เมนู



ฉบับพิเศษ

สิงหาคม  2560




เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)

Biodata ฐานข้อมูลนักวิชาการ ประเทศไทย

ห้องสมุดออนไลน์ สกว.

ฝ่ายวิจัยเพื่อท้องถิ่น งานวิจัยท้องถิ่น

โครงการปริญญาเอก คปก.

ร้านหนังสือ สกว.




จำนวนผู้เข้าชม

2435894

รายละเอียด

Trip นี้มีเรื่องเล่า : งานประชุมเชิงปฏิบัติการจีน-ไทย ด้านผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ

 
The 6th China-Thailand Joint Workshop on Natural Products and Drug Discovery หรือ งานประชุมเชิงปฏิบัติการจีน-ไทย การวิจัยด้านผลิตภัณฑ์ธรรมชาติเพื่อนำไปสู่การพัฒนายา ครั้งที่ 6 ซึ่งการจัดงานในครั้งนี้ได้การสนับสนุนจากฝ่ายวิชาการ สกว. และ National Natural Science Foundation of China (NSFC) ณ โรงแรม อ่าวนาง คลิฟบีช รีสอร์ท จ.กระบี่ ระหว่างวันที่ 16-20 ตุลาคม พ.ศ.2559 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความร่วมมือทางวิชาการด้านสมุนไพรและผลิตภัณฑ์ธรรมชาติระหว่างประเทศไทย และประเทศจีน อีกทั้งยังเปิดโอกาสให้นักวิจัยไทยและจีนได้นำเสนอผลงานวิจัย แลกเปลี่ยนความรู้ และสร้างความร่วมมือด้านการวิจัยในโจทย์วิจัยที่มีความสนใจร่วมกัน โดยการจัดประชุมในครั้งนี้ได้มีนักวิจัยไทยและจีน ผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ สกว. ตลอดจนผู้ทรงคุณวุฒิ เข้าร่วมงาน จำนวน 99 คน
 
โดยก่อนเปิดงานประชุม ศ.นพ.สุทธิพันธ์ จิตพิมลมาศ ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ได้กล่าวถวายอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และเชิญชวนให้ผู้เข้าร่วมงานลุกขึ้นยืนเพื่อไว้อาลัยเป็นเวลา 1 นาที และต่อจากนั้น ผู้อำนวยการ สกว. ได้กล่าวว่าตั้งแต่ฝ่ายวิชาการ สกว. และ NSFC ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือตั้งแต่ปี 2551 และจัดให้มีการประชุมทางวิชาการอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด โดยสลับกันเป็นเจ้าภาพระหว่างสองหน่วยงาน ซึ่งจากกิจกรรมดังกล่าวก่อให้เกิดการสร้างความร่วมมือทางด้านวิชาการอันดีระหว่างสองประเทศให้มีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น รวมถึงในอนาคตมีแนวโน้มในการขยายความร่วมมือไปยังโจทย์วิจัยด้านอื่นที่เป็นความต้องการของประเทศตามนโยบายและยุทธศาสตร์ของชาติ
 

 
โดยงานประชุมครั้งนี้ได้เปิดโอกาสให้นักวิจัยจากทั้งสองประเทศได้นำเสนอผลงานวิจัย โดยเป็นการนำเสนอผลงานแบบโปสเตอร์ จำนวน 33 เรื่อง ซึ่งเป็นผลงานจากนักวิจัยไทย จำนวน 29 เรื่อง และนักวิจัยจีน จำนวน 4 เรื่อง และการนำเสนอผลงานแบบบรรยาย จำนวน 26 เรื่อง ซึ่งเป็นผลงานของนักวิจัยไทย 10 เรื่อง และนักวิจัยจีน 16 เรื่อง โดยงานวิจัยที่นักวิจัยทั้งไทยและจีนได้นำเสนอนั้นเป็นงานวิจัยที่ครอบคลุมเนื้อหาใน 4 สาขาย่อย ดังนี้ 1) Isolation and Structure Elucidation of Bioactive Natural Products 2) Structural Modifications of Lead Compounds 3) Computational Chemistry 4) Total Synthesis of Bioactive Natural Products ซึ่งหากเปรียบเทียบความเข้มแข็งและความก้าวหน้าทางวิชาการระหว่างสองประเทศแล้ว งานวิจัยทางด้าน Isolation and Structure Elucidation of Bioactive Natural Products ของประเทศไทยไม่ได้ด้อยไปกว่างานวิจัยของประเทศจีน แต่ด้วยข้อจำกัดทางด้านกำลังคน หรือนักวิจัยที่ทำงานทางด้านเคมีสังเคราะห์ในประเทศไทยมีค่อนข้างน้อย จึงทำให้งานวิจัยทางด้าน Total Synthesis, Biosynthesis, Target Identification, Mechanism of Action และ Preclinical and Clinical Trails ยังเป็นรองประเทศจีนอยู่ ประกอบกับนักวิจัยจีนมีการเรียนรู้และความเข้าใจทางด้านชีววิทยา และเภสัชวิทยาที่ลึกซึ้งจึงทำให้กรอบการทำงานวิจัยมีความกว้างขวางและลึกล้ำกว่า
 

