เมนู



ฉบับพิเศษ

ธันวาคม  2559




เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)

Biodata ฐานข้อมูลนักวิชาการ ประเทศไทย

ห้องสมุดออนไลน์ สกว.

ฝ่ายวิจัยเพื่อท้องถิ่น งานวิจัยท้องถิ่น

โครงการปริญญาเอก คปก.

ร้านหนังสือ สกว.




จำนวนผู้เข้าชม

2407570

รายละเอียด

ประวัติศาสตร์ชุมชนนาแวง...สู่การสืบสานปณิธานแห่งความสงบสุขและพลังของท้องถิ่น
ชุมชนบ้านนาแวง ต.นาแวง อ.เขมราฐ จ.อุบลราชธานี เป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ที่คนในชุมชนภาคภูมิใจเป็นอย่างมาก โดยในอดีตเมื่อ 225 ปีมาแล้ว (ประมาณ พ.ศ. 2335) ชุมชนบ้านนาแวงก่อตั้งขึ้นในฐานะเมืองหลวงของโขงเจียม พื้นที่ตั้งหมู่บ้านอยู่ติดริมน้ำโขง มีทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ เศรษฐกิจรุ่งเรืองและวัฒนธรรมเข้มแข็ง ผู้คนมีวิถีชีวิตอิงอาศัยอยู่กับความอุดมสมบูรณ์ของแม่น้ำโขง แต่เมื่อมีการกำหนดขอบเขตพื้นที่การปกครองของประเทศไทยเป็นระบบเขตการปกครองแบบหมู่บ้าน ตำบล อำเภอและจังหวัด พบว่าชุมชนบ้านนาแวงถูกลดความสำคัญจากการเป็นเมืองหลวง เหลือเพียงการเป็นตำบลหนึ่งในอำเภอเขมราฐ ของ จ.อุบลราชธานี เท่านั้น
 
ปัจจุบันสภาพชุมชนเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขงเปลี่ยนไปอย่างมาก ตลิ่งแม่น้ำโขงทรุดพังทลาย พืชธรรมชาติที่เคยเก็บหากินได้ริมตลิ่งหายไป ทำให้ชุมชนไม่สามารถทำเกษตรริมโขงดังเช่นเดิมได้
 
ชุมชนบ้านนาแวงขาดการสืบทอดข้อมูลประวัติศาสตร์ จึงทำให้การบันทึกเรื่องราวความภาคภูมิใจของชุมชนเริ่มเลือนหาย มีเพียงคำบอกเล่าจากผู้เฒ่าผู้แก่ซึ่งข้อมูลคำบอกเล่ามีทั้งที่คล้ายคลึงกันและแตกต่างกัน อีกทั้งระบบนิเวศของแม่น้ำโขงเปลี่ยนแปลงเนื่องจากหลายปัจจัย ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตชุมชนทำให้จิตสำนึกชุมชน วัฒนธรรม ทรัพยากรธรรมชาติและเศรษฐกิจไม่ดีเหมือนในอดีต
 
คนกลุ่มหนึ่งในชุมชนจึงรวมตัวกันเพื่อใช้เครื่องมือ “งานวิจัยเพื่อท้องถิ่น” มาช่วยสร้างกระบวนการเรียนรู้และการปรับตัวของคนในชุมชน ภายใต้โครงการวิจัย “การสืบค้นประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเพื่อการปรับตัวรองรับสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงของชุมชนบ้านนาแวง ตำบลนาแวง อำเภอเขมราฐ จังหวัดอุบลราชธานี” มีกระบวนการศึกษาบริบท ระบบนิเวศ ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น คุณค่าของประวัติศาสตร์ต่อวิถีชีวิตชุมชน สำนึกร่วมของชุมชน สถานการณ์การเปลี่ยนแปลงและการปรับตัวของชุมชนต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในนิเวศแม่น้ำโขง โดยกระบวนการสืบค้นข้อมูลประวัติศาสตร์ท้องถิ่นทำให้คนในชุมชนค้นพบข้อมูลความภาคภูมิใจอันหาที่สุดมิได้ การเก็บข้อมูลประวัติศาสตร์ชุมชน ชาวบ้าน พบว่า...เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ.2518 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 และพระบรมราชินีนารถ พร้อมด้วยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ได้เสด็จโดยเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่งมายังบ้านนาแวง เพื่อให้ขวัญและให้กำลังใจทหารที่ประจำการรักษาความสงบบริเวณชายแดน
 
เนื่องจากในขณะนั้น ประเทศลาวเกิดการเปลี่ยนแปลงการปกครอง(ลาวแตก) จึงเกรงว่าทหารลาวและเวียดนามจะข้ามมารบกับประเทศไทย นอกจากนี้ ยังทรงเสด็จทรงเยี่ยมพสกนิกรชาวบ้านนาแวงและหมู่บ้านใกล้เคียงในเขตอำเภอเขมราฐ โดยราษฎรที่รอรับเสด็จได้นำผ้าทอ เช่น ผ้าฝ้าย ผ้าไหมและผ้าขาวม้ามาปูตามแนวลาดพระบาทที่พระองค์เสด็จ รวมถึงถวายไก่ฟ้า กล้วย และพืชผักที่หาได้ให้กับขบวนเสด็จ ซึ่งระหว่างการเสด็จ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ได้ทรงพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ในการซื้อกระเบื้องปูพื้นโบสถ์ ถวายภัตตาหารเพลแก่เจ้าคณะอำเภอและคณะสงฆ์และทรงประทับที่พลับพลาพระที่นั่งที่ชุมชนจัดทำไว้ในวัดโขงเจียมปุราณวาส
 
นอกจากนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ได้ทรงเห็นว่าชุมชนบ้านนาแวง แม้มีพื้นที่เกษตรขนาดเล็กติดแม่น้ำโขง แต่มีความแห้งแล้งเนื่องจากไม่สามารถสูบน้ำจากแม่น้ำโขงขึ้นมาใช้ในการเกษตรได้ พระองค์จึงมีพระราชดำริให้มีการสร้างเครื่องสูบน้ำด้วยไฟฟ้าเมื่อ พ.ศ. 2527 ขึ้นบริเวณหลังวัดโขงเจียมปุราณวาส เพื่อสูบน้ำจากแม่น้ำโขงให้ชุมชนใช้ในการเกษตร ทำให้ชุมชนบ้านนาแวงสามารถปลูกข้าวได้ปีละ 2 ครั้ง ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
 
หลังจากการสืบค้นข้อมูลประวัติศาสตร์และการค้นพบข้อมูลการเสด็จของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทำให้ทีมวิจัยและชุมชนบ้านนาแวง ซาบซึ้งถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ที่ทรงห่วงใยความเป็นอยู่ของราษฎร ชุมชนบ้านนาแวงจึงร่วมกันสานต่อตามแนวทางที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ได้พระราชทานไว้คือการดูแลรักษาความสงบ รักใคร่สามัคคีมีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันในชุมชน มีการรื้อฟื้นการทอผ้าที่มีในอดีตเพื่อนำมาใช้ในครัวเรือนและขาย จัดตั้งถนนที่พระองค์เสด็จผ่านเป็นถนนสายวัฒนธรรม และจัดประเพณีตักบาตรถนนสายวัฒนธรรมในทุกวันเสาร์เพื่อร่วมทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาตามที่พระองค์เคยทำเป็นตัวอย่าง มีการจัดทำข้อมูลแหล่งเรียนรู้ตามเส้นทางเสด็จของในหลวง รัชกาลที่ 9
 
นอกจากนี้ยังผนวกข้อมูลด้านประวัติศาสตร์ชุมชน โบราณสถาน โบราณวัตถุ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ เข้าเป็นเส้นทางการเรียนรู้สำหรับผู้สนใจภายนอกเพื่อบอกเล่าความภาคภูมิใจที่ชุมชนมี ชุมชนปฏิบัติมาอย่างต่อเนื่อง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและชุมชนร่วมกันดูแลรักษา “เครื่องสูบน้ำตามแนวพระราชดำริ” โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดสรรงบประมาณดูแลเครื่องสูบน้ำครึ่งหนึ่ง ส่วนอีกครึ่งหนึ่งชุมชนเป็นผู้ระดมเงินจากเกษตรกรผู้ใช้น้ำจากเครื่องสูบน้ำและรายได้จากงานบุญบางส่วนที่จัดขึ้นในวัดโขงเจียมปุราณวาส ถือเป็นระบบการบริหารจัดการอย่างมีส่วนร่วมที่แท้จริงของคนในชุมชนและหน่วยงาน และไม่ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงกลุ่มผู้บริหารภายในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมานานกว่า 40 ปี ก็ไม่เคยกระทบต่อการดูแลรักษาเครื่องสูบน้ำดังกล่าว
 
ด้วยเหตุนี้ ชุมชนบ้านนาแวงจึงกลายเป็นแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์และแหล่งเรียนรู้ตามรอยเสด็จของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ซึ่งได้มีทั้งกลุ่มนักศึกษา กลุ่มศึกษาดูงานที่เป็นเครือข่ายการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม หรือผู้ที่มาท่องเที่ยวจากความสนใจข้อมูลประวัติศาสตร์และคุณค่าของชุมชนจากสื่อต่าง ๆ เข้ามาเรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นบ้านนาแวง นอกจากการมีจุดเรียนรู้ที่เป็นสถานที่แล้ว ชุมชนยังมีจุดเรียนรู้ที่เป็นบุคคล ซึ่งเป็นผู้เฒ่าผู้แก่ที่มีความรู้เรื่องราวและเหตุการณ์สำคัญต่าง ๆ ในชุมชน จำนวน 29 คน รวมถึงการนำข้อมูลประวัติศาสตร์ชุมชนบรรจุเข้าในหลักสูตรท้องถิ่นของโรงเรียนบ้านนาแวง ในรายวิชาสังคมศาสตร์ แผนการสอนประวัติศาสตร์ท้องถิ่น รวมทั้งการประยุกต์กับวิชาศิลปะ
 
จะเห็นได้ว่า พลังความจงรักภักดีที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 แม้พระองค์จะทรงเสด็จมายังชุมชนบ้านนาแวงนานกว่า 40 ปีแล้ว แต่การสืบสานปณิธานและสานต่อสิ่งที่พระองค์ทรงพระราชทานให้กับชุมชน จำเป็นต้องมีการบันทึกไว้เป็นลายลักษณ์อักษรและสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่นด้วย “นักวิจัยชุมชน” นั่นเอง เพื่อสร้างความตระหนักและความซาบซึ้งถึงวิถีชีวิตและประวัติศาสตร์ที่มีคุณค่า อันจะเป็นทุนทางสังคมและวัฒนธรรมสำคัญในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงที่กระทบต่อชุมชนต่อไปในอนาคต
แหล่งที่มา : ประชาคมวิจัย    ฉบับที่ : 130    หน้าที่ : 20    จำนวนคนเข้าชม : 172   คน