เมนู



ฉบับพิเศษ

ธันวาคม  2559




เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)

Biodata ฐานข้อมูลนักวิชาการ ประเทศไทย

ห้องสมุดออนไลน์ สกว.

ฝ่ายวิจัยเพื่อท้องถิ่น งานวิจัยท้องถิ่น

โครงการปริญญาเอก คปก.

ร้านหนังสือ สกว.




จำนวนผู้เข้าชม

2344339

รายละเอียด

เศรษฐกิจพอเพียง เคียงการท่องเที่ยว พื้นที่ประวัติศาสตร์ชายแดนใต้
พื้นที่แห่งการเสด็จพระราชดำเนินของในหลวง รัชกาลที่ 9 ระหว่างที่พระองค์ทรงครองราชย์ ไม่เคยมีพื้นที่ไหนในภูมิภาคนี้ที่พระองค์ไม่เคยเสด็จไปเยือน ไม่ว่าจะเป็นดอยสูง ป่าเขา ถิ่นทุรกันดารร้อนแล้ง รวมทั้งพื้นที่สุดชายแดนประเทศไทย สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อจะได้ทรงรับรู้รับทราบและทอดพระเนตรกับพระองค์เองว่า ราษฎรของพระองค์มีความเป็นอย่างไรกันบ้าง

พื้นที่ประวัติศาสตร์อีกแห่งหนึ่งที่ในหลวง รัชกาลที่ 9 เสด็จพระราชดำเนิน และชาวบ้านคนเฒ่าคนแก่ก็ยังจดจำภาพความประทับใจไม่รู้ลืมอีกพื้นที่คือ การเสด็จเยือนวัดชลธาราสิงเห ต.เจ๊ะเห อ.ตากใบ จ.นราธิวาส ถึงสองครั้งติดต่อกันคือ เมื่อปี พ.ศ. 2518 และ ปี พ.ศ. 2519 ในหลวง รัชกาลที่ 9 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พร้อมด้วยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จเยือนวัดชลธาราสิงเห เยี่ยมชมสถาปัตยกรรมที่งดงาม พร้อมกับเสด็จทรงปล่อยกุ้งและทรงปล่อยปลานิล ณ บ่อสาธิตการเลี้ยงปลานิลพระราชทาน อ.ตากใบ จ.นราธิวาส และในกาลต่อมาชาวบ้านเองก็ได้ลุกขึ้นมาทำงานวิจัย ที่ใช้ความรู้นำสู่การพัฒนาพื้นที่ของตัวเอง
 
อำเภอตากใบ เป็นหนึ่งในเขตอำเภอสำคัญที่มีความเชื่อมโยงกับรัฐกลันตันของประเทศมาเลเซีย โดยเงื่อนผูกสัมพันธ์ด้านวิถีวัฒนธรรมชาวสยามในมาเลเซีย และความสำคัญทางด้านประวัติศาสตร์ตามสนธิสัญญาที่ทำกันระหว่างกรุงสยามกับประเทศอังกฤษ โดยมีวัดชลธาราสิงเห เป็นโบราณสถานสำคัญที่รัฐบาลไทยใช้เป็นเหตุผลอ้างอิงในการปักปันเขตแดนในปี พ.ศ. 2441 ที่มีผลทำให้อำเภอตากใบไม่ต้องผนวกเป็นประเทศมาเลเซีย วัดแห่งนี้จึงได้รับสมญานามว่า “วัดพิทักษ์แผ่นดินไทย” มีรูปแบบสถาปัตยกรรมท้องถิ่นและภูมิทัศน์วัฒนธรรมที่โดดเด่น เช่น พระอุโบสถเก่าศิลปะฝีมือแบบไทยปักษ์ใต้ ภาพจิตรกรรมฝาผนังวิถีชีวิตวัฒนธรรมความเป็นอยู่ของคนท้องถิ่นปักษ์ใต้เขียนโดยฝีมือพระภิกษุชาวสงขลา พิพิธภัณฑสถานวัดชลธาราสิงเหบนกุฏิสิทธิสารประดิษฐ์เพื่อเก็บโบราณวัตถุชิ้นสำคัญ เป็นต้น

นอกจากนี้วัดชลธาราสิงเห ยังเป็นศูนย์รวมความศรัทธาในพระพุทธศาสนาของชาวไทยในเขตอำเภอตากใบและอำเภอใกล้เคียงรวมทั้งชาวมาเลเซีย ปัจจุบันวัดชลธาราสิงเห ได้เปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวให้กับผู้ที่สนใจได้เข้ามาศึกษาศิลปะ วัฒนธรรม โดยเฉพาะวัฒนธรรมด้านภาษาของคนในชุมชนที่ใช้ภาษาไทยถิ่นใต้สำเนียงตากใบ หรือภาษาเจ๊ะเห ซึ่งได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ ในปี พ.ศ. 2556

นอกจากศิลปะและวัฒนธรรมน่าสนใจแล้ว ภายในชุมชนท่องเที่ยววัดชลธาราสิงเห ยังมีทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ เนื่องด้วยวัดชลธาราสิงเห ติดต่อกับแม่น้ำตากใบทำให้มีสภาพแวดล้อมและธรรมชาติที่ร่มรื่น มีความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรชายฝั่ง และวิถีชีวิตดั้งเดิมที่น่าสนใจ วัดชลธารสิงเหจึงถือเป็นวัดที่มีความสำคัญและเป็นศูนย์กลางด้านภูมิทัศน์วัฒนธรรมและสถาปัตยกรรมท้องถิ่นที่น่าสนใจ ในแง่ของการอนุรักษ์ฟื้นฟู เพื่อสร้างจิตสำนึกให้คนในท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ และสร้างคุณค่าการใช้ประโยชน์จากการท่องเที่ยว
 
