เมนู



ฉบับพิเศษ

สิงหาคม  2560




เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)

Biodata ฐานข้อมูลนักวิชาการ ประเทศไทย

ห้องสมุดออนไลน์ สกว.

ฝ่ายวิจัยเพื่อท้องถิ่น งานวิจัยท้องถิ่น

โครงการปริญญาเอก คปก.

ร้านหนังสือ สกว.




จำนวนผู้เข้าชม

2514112

รายละเอียด

คลังความรู้โลกจากเอกสารสิทธิบัตรนานาชาติ (70) : สิทธิบัตรในพระปรมาภิไธย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระมหากษัตริย์ผู้มีพระอัจฉริยภาพด้านสิ่งประดิษฐ์

 
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงมีพระราชกรณียกิจมากมาย ทั้งในด้านการอนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ด้านการแพทย์และสาธารณสุข ด้านการศึกษา ด้านศาสนา ด้านความมั่นคงภายในประเทศ ด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ด้านศิลปวัฒนธรรม และด้านการกีฬา พระราชกรณียกิจหลักของพระองค์คือ การยกระดับสภาพความเป็นอยู่และพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน ตลอดระยะเวลากว่า 60 ปีที่ผ่านมา เป็นช่วงเวลาที่พระองค์ทรงงานอย่างไม่เคยว่างเว้น และทรงประกอบพระราชกรณียกิจที่ถึงพร้อมทั้งความบริสุทธิ์บริบูรณ์ เป็นช่วงที่พสกนิกรชาวไทยอยู่ได้อย่างร่มเย็นเป็นสุขภายใต้ร่มพระบารมี ด้วยพระราชกรณียกิจ พระอัจฉริยภาพ และพระปรีชาสามารถของพระองค์ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ที่ทรงมีต่อประเทศชาติและประชาชนชาวไทย จึงทรงได้รับการน้อมเกล้าฯ ถวายพระราชสมัญญาต่าง ๆ จากรัฐบาล หน่วยงาน และพสกนิกรชาวไทยและชาวโลก อันได้แก่ พระบิดาแห่งการโคนมไทย อัครศิลปิน พระบิดาแห่งการจัดการทรัพยากรน้ำ พระบิดาแห่งเทคโนโลยีของไทย พระมหากษัตริย์นักพัฒนา พระบิดาแห่งฝนหลวง พระบิดาแห่งนวัตกรรมไทย พระบิดาแห่งการประดิษฐ์ไทย พระบิดาแห่งการวิจัย ครูของแผ่นดิน พระบิดาแห่งการอนุรักษ์มรดกไทย พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เป็นพระบิดาแห่งการประดิษฐ์ไทย ด้วยทรงสนพระราชหฤทัยในเรื่องการประดิษฐ์ ในวันที่ 2 กรกฎาคม 2536 เครื่องกลเติมอากาศ “กังหันน้ำชัยพัฒนา” ได้รับการพิจารณาและทูลเกล้าฯ ถวายสิทธิบัตรในพระปรมาภิไธย เป็นครั้งแรกที่ได้มีการรับจดทะเบียน และออกสิทธิบัตรให้แก่พระบรมราชวงศ์ด้วย จึงนับได้ว่าเป็น “สิทธิบัตรในพระปรมาภิไธยของพระมหากษัตริย์พระองค์แรกในประวัติศาสตร์ชาติไทยและเป็นครั้งแรกของโลก”
 

 
เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2559 คณะรัฐมนตรีเห็นชอบการทูลเกล้าฯ ถวายพระราชสมัญญา “พระบิดาแห่งการประดิษฐ์ไทย” แด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ตามที่สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ เสนอ โดยกำหนดให้วันที่ 2 กุมภาพันธ์ของทุกปีเป็นวันนักประดิษฐ์ เพื่อเฉลิมพระเกียรติและเผยแพร่พระเกียรติคุณ และเพื่อให้ประชาชนเจริญรอยตามเบื้องยุคลบาท รวมทั้งปลูกฝัง เสริมสร้าง และส่งเสริม ให้เยาวชนไทยมีทุนทางสังคมของความเป็นนักประดิษฐ์คิดค้น พัฒนา และส่งเสริมนักประดิษฐ์ให้ร่วมมือร่วมใจในการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม ความเจริญ และความมั่นคงของประเทศชาติ

พระองค์ทรงทุ่มเท อุทิศพระวรกายและพระราชหฤทัย เพื่อประดิษฐ์คิดค้น และพระราชทานการสนับสนุน จนกระทั่งนวัตกรรมนั้นประสบผลสำเร็จ สามารถยกระดับคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนผู้ด้อยโอกาสให้พ้นจากความทุกข์ยาก และพัฒนาประเทศชาติจนก้าวหน้า อาทิ โครงการไบโอดีเซล โครงการฝนหลวง เป็นต้น โดยองค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (World Intellectual Property Organization: WIPO) ทูลเกล้าฯถวายรางวัล “Global Leader Award” และสหพันธ์สมาคมนักประดิษฐ์ระหว่างประเทศ ( (International Federal Inventor Association: IFIA) ประเทศฮังการี ทูลเกล้าฯ ถวายถ้วยรางวัล “IFIA CUP 2007” นอกจากนี้ พระราชทานให้บริษัท สุวรรณชาด จำกัด และมูลนิธิชัยพัฒนา จดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ทั้งสิ้น 13 คำขอ เช่น ทองแดง โกลเด้นเพลส มุมสบาย ๆ สุวรรณชาด
สิทธิบัตรในพระปรมาภิไธยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9
เพื่อร่วมเทิดพระเกียรติ ร่วมเทิดทูนพระปรีชาสามารถของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9พระมหากษัตริย์ผู้มีพระอัจฉริยภาพด้านสิ่งประดิษฐ์ ให้ประชาชนคนไทยได้ทราบและเข้าใจเกี่ยวกับการประดิษฐ์ โดยเฉพาะสิทธิบัตรในพระปรมาภิไธยของพระองค์ท่านดียิ่งขึ้น ได้ทราบซึ้งในพระอัจฉริยภาพ พระปรีชาสามารถของพระองค์ท่านในด้านการประดิษฐ์ ผู้เขียนได้ทำการสืบค้นสิทธิบัตรในพระปรมาภิไธยของพระองค์ ด้วยชื่อผู้ประดิษฐ์ โดยสืบค้นจากเว็บไซต์ของกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ซึ่งมีให้บริการสืบค้นทั้งเอกสารสิทธิบัตรไทย และเอกสารสิทธิบัตรต่างประเทศ ที่ https://patentsearch.ipthailand.go.th/dip2013/complexsearch.php

