพัฒนาภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจากผู้ประกอบการธุรกิจชาวต่างชาติ จึงนับได้ว่าเป็นแหล่งเรียนรู้ที่สำคัญในด้านความเคลื่อนไหวทางการท่องเที่ยวของโลกเลยก็ว่าได้ อันจะเป็นประโยชน์ต่อการนำมาเสนอให้นักวิจัยได้ที่ได้รับทุนสนับสนุนเป็นแนวทางในการสร้างผลผลิตงานวิจัยที่มีประสิทธิภาพ และตรงกับความต้องการของผู้บริโภค เพื่อการพัฒนาภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทยต่อไป

ท้ายที่สุดนี้ต้องขอขอบพระคุณ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ที่มอบโอกาสให้พวกเราได้เป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ที่มีคุณค่า ได้เข้าถึงข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ขอขอบคุณการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ที่ให้ความร่วมมือในการผลักดันผลผลิตงานวิจัยดังกล่าวให้มีก้าวแรกสู่... WTM 2016 ในครั้งนี้
แหล่งที่มา : ประชาคมวิจัย    ฉบับที่ : 131    หน้าที่ : 59    จำนวนคนเข้าชม : 207   คน