เมนู



ฉบับพิเศษ

สิงหาคม  2560




เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)

Biodata ฐานข้อมูลนักวิชาการ ประเทศไทย

ห้องสมุดออนไลน์ สกว.

ฝ่ายวิจัยเพื่อท้องถิ่น งานวิจัยท้องถิ่น

โครงการปริญญาเอก คปก.

ร้านหนังสือ สกว.




จำนวนผู้เข้าชม

2490081

รายละเอียด

• เรือพลังงานแสงอาทิตย์ พิชิตโลกร้อน

 
จากผลงานวิจัยดังกล่าว นักวิจัยได้มีการนำไปเสนอ โครงการเรือแสงอาทิตย์พิชิตโลกร้อน (Solar Boat for Better Life) โดยขอสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนสิ่งแวดล้อมโลก (Global Environment Facility : GEF) ภายใต้การสนับสนุน โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (United Nations in Thailand : UNDP) จำนวน 750,000 บาท และชมรมท่องเที่ยวเกาะหมาก สมทบอีก 760,000 บาท ตัวเรือมูลค่า 1.2 ล้านบาท ที่เหลือเป็นส่วนของการบริหารจัดการ 

สำหรับแนวคิดทำเรือโซลาร์เซลล์ คุณสุวรรณ พิทักษ์สินธร ได้บอกว่า กรมอุทยานแห่งชาติทางทะเล เห็นว่าเรือบริการนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ใช้เครื่องยนต์ ทำให้เกิดเสียงดัง ปล่อยควันพิษ  และปลอดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์  สร้างมลภาวะทางอากาศ คราบน้ำมัน  และสิ้นเปลืองพลังงานเชื้อเพลิง การใช้เรือสีเขียวที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ที่เป็นพลังงานสะอาด ไม่ทำลายแหล่งท่องเที่ยวทางทะเล ย่อมเป็นแนวทางการจัดการสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติที่ดี   ให้บริการนักท่องเที่ยว สอดรับกับเทรนด์นักท่องเที่ยวรักษ์ธรรมชาติ ชื่นชอบกับบรรยากาศทะเลเงียบ สงบ ไม่มีเสียงดังรบกวน และปราศจากมลพิษ
 

 
ในด้านการออกแบบเรือ ผศ.ดร.ยอดชาย เตียเปิ้น จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา ผู้เขียนก็ได้มีโอกาสพูดคุย สอบถามที่มาที่ไป พร้อมศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมจากรายงานวิจัย พบว่า เรือดังกล่าวมีรูปแบบเรือคาตามาราน (Catamaran) คือ เรือมีสองท้อง ต้านน้ำน้อย ไม่โคลงเคลง ฝ่าคลื่นได้ดี เหมาะกับการท่องเที่ยว ดำน้ำดูปะการัง ขนาดลำเรือ 3.5 X 7 เมตร หรือ 24.5 ตารางเมตร สามารถรองรับจำนวนผู้โดยสาร 8 คน

สำหรับออกแบบระบบพลังงานไฟฟ้า ดร.กันต์ ปานประยูร จากมหาวิทยาลัยมหิดล หนึ่งในคณะนักวิจัย ออกแบบระบบพลังงานโดยใช้แผงโซลาร์เซลล์ต่อกัน 6 แผง ขนาด 12 ตารางเมตร ติดตั้งเสมือนหลังคาเรือ เมื่ออยู่กลางทะเลรับแสงได้เต็มที่ การสิ้นเปลืองไฟ 5 หน่วย 2 ชั่วโมง ความเร็วสูงสุด 8.5 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใช้งานได้ระยะทาง 25 กิโลเมตรต่อวัน