ผลการสืบค้นพบเอกสารสิทธิบัตรที่ “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช” เป็นผู้ประดิษฐ์/ออกแบบ (สืบค้นเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2560) มีจำนวน 11 รายการ ซึ่งตรงกันกับที่เว็บไซต์ผู้จัดการออนไลน์ ได้เสนอข้อมูลเรื่อง “พระบิดาแห่งการประดิษฐ์ไทย” 11 สิทธิบัตรในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 (ที่มา :http://www.manager.co.th/iBizChannel/ViewNews.aspx?NewsID=9590000104862) ที่ว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้ทรงคิดค้นผลงานทางด้านทรัพย์สินทางปัญญาที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศและประชาชนมากมาย จนได้รับพระราชสมัญญานามว่า “พระบิดาแห่งการประดิษฐ์ไทย” และทรงได้รับการทูลเกล้าฯ ถวายรางวัล Global Leader Award จากองค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก โดยทรงเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์แรกของโลกที่ได้รับการทูลเกล้าฯ ถวายรางวัลนี้
 

 
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงได้รับการถวายการรับจดทะเบียนสิทธิบัตร อนุสิทธิบัตร และสิทธิบัตรการออกแบบ จำนวนรวม 11 ฉบับ ดังนี้

1. สิทธิบัตรการประดิษฐ์เลขที่ 3127 ถวายการรับจดทะเบียนสิทธิบัตรเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2536 เรื่องเครื่องกลเติมอากาศที่ผิวน้ำหมุนช้าแบบทุ่นลอย (กังหันน้ำชัยพัฒนา) เป็นเครื่องกลเติมอากาศที่ใช้ในการเติมออกซิเจนลงในน้ำที่ระดับผิวน้ำ

ผลสืบค้นข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เลขที่คำขอ : 9201000747; วันที่ขอ : 02 Jun 2535; วันที่รับคำขอ : 02 Jun 2535; เลขที่ประกาศ : 11665 ; วันที่ประกาศ : 01 Aug 2535 ; เลขที่สิทธิบัตร : 3127; วันที่จดทะเบียน : 02 Feb 2536 ; สถานะสุดท้าย : สิ้นอายุสิทธิบัตร/อนุสิทธิบัตร ; วันที่ตามสถานะ : 04 Sep 2556 ; IPC/ID C02F1/74

เอกสารข้อถือสิทธิ์ Read File ; เอกสารแบบพิมพ์คำขอ Read File; เอกสารรายละเอียดการประดิษฐ์ Read File;ภาพเขียนRead File; แบบพิมพ์คำขอ Read File

บทสรุปการประดิษฐ์ เครื่องกลเติมอากาศที่ผิวน้ำหมุนช้าแบบทุ่นลอย จะประกอบไปด้วยซองตักวิดน้ำจำนวน 6 ซอง ที่มีลักษณะเปิด มีพื้นที่ หน้าตัดเป็นสี่เหลี่ยมคางหมู และมีพื้นที่บางด้านของซอง เจาะเป็นรูพรุน ทั้งหมดติดตั้งอยู่บนโครงกังหันน้ำที่มีโครงด้านข้างทั้ง 2 ด้านเป็นรูป 12 เหลี่ยม โดยติดตั้งอยู่บนเหลี่ยมในระยะห่างที่เท่ากัน ที่ศูนย์กลางปลายเพลาทั้ง 2 ข้างของโครงกังหันน้ำมีจุดรองรับการหมุนอยู่ที่ตุ๊กตา ซึ่งติดตั้งอยู่บนตัวทุ่นลอยของแต่ละด้าน โดยมีแหล่งกำเนิดพลังงานโดยการส่งผ่านกำลังพาให้ชุดกังหันน้ำหมุนตักวิดน้ำจากส่วนลึกประมาณ 50-80 ซ.ม. ขึ้นไป แล้วถ่ายเทน้ำลงมาเพื่อเป็นการเติมอากาศให้กับน้ำ

ข้อถือสิทธิ์ (ข้อที่หนึ่ง) 1. เครื่องกลเติมอากาศที่ผิวหน้าช้าแบบทุ่นลอยมีรูปร่างลักษณะที่ประกอบด้วย

- ของตักวิดน้ำจำนวน 6 ซอง ที่มีลักษณะเป็นซองเปิดซึ่งมีพื้นที่หน้าตัดเป็นรูปสี่เหลี่ยมคางหมู ที่พื้นด้านตรงข้ามกับปลายเปิดและผนังด้านข้างที่เล็กกว่าของซองตักวิดน้ำจะเจาะเป็นรูพรุนและมีผนังกั้นแบ่งซองตักวิดน้ำออกเป็น 3 ห้องเท่าๆ กัน

- โครงกังหันน้ำ มีลักษณะเป็นโครงด้านข้างของซองตักวิดน้ำ สองด้านเป็นรูป 12 เหลี่ยม ซึ่งซองตักวิดน้ำทั้ง 6 ซองดังกล่าวยึดติดระหว่างโครงด้านข้างดังกล่าวอย่างมั่นคงในลักษณะที่หันด้านเปิดไปในทิศทางตามเข็มนาฬิกา และด้านข้างที่ใหญ่กว่าของซองตักวิดน้ำรูปสี่เหลี่ยมคางหมูจะอยู่บนเหลี่ยมที่อยู่โดยรอบของโครงด้านข้างทั้งสองดังกล่าว และยึดติดในลักษณะที่เว้นระยะห่างเท่า ๆ กัน ที่ศูนย์กลางของโครงกังหันน้ำดังกล่าว มีแกนโครงที่ยื่นออกไปทางด้านข้างทั้งสองด้าน เพื่อที่จะวางตัวอยู่บนตุ๊กตารองรับเพลาที่อยู่บนโครงรองรับซึ่งติดตั้งอยู่บนทุ่นลอยทั้งสองด้าน และ