โครงการวิจัยเรื่องแนวทางการพัฒนาศักยภาพการท่องเที่ยวโดยชุมชนบนรากฐานของภูมิทัศน์วัฒนธรรม และสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นของชุมชนวัดชลธาราสิงเห ต.เจ๊ะเห อ.ตากใบ จ.นราธิวาส ที่ดำเนินการโดยทีมวิจัยชาวบ้าน ซึ่งเกิดขึ้นจากการวิเคราะห์ต้นทุนเดิมของพื้นที่ที่มีความน่าสนใจในเรื่องประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ประเพณี อาคารบ้านเรือน สถาปัตยกรรมต่าง ๆ ที่จะนำมาสร้างเป็นมูลค่าทางการท่องเที่ยวเพื่อทำให้เกิดเศรษฐกิจกับชุมชนได้ เพื่อให้ทราบถึง “ของดีบ้านฉัน” บนรากฐานภูมิทัศน์วัฒนธรรม และสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นของชุมชน รวมถึงศักยภาพการพัฒนาด้านการจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชนในอนาคต โดยอาศัยกระบวนการมีส่วนร่วมจากคนในชุมชนได้สร้างองค์ความรู้ และแนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวโดยชุมชนในด้านต่าง ๆ อาทิ

คุณค่าทางสังคมและวัฒนธรรม ชุมชนวัดชลธาราสิงเหเป็นชุมชนที่ประกอบด้วยความหลายทางด้านวัฒนธรรมและเชื้อชาติ มีทั้งชาวไทยพุทธดั้งเดิม ชาวไทยพุทธเชื้อสายจีน และชาวไทยมุสลิม ด้วยความเป็นพหุวัฒนธรรมนี้เองทำให้มีความหลากหลายทั้งในเรื่องของอาหาร ประเพณีวัฒนธรรม ภาษา ที่ผสมผสานกันได้อย่างลงตัวเป็นเอกลักษณ์
 
คุณค่าทางประวัติศาสตร์ ในช่วงสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่มีการปักปันเขตแดนกับอังกฤษ ฝ่ายอังกฤษยอมรับและเลื่อนการปักปันเขตแดนถอยลงไปทางใต้จนถึงลำน้ำโกลก ทำให้อำเภอตากใบ อำเภอแว้ง และอำเภอสุไหงโก-ลก อยู่ในการปกครองของไทยจนถึงปัจจุบัน วัดชลธาราสิงเหจึงได้ชื่อว่า “วัดพิทักษ์แผ่นดินไทย”

คุณค่าด้านสุนทรียภาพ ด้วยลักษณะภูมิประเทศของชุมชนที่มีอาณาเขตติดต่อกับทะเล และมีแม่น้ำไหลผ่านเป็นเส้นแบ่งเขตไทย-มาเลเซีย ทำให้ภายในชุมชนวัดชลธาราสิงเหนี้มีความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติมากมาย เช่น แม่น้ำตากใบที่มีความสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติมากมาย เช่น ป่าชายเลน สัตว์น้ำต่าง ๆ ประกอบกับธรรมชาติที่สวยงามทำให้เหมาะสมต่อการใช้เป็นเส้นทางชมธรรมชาติ ชายหาดเกาะยาว ซึ่งมีหาดทรายขาวสะอาด และมีชุมชนมุสลิมที่ประกอบอาชีพประมงอาศัยอยู่หลายครัวเรือน สะพานคอยร้อยปีที่ทอดยาวจากตลาดตากใบไปสู่เกาะยาว ตลาดชายแดนไทย-มาเลเซียซึ่งเป็นแหล่งจำหน่ายสินค้าพื้นเมือง ข้าวของเครื่องใช้ อาหารและผลไม้

คุณค่าด้านภูมิปัญญาและเทคโนโลยีพื้นบ้าน จากการลงพื้นที่เก็บข้อมูล “ของดีบ้านฉัน” ของทีมวิจัย ทำให้ทราบว่า ชุมชนวัดชลธาราสิงเห ยังมีภูมิปัญญาท้องถิ่นอีกมากมาย ได้แก่ ภูมิปัญญาด้านการรักษาโรค ภูมิปัญญาด้านอาหาร ภูมิปัญญาด้านพืชสมุนไพร ภูมิปัญญาการจักสาน และภูมิปัญญาการสร้างบ้านของผู้คนสมัยอดีตที่สร้างบ้านให้สอดคล้องกับสภาพภูมิศาสตร์ของพื้นที่ซึ่งบ้านเรือนเก่าในชุมชนเหล่านี้ล้วนสะท้อนความเป็นอัตลักษณ์และภูมิปัญญาของผู้คนในอดีตได้เป็นอย่างดี
แหล่งที่มา : ประชาคมวิจัย    ฉบับที่ : 130    หน้าที่ : 24    จำนวนคนเข้าชม : 133   คน