เมนู



ฉบับพิเศษ

สิงหาคม  2560




เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)

Biodata ฐานข้อมูลนักวิชาการ ประเทศไทย

ห้องสมุดออนไลน์ สกว.

ฝ่ายวิจัยเพื่อท้องถิ่น งานวิจัยท้องถิ่น

โครงการปริญญาเอก คปก.

ร้านหนังสือ สกว.




จำนวนผู้เข้าชม

2484338

รายละเอียด

เม็ดเชื้อเพลิงจากเศษยอดและใบอ้อย
ปัจจุบันประเทศไทยมีปริมาณผลผลิตอ้อย 107.44 ล้านตัน/ปี และมีปริมาณยอดอ้อยและใบอ้อย 31.99 ล้านตัน/ปี คิดเป็นค่าความร้อน 13.17 ล้าน toe ต่อปี เทียบได้กับปริมาณน้ำมันเตา 13,991 ล้านลิตรต่อปี ซึ่งคิดเป็นมูลค่า 306,402 ล้านบาทต่อปี แต่กลับพบว่า กระบวนการตัดอ้อยส่วนใหญ่จะใช้วิธีการเผาไร่อ้อยก่อนการตัดอ้อย ซึ่งทำให้สูญเสียโอกาสในการนำมาใช้เป็นพลังงานทดแทน รวมทั้งยังสร้างปัญหาผลกระทบด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างมาก

แนวทางการแก้ไขปัญหาและสร้างประโยชน์จากชีวมวลจากยอดอ้อยและใบอ้อย คือ การนำมาใช้เป็นพลังงานทดแทนป้อนเข้าสู่ระบบอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง และขณะนี้ได้มีการนำชีวมวลจากยอดและใบอ้อยไปใช้เป็นเชื้อเพลิงโรงไฟฟ้าชีวมวล แต่สามารถรับได้ในปริมาณที่จำกัดเฉพาะช่วงการตัดอ้อยเท่านั้น ไม่สามารถเก็บรักษาในระยะยาวได้ ได้เฉพาะการขนส่งระยะใกล้เพราะต้นทุนค่าขนส่งสูงมาก เนื่องจากยอดและใบอ้อยมีปริมาตรสูง แต่น้ำหนักเบา

ดังนั้น ผศ. วิรัช อยู่ชา สังกัดคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ เป็นหัวหน้าโครงการวิจัย “การผลิตเม็ดเชื้อเพลิงชีวมวลจากเศษยอดและใบอ้อยโดยมีส่วนร่วมของชุมชน” ได้มุ่งเน้นการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนด้วยการผลิตเม็ดเชื้อเพลิงชีวมวลจากยอดและใบอ้อย โดยใช้เครื่องอัดเม็ดชีวมวลแบบเคลื่อนที่ได้เข้าไปในไร่อ้อย ซึ่งจะแก้ปัญหาการเผาไร่อ้อย ลดต้นทุนการขนส่งชีวมวลด้วยการอัดเม็ด และรวบรวมเม็ดเชื้อเพลิงชีวมวลเพื่อป้อนโรงงานอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่องระยะยาว ไม่มีปัญหาด้านการจัดเก็บเม็ดเชื้อเพลิงชีวมวล
 
ผลการวิจัยสามารถสรุปได้ว่าเม็ดเชื้อเพลิงชีวมวลจากยอดและใบอ้อยจะต้องมีมาตรฐานความหนาแน่น >1.0 กิโลกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ความชื้นต่ำ <10% ค่าความร้อนต่อหน่วยสูงประมาณ 16.8 MJ/kg และมีขี้เถ้าประมาณ 6%

ผลการดำเนินโครงการสามารถสร้างแหล่งพลังงานทางเลือกให้แก่อุตสาหกรรม แล้วยังสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่เศษเหลือทิ้งจากการเกษตรได้ โดยโรงงานมีการรับซื้อใบอ้อยราคา 600-800 บาท/ตัน เมื่อผลิตเป็นเม็ดเชื้อเพลิงชีวมวล จะมีราคา 3,000-3,500 บาท/ตัน รวมทั้งนำไปสู่การรวมกลุ่มของเกษตรกรที่ อ.ดอนเจดีย์ จ.สุพรรณบุรี และ อ.บ่อพลอย จ.กาญจนบุรี ในการรวบรวมชีวมวลจากเศษยอดและใบอ้อย เพื่อผลิตเม็ดเชื้อเพลิงชีวมวล ซึ่งสามารถสร้างรายได้ให้เกษตรกรและลดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม
 

แหล่งที่มา : ประชาคมวิจัย    ฉบับที่ : 129    หน้าที่ : 70    จำนวนคนเข้าชม : 421   คน