- แหล่งกำเนิดพลังงานเพื่อหมุนขับเคลื่อนให้โครงกังหันน้ำ หมุนตามเข็มนาฬิกาผ่านทางชุดส่งและชุดถ่ายทอดกำลังงาน ซึ่งติดตั้งอยู่บนหุ่นลอดดังกล่าว (ข้อถือสิทธิมี 4 ข้อ, 1 หน้า, 6 รูป)
 

 
เอกสารสิทธิบัตรฉบับนี้มีสถานะสุดท้าย : สิ้นอายุสิทธิบัตร/อนุสิทธิบัตร ; วันที่ตามสถานะ : 04 Sep 2556 กล่าวคือ สิ้นอายุการคุ้มครองตามกฎหมายสิทธิบัตรไทย ซึ่งมีอายุคุ้มครอง 20 ปี นับจากวันยื่นคำขอรับสิทธิบัตร (ดูพระราชบัญญัติสิทธิบัตร (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2542 ที่
http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2542/A/022/37.PDF)
ประโยชน์ของระบบสิทธิบัตร
โดยหลักการสากล ระบบสิทธิบัตรได้ออกแบบเพื่อกระตุ้นให้บริษัท เอกชน หน่วยงานภาครัฐ นักประดิษฐ์ นักวิจัย และประชาชน ได้มีกำลังใจการประดิษฐ์คิดค้นสิ่งใหม่ ๆ ที่มีความใหม่ ไม่เคยมีปรากฏมาก่อนทั่วโลก มีขั้นการประดิษฐ์ที่สูงขึ้น และสามารถประยุกต์ใช้ในทางอุตสาหกรรมได้

โดยเป็นระบบที่จูงใจให้ผู้คนแข่งขันกัน ทำการประดิษฐ์คิดค้นสิ่งใหม่ที่จะเป็นประโยชน์แก่พลโลก ประชาชนและสังคม โดยเฉพาะสิ่งใหม่ที่มีศักยภาพเชิงพาณิชย์ เมื่อประดิษฐ์คิดค้นสิ่งใหม่ได้ ก็ให้ยื่นจดทะเบียนสิทธิบัตร โดยเฉพาะการยื่นจดทะเบียนขอการคุ้มครองในประเทศที่จะใช้เป็นแหล่งผลิตสินค้า และ/หรือ ประเทศที่จะเป็นตลาดสำคัญของผลิตภัณฑ์หรือสินค้าจากผลงานการประดิษฐ์นั้น ๆ

โดยในการยื่นจดสิทธิบัตร เพื่อขอการคุ้มครองสิทธิตามกฎหมายสิทธิบัตร ผู้ประดิษฐ์ต้องจัดทำเอกสารคำขอรับสิทธิบัตร เป็นเอกสารสิทธิบัตรที่มีการเปิดเผยรายละเอียดการประดิษฐ์อย่างละเอียด ถึงขั้นที่สามารถตามอย่างได้ ที่เป็นสิ่งใหม่ที่ทำให้เกิดขึ้นจริงได้

การยื่นคำขอรับสิทธิบัตร และจัดทำเอกสารสิทธิบัตรที่มีการเปิดเผยการประดิษฐ์โดยละเอียดนี้ เพื่อแลกกับสิทธิการคุ้มครองแต่ผู้เดียวในการประดิษฐ์เรื่องนั้น ๆ โดยให้การคุ้มครอง 20 ปี นับจากวันยื่นคำขอ ตามถ้อยคำที่ระบุไว้ในข้อถือสิทธิ เมื่อสิทธิบัตรฉบับนั้น ๆ ได้รับจดทะเบียน โดยให้คุ้มครองเฉพาะในประเทศที่รับจดทะเบียนสิทธิบัตรฉบับนั้น ๆ เท่านั้น

ประโยชน์สำคัญของการเปิดเผยการประดิษฐ์โดยละเอียดให้สามารถทำตามอย่างได้นี้ ช่วยให้การพัฒนาเทคโนโลยีทั่วโลกเจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว เพราะไม่ต้องงมคิดค้นวิจัยพัฒนาในเรื่องที่ซ้ำ ๆ กับที่มีคนอื่นเคยคิดไว้ก่อนแล้ว เพียงไปดูว่าในเอกสารสิทธิบัตรนานาชาติ มีใครคิดอะไรดี ๆ ที่เราสนใจไว้แล้วบ้าง แล้วนำมาวิจัยพัฒนาประดิษฐ์ต่อยอดจากงานที่มีปรากฏอยู่ก่อนแล้วที่ทันสมัย การประดิษฐ์ของเราก็จะทันสมัยยิ่งไปกว่าของเดิมที่เรานำมาเป็นฐานในการต่อยอด

เมื่อมีการเขียนเปิดเผยการประดิษฐ์ไว้ในเอกสารสิทธิบัตรอย่างละเอียด เมื่อมีการประกาศโฆษณา คนทั่วโลกก็จะสามารถเข้าไปสืบค้น นำไปทำการทดลอง วิจัย พัฒนาต่อยอดให้ดีกว่าเดิมยิ่ง ๆ ขึ้น การประดิษฐ์ดี ๆ สิ่งประดิษฐ์ดี ๆ ได้มีผู้คนทั่วโลกเข้าไปอ่าน นำไปต่อยอดพัฒนาให้ดียิ่ง ๆ ขึ้น นอกจากจะไม่สูญหายแล้ว ที่สำคัญคือ เร่งให้เกิดการขยายตัวเติบโตพัฒนาอย่างรวดเร็ว ยิ่งมีการแข่งขันทางธุรกิจสูง ยิ่งแข่งขันกันวิจัยพัฒนาต่อยอดจากงานเดิม เทคโนโลยียิ่งเจริญรุดหน้าอย่างรวดเร็วอย่างคาดไม่ถึง

จะเห็นได้ว่าแม้ช่วงเวลาเพียง 2-3 ปี เทคโนโลยีก็เปลี่ยนแปลงไปมากมาย จนเราตามแทบไม่ทัน เช่น โทรศัพท์มือถือก็เปลี่ยนแปลงออกรุ่นใหม่ทุกที มีเทคโนโลยีใหม่เพิ่มขึ้น ประสิทธิภาพของเครื่องสูงขึ้น ราคาเครื่องรุ่นที่เก่ากว่าก็ลดลงอย่างรวดเร็ว