ส่วนระบบขับเคลื่อน คุณเทวรัตน์ นันทวงษ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านไฟฟ้าของคณะวิจัย เป็นผู้ติดตั้งระบบไฟฟ้า และออกแบบมอเตอร์ไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพในการขับเคลื่อนเรือ เรือต้นแบบนี้ใช้อุปกรณ์ผลิตในไทย 80-90% มอบให้ห้างหุ้นส่วนจำกัด นาวาเลียน คอมโพสิท เป็นผู้ต่อเรือ ใช้เวลา 1 ปีเศษ และนำมาทดลองให้บริการนักท่องเที่ยวที่เกาะหมาก เมื่อปลายเดือนธันวาคม 2559 ใช้เวลาเก็บข้อมูลประเมินผลทางด้านเทคนิคอีก 1 ปี จากนั้นภาครัฐ เอกชนที่เห็นประโยชน์สามารถนำแบบจากเรือพลังงานแสงอาทิตย์ต้นแบบลำนี้มาไปใช้ต่อหรือพัฒนาต่อได้
 
สำหรับแนวทางบริหารจัดการ “เรือแสงสุวรรณ” เรือพลังงานแสงอาทิตย์ พิชิตโลกร้อนลำนี้ ได้จดทะเบียนชื่อว่า “แสงสุวรรณ” โดยชมรมท่องเที่ยวเกาะหมาก มีข้อตกลงเบื้องต้นให้สมาชิกที่ลงหุ้นทั้งหมดจำนวน 10 หุ้น ได้รับสิทธิพิเศษให้นำเรือไปใช้หมุนเวียนกัน 1 วัน โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ซึ่งจะใช้เองหรือเช่าเหมาก็ได้ แต่ต้องใช้กัปตันเรือของชมรมเท่านั้น จากนั้นทางชมรมท่องเที่ยวเกาะหมากจะบริหารจัดการ 2 แบบด้วยกันคือ

1. จัดให้มีผู้เช่าเหมาเรือตามอัตราค่าเช่าของชมรม เพื่อจัดทริปท่องเที่ยว โดยมีเส้นทางกำหนดเชื่อมโยงจากเกาะหมากไปยังเกาะให้เคียง 3 เส้นทาง คือ อ่าวสวนใหญ่-เกาะขาม และ อ่าวกระทิง-เกาะระยั้งนอก ใช้เวลา 20-30 นาที และท่าเรืออ่าวนิด-เกาะกระดาษ ใช้เวลา 30 นาที หรืออาจจะกำหนดเส้นทางอื่น ๆ 

2. ให้สมาชิกหุ้นเช่าเหมา ซึ่งส่วนใหญ่เป็นโรงแรม รีสอร์ท 3-4 หุ้น มีบริการเช่าเหมาเรือ หากนำเรือโซลาร์เซลล์ให้บริการนักท่องเที่ยว ใช้พักผ่อนส่วนตัวกับกลุ่มญาติสนิท เพื่อน ๆ หรือเส้นทางที่กำหนดได้เอง ทั้งนี้รายได้จากการให้บริการของเรือ จะหักเงินเข้ากองทุนสิ่งแวดล้อม 10% และเป็นค่าบริหารจัดการกัปตันเรือ ค่าบำรุงรักษาเรือ และระยะยาวจะมีเงินปันผลจากการทดลองวิ่ง ซึ่งได้รับการตอบรับจากนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างประเทศ 
 
แม้ว่าจะมีผลการศึกษาความเป็นไปได้ในการใช้เรือพลังแสงอาทิตย์เพื่อการท่องเที่ยวว่าสามารถทำได้ทั้งในด้านวิศวกรรมและด้านความคุ้มค่า แต่เนื่องจากเรือแสงอาทิตย์ ยังไม่เคยมีมาก่อนในประเทศไทย ผู้ใช้ยังไม่มีความมั่นใจว่าเรือแสงอาทิตย์จะสามารถสร้างขึ้นมาใช้งานได้จริงในทะเล หรือจะสามารถได้รับผลสำเร็จทางด้านความคุ้มค่า จึงจำเป็นต้องมีการสร้างเรือต้นแบบ เพื่อให้ผู้ประกอบการได้ทดลองใช้ในการประกอบการ และได้ข้อมูลความพึงพอใจจากผู้ใช้บริการ
 
