เมนู



ฉบับพิเศษ

ธันวาคม  2559




เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)

Biodata ฐานข้อมูลนักวิชาการ ประเทศไทย

ห้องสมุดออนไลน์ สกว.

ฝ่ายวิจัยเพื่อท้องถิ่น งานวิจัยท้องถิ่น

โครงการปริญญาเอก คปก.

ร้านหนังสือ สกว.




จำนวนผู้เข้าชม

2304291

รายละเอียด

เทคนิคการเลี้ยงปลานิลไร้กลิ่นโคลน
ปัจจุบันความต้องการบริโภคปลาน้ำจืดมีเพิ่มมากขึ้นทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ ทำให้ปลานิลกลายเป็นสัตว์น้ำที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจของประเทศไทย แต่กลิ่นโคลนในเนื้อปลากลับเป็นปัญหาที่ทำให้ราคาของปลานิลตกต่ำ และเป็นอุปสรรคต่อการส่งเสริมการบริโภค สาเหตุหลักเกิดจากการบริหารจัดการบ่อเลี้ยงไม่ดี โดยเฉพาะบ่อดินที่มีการเลี้ยงปลานิลแบบผสมผสานซึ่งมักจะประสบปัญหาการเน่าเสียของน้ำที่ใช้ในการเพาะเลี้ยงและเกิดการสะสมของสารอินทรีย์บริเวณพื้นบ่อปริมาณมาก ทำให้สาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงินและแบคทีเรียมีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะสายพันธุ์ที่สามารถสร้างสารที่ทำให้เกิดกลิ่นโคลนได้ ส่งผลให้มีการปล่อยกลิ่นไม่พึงประสงค์สู่แหล่งน้ำและเข้าไปสะสมในเนื้อปลา และส่งผลกระทบต่อการส่งออกปลานิล เนื่องจากผู้บริโภคชาวต่างชาติไม่ยอมรับระบบการเลี้ยงและกลิ่นโคลนในเนื้อปลา
 
เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) จึงได้สนับสนุนทุนวิจัยโครงการ “เทคนิคการลดกลิ่นโคลนในบ่อเลี้ยงปลานิลด้วยปูนยิปซัม ฟางข้าวและจุลินทรีย์” โดยมี รศ.ดร. นิวุฒิ หวังชัย นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ เป็นหัวหน้าโครงการวิจัย เพื่อหาวิธีการที่เหมาะสมในการลดกลิ่นโคลนในปลานิล เพื่อให้สามารถผลิตสัตว์น้ำที่มีคุณภาพ ปลอดภัยต่อผู้บริโภค และส่งเสริมการส่งออกปลานิลให้มีปริมาณเพิ่มขึ้น โดยโครงการได้ศึกษาประสิทธิภาพของการใช้วัสดุราคาถูก (ยิปซัม ฟางข้าว และจุลินทรีย์) ในการลดความเข้มข้นของจีออสมินและเอ็มไอบีในห้องปฏิบัติการ และเปรียบเทียบผลของการใช้วัสดุราคาถูก (ยิปซัม ฟางข้าว และจุลินทรีย์) ต่อการเปลี่ยนแปลงของจีออสมิน และเอ็มไอบีในน้ำและปลา ชนิดของแพลงก์ตอนพืชที่สร้างกลิ่น แอคติโนมัยซีสในดิน และคุณภาพน้ำในบ่อปลานิล

ผลการวิจัยพบว่า ยิปซัมที่ความเข้มข้น 200 ppm มีประสิทธิภาพในการลดกลิ่นโคลนได้ดีที่สุด สามารถลดสารที่ก่อให้เกิดกลิ่นโคลนทั้งสารประกอบจีออสมินและเอ็มไอบีในตัวอย่างน้ำจากบ่อเลี้ยงปลาได้ทั้งในรูป particulate form และ dissolved form สำหรับน้ำสกัดจากฟางข้าว พบว่าสารแทนนินในน้ำสกัดฟางข้าวสามารถลดความเข้มข้นของแอมโมเนียในตัวอย่างน้ำได้ดี และเมื่อทดสอบนำเชื้อจุลินทรีย์มาใช้ในการลดกลิ่นโคลนพบว่า เชื้อ Achromobacter denitrificans มีประสิทธิภาพในการย่อยสลายกลิ่นโคลนได้ดีที่สุดในขณะเดียวกันจากการทดลองทำผลิตภัณฑ์จุลินทรีย์ในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อใช้กำจัดกลิ่นโคลนในตัวอย่างน้ำ พบว่า ผลิตภัณฑ์ที่สามารถนำไปใช้ได้ดีคือ ผลิตภัณฑ์แบบน้ำ เมื่อทำการทดลองในบ่อดินพบว่า การใช้ยิปซัมที่ระดับความเข้มข้น 200 ppm และน้ำฟางข้าวที่ระดับความเข้มข้น 1 ppm ไม่มีผลต่อผลผลิตปลาและอัตราการรอด (p>0.05) โดยบ่อตัวอย่างที่เติมน้ำสกัดฟางข้าวมีแนวโน้มพบการสะสมของกลิ่นโคลนในน้ำและความเข้มข้นของแอมโมเนียน้อยกว่าชุดการทดลองอื่น ส่วนกลิ่นโคลนในเนื้อปลาตรวจไม่พบในทุกชุดการทดลอง
 
ผลการวิจัยนี้บริษัท คุณาไทย จำกัด สนใจและนำไปต่อยอดเรื่องการบำบัดน้ำด้วยสารสกัดแทนนินในโรงเรือนระบบปิด เพื่อลดแอมโมเนียในบ่ออนุบาลปลากะพงขาว รวมทั้งกลุ่มวิสาหกิจ ต.บ้านเป้า จ.เชียงใหม่ ได้นำองค์ความรู้จากงานวิจัยไปใช้ โดยใช้ฟางข้าวไปหมักในบ่อเลี้ยงปลานิล เพื่อลดสารพิษแอมโมเนียในบ่อปลา ทำให้ได้ปลาที่ได้มีคุณภาพเนื้อและกลิ่นที่ดี
แหล่งที่มา : ประชาคมวิจัย    ฉบับที่ : 130    หน้าที่ : 82    จำนวนคนเข้าชม : 22   คน