นึกถึงสมัยก่อน คนที่ทำการค้านิยมถ่ายทอดความรู้ สูตร เคล็ดลับการค้าดี ๆ ที่บรรพบุรุษค้นพบเฉพาะลูกหลานในครอบครัว ไม่ยอมถ่ายทอดแก่คนภายนอก มักไม่ค่อยมีการบันทึกเปิดเผยอย่างละเอียด มักสืบทอดต่อกันได้ไม่นาน ไม่กี่รุ่น ความรู้ เคล็ดลับดี ๆ สิ่งดีก็สูญหายไป

การที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ได้ทรงคิดค้นผลงานทางด้านทรัพย์สินทางปัญญาที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศและประชาชนมากมาย จนได้รับพระราชสมัญญานามว่า “พระบิดาแห่งการประดิษฐ์ไทย” นี้ เราคนไทยควรได้เรียนรู้ ศึกษา บทคัดย่อ ข้อถือสิทธิ และรายละเอียดการประดิษฐ์ของพระองค์ท่าน และพัฒนาต่อยอดผลงานประดิษฐ์คิดค้นของพระองค์ท่านให้ก้าวหน้ายิ่ง ๆขึ้น ขยายผลให้เกิดประโยชน์กว้างขวางยิ่ง ๆ ขึ้นไป โดยดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมาย สร้างประโยชน์แก่ประชาชนชาวไทยและสังคมโลกให้ยิ่ง ๆ ขึ้นไป
 
2. สิทธิบัตรการประดิษฐ์เลขที่ 29091 ถวายการรับจดทะเบียนสิทธิบัตรเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2553 เรื่อง “ระบบปรับปรุงคุณภาพน้ำด้วยรางพืชร่วมกับเครื่องกลเติมอากาศ” เป็นการต่อยอดจากสิทธิบัตรก่อนหน้านี้ โดยมีพระราชดำริในการนำต้นพืชบางชนิดที่สามารถดูดซึมสารปนเปื้อนมาเป็นอาหารในการเจริญเติบโตได้ เช่น ต้นกก ต้นเตย ต้นพุทธรักษา เป็นต้น ทำให้สาหร่ายไม่มีอาหารในการเจริญเติบโต

ผลสืบค้นข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เลขที่คำขอ : 1001001099 ; วันที่ขอ : 15 Jul 2553; วันที่รับคำขอ : 15 Jul 2553 ; เลขที่ประกาศ : 102800 ; วันที่ประกาศ : 29 Jul 2553 ; เลขที่สิทธิบัตร : 29091 ; วันที่จดทะเบียน : 09 Nov 2553; สถานะสุดท้าย : แจ้งนำส่งหนังสือสำคัญ ; วันที่ตามสถานะ : 10 Sep 2557 ; IPC/ID F16M

บทสรุปการประดิษฐ์ ระบบปรับปรุงคุณภาพน้ำด้วยรางพืชร่วมกับเครื่องกลเติมอากาศตามการประดิษฐ์นี้เป็นการใช้เครื่องกลเติมอากาศร่วมกับระบบพืช เครื่องกลเติมอากาศจะทำหน้าที่ถ่ายเทออกซิเจนลงในน้ำ ทำให้น้ำมีการไหลหมุนเวียน และอณูของเสียเกิดการแตกตัว ทำให้พืชสามารถดูดซับของเสียได้ดี รางพืชจะดูดซับแร่ธาตุสารอาหารที่ปนมากับน้ำ ความต้องการแร่ธาตุ/สารอาหารเพื่อการเจริญเติบโตของพืชเมื่อทำการสังเคราะห์แสง พืชจะแย่งอาหารจากสาหร่ายชั้นต่ำ สีของน้ำจะค่อย ๆใสขึ้น ความหนาแน่นของต้นพืชจะมีผลต่อการกรองของเสียที่ปนมากับน้ำ จุลินทรีย์ในน้ำจะเกาะรากพืชและหน่อของพืช จะสามารถช่วยย่อยสลายของเสีย โดยกำหนดให้น้ำเสียถูกส่งเข้ารางพืชด้วยระบบแรงโน้มถ่วง หรือสูบน้ำด้วยเครื่องสูบน้ำ และจะต้องมีทางให้น้ำที่ผ่านรางพืชกลับลงสู่แหล่งน้ำเดิม
 
3. สิทธิบัตรการประดิษฐ์เลขที่ 29163 ถวายการรับจดทะเบียนสิทธิบัตรเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2553 เรื่อง “โครงสร้างเครื่องกำเนิดไฟฟ้าพลังงานจลน์” และชุดสำเร็จเครื่องกำเนิดไฟฟ้าพลังงานจลน์ว่า \"อุทกพลวัต\" มีความหมายว่า กังหันผลิตไฟฟ้าด้วยพลังน้ำไหล สิ่งประดิษฐ์นี้ได้นำไปติดตั้งที่บริเวณคลองลัดโพธิ์ ส่งผลให้เมื่อน้ำท่วมใหญ่ในปี 2554 มีผลทำให้น้ำไม่ท่วมในบริเวณนั้น ทั้งที่เกือบทุกปีก่อนหน้านี้น้ำท่วมตลอดมา

ผลสืบค้นข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เลขที่คำขอ : 1001000706 ; วันที่ขอ : 04 May 2553 ; วันที่รับคำขอ : 04 May 2553 ; เลขที่ประกาศ : 103300 ; วันที่ประกาศ : 11 Aug 2553 ; เลขที่สิทธิบัตร : 29163 ; วันที่จดทะเบียน : 19 Nov 2553 ; สถานะสุดท้าย : ยื่นคำขอชำระค่าธรรมเนียมรายปี ; วันที่ตามสถานะ : 30 Jun 2559; IPC/ID F03B 3/00