เมื่อกล่าวถึง การใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ และการดำเนินธุรกิจได้จริง คุณสุวรรณ ได้เล่าให้ผู้เขียนฟังต่อว่า ได้มีการเก็บข้อมูลการให้บริการและการใช้บริการ พบว่า ผลจากการดำเนินการสร้างและทดลองใช้ในการให้บริการการท่องเที่ยวบริเวณเกาะหมาก พร้อมเก็บข้อมูลความพึงพอใจจากผู้ประกอบการ พบว่า เรือแสงสุวรรณ สามารถเดินทางในทะเลรอบเกาะได้อย่างปลอดภัย มีพลังงานเพียงพอต่อการใช้งานตามการศึกษา ในส่วนของความคุ้มค่า ผู้ใช้บริการมีความพึงพอใจในการใช้เรือแสงสุวรรณ และยินดีจ่ายค่าบริการ เพราะมีลักษณะตรงตามความต้องการของผู้ใช้บริการ คือ อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ไม่มีเสียงดัง ไม่มีควันพิษ มีความสะดวกสบายในการใช้งาน ในส่วนของผู้ให้บริการเรือ เมื่อได้ทดลองเรือแล้ว ก็มีความพอใจในลักษณะดังกล่าวของเรือเช่นกัน ซึ่งผู้ให้บริการบางรายมีแนวคิดที่จะสร้างเรือลำต่อไปเพื่อเปิดการบริการเพิ่มเติมในส่วนของตน
 
นอกจากนี้แล้วผู้เขียนได้มีโอกาสสัมภาษณ์ คุณสุภาภรณ์ ปราชญ์อำไพ กรรมการผู้จัดการบริษัท โรยัลซิลค์ ฮอลิเดย์ จำกัด ถึงการพัฒนาโปรแกรมท่องเที่ยว Low Carbon Tourism ที่เกาะหมาก ต้นแบบของ “เกาะโลว์คาร์บอน” มุ่งเน้นการลดปริมาณคาร์บอน หรือท่องเที่ยวสีเขียว (Green City) โดยใช้ชื่อ “Slow Holiday on Koh Mak” เป็นโปรแกรม 3 วัน 2 คืน ที่ได้ออกสู่การขายแล้ว ซึ่งกลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นนักท่องเที่ยวกำลังซื้อสูง กลุ่มยุโรปตะวันตก อาทิ เยอรมัน รวมถึงนักท่องเที่ยวชาวไทยเองก็ให้ความสนใจการท่องเที่ยวที่ใส่ใจในธรรมชาติแบบนี้ไม่น้อยเช่นกัน ทำให้ปัจจุบันเกาะหมาก เป็นอีกจุดหมายปลายทางลำดับต้น ๆ ที่ควรค่าแก่การไปเยือนของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ
 
สำหรับบทเรียนที่ได้ในครั้งนี้ คือ การดำเนินโครงการใด ๆ หากเป็นโครงการใหม่ อาจมีข้อจำกัดบ้างในการทำความเข้าใจกับผู้อื่นในหลักการ และความเป็นไปได้ของนวัตกรรมที่เกิดขึ้น แต่วิธีการที่ดีที่สุดในการที่จะหาทางออกร่วมกันให้เกิดการยอมรับในนวัตกรรมดังกล่าว คือ การทำให้เห็นจริง เป็นการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ (Experiential Learning) โดยเริ่มจากโครงการเล็กๆนำร่อง (Pilot Project) ในเบื้องต้นก่อน และตามด้วยอีกทางหนึ่งคือ การใช้เวลามากขึ้นในการทำความเข้าใจในนวัตกรรม ที่จำเป็นต้องใช้ระยะเวลานาน และมีความต่อเนื่อง
 
สุดท้ายนี้ในฐานะที่ผู้เขียน รับผิดชอบด้านการผลักดันการใช้ประโยชน์งานวิจัยด้านอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและบริการ ก็ยังคงติดตามผลงานของนักวิจัยในอีกหลาย ๆ โครงการที่มีความเป็นไปได้ในเชิงพาณิชย์อย่างต่อเนื่อง และจะนำผลงานดี ๆ แบบนี้ มาเล่าสู่กันฟังในโอกาสต่อไป
 

แหล่งที่มา : ประชาคมวิจัย    ฉบับที่ : 131    หน้าที่ : 29    จำนวนคนเข้าชม : 242   คน