 
นอกจากนี้หากมองไปถึงการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ทางด้านเภสัชกรรม และทางการแพทย์จากสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพ เช่น ฤทธิ์ในการยับยั้งการอักเสบ, ฤทธิ์ในการยับยั้งเซลล์มะเร็ง, ฤทธิ์ยับยั้งโรคหลอดเลือด, ฤทธิ์ยับยั้งโรคความผิดปกติของระบบประสาท และฤทธิ์ยับยั้งโรคที่เกิดความผิดปกติทางตา เป็นต้น พบว่า งานวิจัยจากนักวิจัยจีนส่วนใหญ่จะมีความสนใจศึกษาผลิตภัณฑ์ธรรมชาติที่มีฤทธิ์ในการต้านโรคอัลไซเมอร์, โรคพาร์กินสัน และโรคมะเร็ง ส่วนนักวิจัยไทยมักจะมีความสนใจศึกษาเกี่ยวกับโรคที่เกี่ยวข้องกับความเสื่อม และโรคมะเร็ง รวมไปถึงโรคเกี่ยวกับลำไส้ และระบบทางเดินอาหาร เนื่องจากในปัจจุบันประเทศไทยกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ซึ่งคาดว่าในปี 2025 ประเทศไทยจะมีผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้นร้อยละ 19.8 และเพิ่มเป็นร้อยละ 30 ในปี 2025 ดังนั้นการพัฒนายารักษาโรคที่เกี่ยวข้องกับความชราภาพเพื่อลดค่าใช้จ่ายในการรักษาจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง
 
และในช่วงท้ายของการประชุม ศ.ดร.สุภา หารหนองบัว และ Prof. Dr. Zhu-Jun Yao ได้กล่าวสรุปถึงผลที่ได้จากงานประชุมเชิงปฏิบัติการจีน-ไทย ด้านผลิตภัณฑ์ธรรมชาติและสมุนไพรเพื่อนำไปสู่การพัฒนายา ตั้งแต่ครั้งที่ 1 เมื่อปี พ.ศ. 2551 ณ เมืองเฉินตู ประเทศจีน จนเกิดชุดโครงการวิจัยพื้นฐานเชิงยุทธศาสตร์ เรื่อง “สมุนไพร ยารักษาโรค และสารเสริมสุขภาพ” ขึ้นในปี พ.ศ. 2552 และจากความร่วมมือทางด้านวิชาการอันดีระหว่างประเทศไทย และประเทศจีน โดยได้รับการสนับสนุนจากฝ่ายวิชาการ สกว. และ NSFC ที่ดีมาโดยตลอดจึงก่อให้เกิดการจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการในครั้งที่ 6 นี้ โดยตลอดงานประชุมทำให้เกิดการเรียนรู้ซึ่งกันและกันมากมาย แต่สิ่งที่สำคัญนั่นคือการสร้างนักวิจัยรุ่นใหม่ผ่านการเรียนรู้ และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ทางด้านการวิจัยจากนักวิจัยชั้นนำทางด้าน Drug discovery research ของทั้งสองประเทศ ตลอดจนการให้ความช่วยเหลือทางด้านเครื่องมือจนนำไปสู่การสร้างทีมวิจัยและผลงานที่มีศักยภาพสูงในการตีพิมพ์ในวารสารและการจดสิทธิบัตรงานวิจัยด้านผลิตภัณฑ์ธรรมชาติอีกด้วย โดยในอนาคตทาง สกว. มีแนวทางที่จะสนับสนุนงานวิจัยทางด้าน Total synthesis และ Biosynthesis ของผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ และการรวบรวมคลังสารเคมีจากผลิตภัณฑ์ธรรมชาติเพื่อทำให้เกิดการค้นคว้าข้อมูลที่เป็นระบบยิ่งขึ้น และผลิตนักวิจัยรุ่นใหม่ให้ก้าวทันเทคโนโลยีที่ทันสมัยเพื่อนำไปสู่การพัฒนายาที่ประเทศไทยยังมีความอ่อนแออยู่ให้มากขึ้นโดยใช้รูปแบบในการให้บ่มเพาะในห้องปฏิบัติการที่เกี่ยวข้องต่อไป
 
จากข้อสังเกตุของผู้เขียนที่ได้เข้าร่วมงานประชุมในครั้งนี้ นอกจากจะมีประโยชน์ต่องานวิจัยทางด้านผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ และสมุนไพรแล้ว เรายังได้พบมิตรภาพ การแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมที่ดี เปี่ยมไปด้วยไมตรีจิต และการให้เกียรติซึ่งกันและกัน อีกทั้งยังเป็นการเปลี่ยนโอกาสให้นักวิจัยรุ่นใหม่ได้พบปะกับนักวิจัยชั้นนำที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Natural Products and Drug Discovery ของทั้งสองประเทศในบรรยากาศที่เป็นกันเอง รับฟังข้อเสนอแนะ และข้อคิดเห็นซึ่งกันและกัน เพื่อร่วมกันผลักดันผลงานวิจัยให้เกิดการนำไปใช้ประโยชน์อย่างแท้จริง ซึ่งไม่แน่ว่าในอนาคตเราอาจได้พบยารักษาโรคใหม่ ๆ ที่เกิดมาจากนักวิจัยกลุ่มนี้ก็เป็นไปได้
 

แหล่งที่มา : ประชาคมวิจัย    ฉบับที่ : 129    หน้าที่ : 52    จำนวนคนเข้าชม : 126   คน