บทสรุปการประดิษฐ์ โครงสร้างเครื่องกำเนิดไฟฟ้าพลังงานจลน์ ประกอบด้วย โครงติดตั้งอุปกรณ์สำหรับติดตั้งเครื่องกำเนิดไฟฟ้าพลังงานจลน์ ซึ่งประกอบร่วมกับชุดใบพัดที่เปลี่ยนพลังงานจากความเร็วของกระแสน้ำให้เป็นพลังงานกลในการหมุนเพลาที่ต่อเข้ากับชุดเกียร์เพิ่มรอบและเครื่องกำเนิดไฟฟ้าโดยมีข้อต่อเพลาเป็นตัวยึดเข้าด้วยกัน โดยทั้งชุดเกียร์เพิ่มรอบและเครื่องกำเนิดไฟฟ้าถูกประกอบอยู่ภายในห้องติดตั้งเครื่องกำเนิดไฟฟ้ากันน้ำที่สามารถติดตั้งอยู่ใต้น้ำภายใต้ความดันไม่มากกว่า 1.5 บาร์ ชุดใบพัดนี้จะเป็นแบบหมุนรอบแกนการไหลหรือหมุนขวางการไหลอย่างหนึ่งอย่างใด โดยโครงสร้างเครื่องกำเนิดไฟฟ้าพลังงานจลน์ จะติดตั้งไว้ใต้บานประตูระบายน้ำหรือท้ายประตูระบายน้ำ เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า
 
4. สิทธิบัตรการประดิษฐ์เลขที่ 29162 ถวายการรับจดทะเบียนสิทธิบัตรเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2553 เรื่อง เครื่องกำเนิดไฟฟ้าพลังงานจลน์

ผลสืบค้นข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เลขที่คำขอ : 1001000705 ; วันที่ขอ : 04 May 2553; วันที่รับคำขอ : 04 May 2553 ; เลขที่ประกาศ : 103299 ; วันที่ประกาศ : 11 Aug 2553; เลขที่สิทธิบัตร : 29162 ; วันที่จดทะเบียน : 19 Nov 2553; สถานะสุดท้าย : ยื่นคำขอชำระค่าธรรมเนียมรายปี ; วันที่ตามสถานะ : 30 Jun 2559; IPC/ID F03B 13/00

บทสรุปการประดิษฐ์ เครื่องกำเนิดไฟฟ้าพลังงานจลน์ ประกอบด้วย ใบพัดที่เปลี่ยนพลังงานจากความเร็วของกระแสน้ำให้เป็นพลังงานกลในการหมุนเพลาที่ต่อเข้ากับชุดเกียร์เพิ่มรอบและเครื่องกำเนิดไฟฟ้าโดยมีข้อต่อเพลาเป็นตัวยึดเข้าด้วยกัน โดยทั้งชุดเกียร์เพิ่มรอบและเครื่องกำเนิดไฟฟ้าถูกประกอบอยู่ภายในห้องติดตั้งเครื่องกำเนิดไฟฟ้ากันน้ำที่สามารถติดตั้งอยู่ใต้น้ำภายใต้ความดันไม่มากกว่า 1.5 บาร์ ใบพัดนี้จะเป็นแบบหมุนรอบแกนการไหลหรือหมุนขวางการไหลอย่างหนึ่งอย่างใด ที่ซึ่งใบพัดและชุดเกียร์เพิ่มรอบได้รับการออกแบบให้เป็นไปตามความสัมพันธ์ของอัตราส่วนความเร็วปลายใบ {tip speed ratio = (ความเร็วรอบการหมุนของใบพัด x รัศมีของใบพัด)/ความเร็วกระแสน้ำทางเข้า} ซึ่งได้อัตราส่วนความเร็วปลายใบดังนี้ ใบพัดแบบหมุนรอบแกนการไหล = 5 และใบพัดแบบหมุนขวางการไหล = 2.5

“โครงการคลองลัดโพธิ์ จะทำประโยชน์ได้อย่างมหัศจรรย์ มีพลังงานมหาศาล จะใช้พลังงานน้ำที่ระบายผ่านคลอง ทำประโยชน์อย่างอื่นได้หรือไม่”
 
“พระราชกระแสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” กับ “นายวุฒิ สุมิตร” รองราชเลขาธิการ และ “นายสวัสดิ์ วัฒนายากร” องคมนตรี ณ สวนจิตรลดา พระราชวังดุสิต เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2549 จึงเป็นที่มา “โครงการศึกษาวิเคราะห์ศักยภาพของคลองลัดโพธิ์ อันเนื่องมาจากพระราชดำริด้านไฟฟ้าพลังงานน้ำ” โดย “กรมชลประทาน” และ “มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์”

“รศ.ชัยวัฒน์ ขยันการนาวี” อาจารย์ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ หัวหน้าทีมวิจัย ได้อธิบายให้ฟังว่า การนำพลังน้ำที่ระบายผ่านคลองมาใช้ประโยชน์ตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระ เจ้าอยู่หัว ได้นำมาสู่การออกแบบกังหันพลังน้ำต้นแบบที่สอดคล้องกับการบริหารจัดการประตูคลองลัดโพธิ์ ใช้หลักการพลังงานจลน์จากความเร็วของกระแสน้ำไหลมาปั่นกังหัน ซึ่งใช้หลักการเดียวกับกังหันลม และหลักการชลศาสตร์ จนออกแบบเป็นกังหันหมุนตามแนวแกน และกังหันแบบหมุนขวางการไหล
 
5. สิทธิบัตรการประดิษฐ์เลขที่ 22637 ถวายการรับจดทะเบียนสิทธิบัตรเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2550 เรื่อง “กระบวนการปรับปรุงสภาพดินเปรี้ยวเพื่อให้เหมาะแก่การเพาะปลูก (โครงการแกล้งดิน)” โดยใช้วิธีการเลียนแบบธรรมชาติเพื่อแกล้งให้ดินมีสภาพเปรี้ยวจัดก่อน แล้วทำการชะล้างความเปรี้ยวของดิน และทำการปรับสภาพดินให้เหมาะแก่การเพาะปลูกต่อไป

ผลสืบค้นข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เลขที่คำขอ : 0701003066 ; วันที่ขอ : 21 Jun 2550; วันที่รับคำขอ : 21 Jun 2550 ; เลขที่ประกาศ : 85450 ; วันที่ประกาศ : 05 Jul 2550; เลขที่สิทธิบัตร : 22637 ; วันที่จดทะเบียน : 05 Oct 2550; สถานะสุดท้าย : ยื่นคำขอชำระค่าธรรมเนียมรายปี ; วันที่ตามสถานะ : 22 Jul 2559; IPC/ID C04B

บทสรุปการประดิษฐ์ การประดิษฐ์นี้เป็นกระบวนการวิศวกรรมทางด้านเกษตรและทางด้านปฐพีวิทยาประกอบด้วย กระบวนการที่ทำให้ดินที่มีสารประกอบกำมะถัน (สารไพไรท์) ถูกเร่งปฏิกิริยาเคมี โดยทำให้ดินแห้งและเปียกสลับกันจนทำให้ดินเป็นกรดจัดหรือเปรี้ยวจัด ซึ่งกระบวนการนี้เรียกว่า กระบวนการ \"แกล้งดิน\" เมื่อดินเปรี้ยวจนถึงจุดที่พืชเศรษฐกิจสำคัญไม่อาจขึ้นได้ แล้วทำการปรับปรุงสภาพดินเปรี้ยวดังกล่าวให้เหมาะแก่การเพาะปลูก

แกล้งดิน (ที่มา :http://sukphor.com/pages/knowledgeUn1detail2.php?kid=23) เป็นแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เกี่ยวกับการแก้ปัญหาดินเปรี้ยว หรือดินเป็นกรด โดยมีการขังน้ำไว้ในพื้นที่จนกระทั่งเกิดปฏิกิริยาเคมีทำให้ดินเปรี้ยวจัด จนถึงที่สุด แล้วจึงระบายน้ำออกและปรับสภาพฟื้นฟูดินด้วยปูนขาว จนกระทั่งดินมีสภาพดีพอที่จะใช้ในการเพาะปลูกได้

หลังจากที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ เยี่ยมราษฎรในเขตจังหวัดนราธิวาส เมื่อปี พ.ศ. 2524 ทรงพบว่าดินในพื้นที่พรุที่มีการชักน้ำออกเพื่อจะนำที่ดินมาใช้ทำการเกษตรนั้น แปรสภาพเป็นดินเปรี้ยวจัด ทำให้เพาะปลูกไม่ได้ผล จึงมีพระราชดำริให้ส่วนราชการต่าง ๆ พิจารณาหาแนวทางในการปรับปรุงพื้นที่พรุที่มีน้ำแช่ขังตลอดปีให้เกิดประโยชน์ในทางการเกษตรมากที่สุด และให้คำนึงถึงผลกระทบต่อระบบนิเวศด้วย วิธีการแก้ไขปัญหาดินเปรี้ยวจัดตามแนวพระราชดำริ คือควบคุมระดับน้ำใต้ดิน เพื่อป้องกันการเกิดกรดกำมะถัน จึงต้องควบคุมน้ำใต้ดินให้อยู่เหนือชั้นดินเลนที่มีสารไพไรท์อยู่ เพื่อมิให้สารไพไรท์ทำปฏิกิริยากับออกซิเจนหรือถูกออกซิไดซ์
 
6. สิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์เลขที่ 14859 ถวายการรับจดทะเบียนสิทธิบัตรเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2546 เรื่อง “ภาชนะรองรับของเสียที่ขับออกจากร่างกาย” เป็นภาชนะที่ทรงออกแบบไว้เป็นการเฉพาะสำหรับรองรับปัสสาวะของผู้ป่วย

ผลสืบค้นข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เลขที่คำขอ : 0302000097 ; วันที่ขอ : 16 Jan 2546; วันที่รับคำขอ : 16 Jan 2546 ; เลขที่ประกาศ : 55142 ; วันที่ประกาศ : 20 Feb 2546; เลขที่สิทธิบัตร : 14859 ; วันที่จดทะเบียน : 10 Jun 2546; สถานะสุดท้าย : สิ้นอายุสิทธิบัตร/อนุสิทธิบัตร ; วันที่ตามสถานะ : 16 Jan 2556; IPC/ID 24-02

ข้อถือสิทธิ์ ในแบบผลิตภัณฑ์ซึ่งได้แก่รูปร่าง ลักษณะของภาชนะรองรับของเสียที่ขับออกจากร่างกาย ดังมีรายละเอียดตามที่ปรากฏในภาพแสดงแบบผลิตภัณฑ์ที่ได้เสนอมานี้

สิทธิบัตรในพระปรมาภิไธยฉบับนี้ เป็นสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์เลขที่ 14859 โดยพระองค์ทรงออกแบบขณะทรงพระประชวร เป็นภาชนะที่ทรงออกแบบไว้เฉพาะสำหรับรองรับปัสสาวะของผู้ป่วย และราคาประหยัดกว่าอุปกรณ์นำเข้าจากต่างประเทศ
 
7. อนุสิทธิบัตรเลขที่ 841 ถวายการรับจดทะเบียนอนุสิทธิบัตรเมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2545 เรื่อง “การใช้น้ำมันปาล์มกลั่นบริสุทธิ์เป็นน้ำมันหล่อลื่นสำหรับเครื่องยนต์สองจังหวะ” ทดแทนน้ำมันหล่อลื่นที่ได้จากน้ำมันปิโตรเลียม

ผลสืบค้นข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เลขที่คำขอ : 0203000713 ; วันที่ขอ : 23 Aug 2545; วันที่รับคำขอ : 23 Aug 2545 ; เลขที่ประกาศ : 840 ; วันที่ประกาศ : 11 Oct 2545; เลขที่สิทธิบัตร : 841 ; วันที่จดทะเบียน : 11 Oct 2545;สถานะสุดท้าย : ชำระค่าธรรมเนียมคำขอตรวจค้นข้อมูล ; วันที่ตามสถานะ : 28 Dec 2553; IPC/ID C10M105/08

บทสรุปการประดิษฐ์ ได้เปิดเผยการใช้น้ำมันปาล์มกลั่นบริสุทธิ์เป็นน้ำมันหล่อลื่นสำหรับเครื่องยนต์ สองจังหวะ เพื่อเป็นการรักษาสิ่งแวดล้อม และเป็นทางเลือกใหม่ของอนาคตในเรื่องของการใช้วัตถุดิบที่สามารถปลูกทดแทนได้

อนุสิทธิบัตรในพระปรมาภิไธยเลขที่ 841 เป็นการใช้น้ำมันปาล์มกลั่นบริสุทธิ์ทดแทนน้ำมันหล่อลื่นที่ได้จากน้ำมันปิโตรเลียมสำหรับเครื่องยนต์สองจังหวะ เช่น เครื่องรถมอเตอร์ไซค์ และเครื่องสูบน้ำ เป็นต้น
 
8. สิทธิบัตรการประดิษฐ์เลขที่ 16100 ถวายการรับจดทะเบียนสิทธิบัตรเมื่อวันที่ 27 มกราคม 2547 เรื่อง “อุปกรณ์ควบคุมการผลักดันของเหลว” เป็นเครื่องยนต์ที่ขับดันน้ำเพื่อใช้ในการขับเคลื่อนเรือ

ผลสืบค้นข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เลขที่คำขอ : 0201004872 ; วันที่ขอ : 27 Dec 2545; วันที่รับคำขอ : 27 Dec 2545 ; เลขที่ประกาศ : 57529 ; วันที่ประกาศ : 29 Jul 2546; เลขที่สิทธิบัตร : 16100 ; วันที่จดทะเบียน : 27 Jan 2547; สถานะสุดท้าย : แจ้งนำส่งหนังสือสำคัญ ; วันที่ตามสถานะ : 28 Dec 2553; IPC/ID B63H 11/00

บทสรุปการประดิษฐ์ อุปกรณ์ควบคุมการผลักดันของเหลวเป็นอุปกรณ์ที่ติดตั้งเข้ากับท้ายเรือที่ใช้เพื่อการ ผนักดันน้ำให้ขับเคลื่อนเรือ หรือใช้เพื่อการสูบน้ำโดยการต่อเข้ากับท่อผ้าใบหรือท่ออ่อน อุปกรณ์ควบคุมการผลักดันของเหลวประกอบไปด้วย ตัวเรือนหลักที่มีใบพัดติดตั้งอยู่ภายใน ใบพัดที่อยู่ภายในจะดูดน้ำเข้าทางช่องน้ำเข้าและถูกผลักดันออกทางช่องน้ำออก เพื่อเพิ่มประ สิทธิภาพในการผลักดันน้ำ ยังติดตั้งเพิ่มเติมด้วยอุปกรณ์เป่าลมที่ใช้เพื่อเป่าลมผ่านท่อเข้าสู่ภายในตัวเรือนหลักให้ผลักดันน้ำออกทางช่องน้ำออก นอกจากนี้ยังมีลิ้นควบคุมการไหลของน้ำ ติดไว้ที่ช่องน้ำออกที่ใช้เพื่อปิดเปิดช่องน้ำออกให้บังคับการไหลออกของน้ำ

เป็นเครื่องยนต์ที่ขับดันน้ำเพื่อใช้ในการขับเคลื่อนเรือ เรือผลักดันน้ำได้ถูกนำมาใช้เพื่อช่วยบรรเทาความรุนแรงของสถานการณ์น้ำท่วมโดยการผลักดันระบายน้ำในแม่น้ำและคูคลองต่าง ๆในเขตกรุงเทพ ฯ และเขตปริมณฑล ให้ไหลออกสู่ทะเลอย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น ช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วมให้กับประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ
 
9. สิทธิบัตรการประดิษฐ์เลขที่ 13898 ถวายการรับจดทะเบียนสิทธิบัตรเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2545 เรื่อง “การดัดแปรสภาพอากาศเพื่อให้เกิดฝน” (ฝนหลวง) เป็นกรรมวิธีการทำฝนหลวงที่มีการทำฝนทั้งในระดับเมฆอุ่นที่ระดับต่ำกว่า 1 หมื่นฟุต และเมฆเย็นที่ระดับสูงกว่า 1 หมื่นฟุตพร้อม ๆ กัน ซึ่งทรงเรียกว่า “ซูเปอร์แซนด์วิช”

ผลสืบค้นข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เลขที่คำขอ : 0201003177 ; วันที่ขอ : 28 Aug 2545 ; วันที่รับคำขอ : 28 Aug 2545 ; เลขที่ประกาศ : 52830 ; วันที่ประกาศ : 30 Aug 2545 ; เลขที่สิทธิบัตร : 13898 ; วันที่จดทะเบียน : 29 Nov 2545; สถานะสุดท้าย : ยื่นคำขอชำระค่าธรรมเนียมรายปี ; วันที่ตามสถานะ : 18 Aug 2559 ; IPC/ID A01G15/00

บทสรุปการประดิษฐ์ การประดิษฐ์นี้คิดค้นกรรมวิธีการดัดแปรสภาพอากาศให้เกิดเมฆฝนจากเมฆอุ่น ควบคู่กับเมฆเย็นนี้ เพื่อใช้เป็นเทคโนโลยีในการปฏิบัติการหวังผลให้เกิดฝนตกลงสู่พื้นที่เป้าหมาย ที่กำหนด แผ่เป็นบริเวณกว้าง เพิ่มความถี่ของฝน และทวีปริมาณน้ำฝนให้มากยิ่งขึ้นกว่าฝนที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ
 
10. สิทธิบัตรการประดิษฐ์เลขที่ 10764 ถวายการรับจดทะเบียนสิทธิบัตรเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2544 เรื่อง การใช้น้ำมันปาล์มกลั่นบริสุทธิ์เป็นน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องยนต์ดีเซล เป็นการใช้น้ำมันปาล์มกลั่นบริสุทธิ์เป็นเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องยนต์ดีเซลแทนน้ำมันดีเซล

ผลสืบค้นข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เลขที่คำขอ : 0101001364 ; วันที่ขอ : 09 Apr 2544; วันที่รับคำขอ : 09 Apr 2544 ; เลขที่ประกาศ : 44468 ; วันที่ประกาศ : 18 Apr 2544; เลขที่สิทธิบัตร : 10764 ; วันที่จดทะเบียน : 26 Jul 2544; สถานะสุดท้าย : ยื่นคำขอชำระค่าธรรมเนียมรายปี ; วันที่ตามสถานะ : 06 Jun 2559; IPC/ID C10L 1/02

บทสรุปการประดิษฐ์ ได้เปิดเผยการใช้น้ำมันปาล์มบริสุทธิ์เป็นน้ำมันเชื้อเพลิงเครื่องยนต์ดีเซลทุกชนิด ทำให้ควันดำและสารพิษในไอเสียลดลง รักษาสิ่งแวดล้อม เพิ่มกำลังให้กับเครื่องยนต์ ไม่ต้องเปลี่ยนแปลงและดัดแปลงอุปกรณ์ของเครื่องยนต์และระบบส่งน้ำมันเชื้อเพลิง ไม่ต้องติดตั้งกรองและเครื่องกำจัดไอเสีย ผลิตใน ประเทศไทย ช่วยเหลือเกษตรกร ลดการนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงจากต่างประเทศ เป็นทางเลือกใหม่ของอนาคตในเรื่องของพลังงานใหม่ที่สามารถปลูกทดแทนได้

ทรงมีพระราชดำริว่า ในอนาคตอาจเกิดการขาดแคลนน้ำมันและราคาอ้อยอาจตกต่ำ จึงมีพระราชประสงค์ให้ผลิตพลังงานทดแทน โดยได้พระราชทานเงินทุนวิจัยเริ่มต้นเป็นจำนวน 925,500 บาท และได้นำมาผลิตในโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา ในปี 2528 จากนั้นผลงานวิจัยด้านพลังงานทดแทนถูกขยายผลไปสู่ภาคชนบท ในปีเดียวกัน พระองค์มีพระราชดำริให้มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ สร้างโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มที่สหกรณ์นิคมอ่าวลึก จังหวัดกระบี่ เนื่องจากเป็นแหล่งปลูกปาล์มน้ำมันจำนวนมาก และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ขนาดเล็ก ณ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทอง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดนราธิวาส

ต่อมาในปี 2543 กองงานส่วนพระองค์ได้ทำวิจัยพัฒนาและทดลองนำน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ หรือปาล์มดีเซล มาทดลองใช้กับเครื่องยนต์ดีเซลของกองงานส่วนพระองค์ที่วังไกลกังวล จากความสำเร็จดังกล่าว ในหลวงรัชกาลที่ 9 โปรดเกล้าฯ ให้องคมนตรีเป็นผู้แทนพระองค์ยื่นจดสิทธิบัตร “การใช้น้ำมันปาล์มกลั่นบริสุทธิ์เป็นน้ำมันเชื้อเพลิงเครื่องยนต์ดีเซล” เป็นสิทธิบัตรเลขที่ 10764 ซึ่งเป็นนวัตกรรมครั้งแรกของไทย นับจากนั้นเป็นต้นมา หลายหน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และบริษัทผู้ค้าน้ำมัน ได้ร่วมมือกันพัฒนาหน่วยผลิตต้นแบบจนสามารถผลิตได้ในเชิงพาณิชย์
 
11. สิทธิบัตรการประดิษฐ์เลขที่ 10304 ถวายการรับจดทะเบียนสิทธิบัตรเมื่อวันที่ 19 เมษายน 2544 เรื่อง เครื่องกลเติมอากาศแบบอัดอากาศและดูดน้ำ เป็นเครื่องกลเติมอากาศใช้ในการเติมออกซิเจนลงในน้ำที่ระดับลึกลงไปใต้ผิวน้ำจนถึงด้านล่างของแหล่งน้ำ

ผลสืบค้นข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เลขที่คำขอ : 0101000146 ; วันที่ขอ : 16 Jan 2544; วันที่รับคำขอ : 16 Jan 2544 ; เลขที่ประกาศ : 42630 ; วันที่ประกาศ : 19 Jan 2544; เลขที่สิทธิบัตร : 10304 ; วันที่จดทะเบียน : 19 Apr 2544; สถานะสุดท้าย : ยื่นคำขอชำระค่าธรรมเนียมรายปี ; วันที่ตามสถานะ : 22 Jul 2559; IPC/ID F03B 1/00 , C02F 7/00

บทสรุปการประดิษฐ์ เครื่องกลเติมอากาศตามการประดิษฐ์นี้ มีลักษณะที่ประกอบด้วยเครื่องดูดและอัดอากาศ ซึ่งจะอัดอากาศเข้าไปผสมกับน้ำที่ถูกดูดขึ้นมาจากก้นบ่อหรือแหล่งน้ำ ก่อนที่จะถูกฉีดพ่นออกสู่แหล่งน้ำ เพื่อให้มีการเติมอากาศได้ดี เกิดการหมุนเวียนของน้ำที่ได้รับการเติมอากาศแล้ว และเพื่อให้มีการเติมอากาศได้อย่างทั่วถึง สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการปรับปรุงคุณภาพน้ำและการบำบัดน้ำเสียชุมชน

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงตระหนักถึงความรุนแรงของปัญหาน้ำเสียที่เกิดขึ้น และทรงห่วงใยต่อพสกนิกรที่ต้องเผชิญในเรื่องดังกล่าว เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2531 ได้พระราชทานพระราชดำริในการแก้ไขปัญหาน้ำเสีย ด้วยการใช้เครื่องกลเติมอากาศ โดยพระราชทานรูปแบบสิ่งประดิษฐ์ที่เรียบง่าย แต่มีประสิทธิภาพสูงในการบำบัดน้ำเสีย ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในชื่อ \"กังหันน้ำชัยพัฒนา\" และนำมาใช้ปรับปรุงคุณภาพน้ำตามสถานที่ต่าง ๆ ทั่วทุกภูมิภาค

ต่อมาในปี พ.ศ. 2533 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระราชดำริให้มีการจัดสร้างเครื่องกลเติมอากาศแบบ RX-5 โดยพระราชทานภาพลายฝีพระหัตถ์เครื่องกลเติมอากาศทางโทรสารให้กรมชลประทานจัดสร้างเครื่องต้นแบบ 3 รูปแบบ เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2533 คือ

รูปแบบที่ 1 แบบอัดอากาศไปในน้ำ(air pump)

รูปแบบที่ 2 แบบใช้ความเร็วของน้ำดึงอากาศจากภายนอกเข้าผสม (water pump)

รูปแบบที่ 3 นำรูปแบบที่ 1 และที่ 2 ผสมกันโดยแทนที่จะดึงอากาศภายนอกเข้าผสม

ตามรูปแบบที่ 2 แต่ใช้วิธีการอัดอากาศเข้าช่วย (water-air pump)

ผู้ที่สนใจสามารถขอรับเอกสารเผยแพร่เรื่อง \"เครื่องกลเติมอากาศแบบอัดอากาศและดูดน้ำ RX-5C\" ได้ที่สำนักประชาสัมพันธ์ สำนักงานมูลนิธิชัยพัฒนา
แหล่งที่มา : ประชาคมวิจัย    ฉบับที่ : 130    หน้าที่ : 44    จำนวนคนเข้าชม : 467   คน