เมนู



ฉบับพิเศษ

สิงหาคม  2560




เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)

Biodata ฐานข้อมูลนักวิชาการ ประเทศไทย

ห้องสมุดออนไลน์ สกว.

ฝ่ายวิจัยเพื่อท้องถิ่น งานวิจัยท้องถิ่น

โครงการปริญญาเอก คปก.

ร้านหนังสือ สกว.




จำนวนผู้เข้าชม

2435893

รายละเอียด

“เทือกเขาหลวง” ต้นแบบไฟฟ้าพลังน้ำเพื่อชุมชน
ผศ.พยอม รัตนมณี
ภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
Payom.r@psu.ac.th

พลังงานน้ำ จัดเป็นพลังงานหมุนเวียนสะอาดที่เหมาะสำหรับนำมาพัฒนาเป็นพลังงานทดแทนในพื้นที่ภาคใต้ เนื่องจากภาคใต้มีฝนตกชุก มีเทือกเขาและป่าต้นน้ำที่สำคัญหลายแห่งช่วยดูดซับน้ำไว้ ทำให้มีน้ำท่าอุดมสมบูรณ์เกือบตลอดทั้งปี ประกอบกับลักษณะภูมิประเทศของเทือกเขาในพื้นที่ภาคใต้มีความลาดชันสูง เหมาะสำหรับนำพลังงานน้ำมาพัฒนาเป็นพลังงานทดแทนเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากมีศักย์น้ำสูง สามารถผลิตพลังงานไฟฟ้าได้มาก
 
แต่ในปัจจุบันการสร้างโรงไฟฟ้าพลังน้ำขนาดใหญ่แทบไม่มีโอกาสเป็นไปได้ เนื่องจากมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและมีการต่อต้านเกิดขึ้นอย่างกว้างขวาง ดังนั้นทางเลือกในการนำพลังงานน้ำซึ่งเป็นพลังงานสะอาด ราคาถูก ต้นทุนต่ำมาใช้เป็นพลังงานทดแทน แนวทางที่เหมาะสมและเป็นไปได้คือ การนำมาพัฒนาเป็นโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำขนาดเล็ก เนื่องจากมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยมาก สามารถนำมาเป็นเป็นพลังงานไฟฟ้าที่ใช้สำหรับชุมชนที่อาศัยอยู่โดยรอบเทือกเขา ซึ่งบางหมู่บ้านยังไม่มีไฟฟ้าใช้ หรือมีไฟฟ้าใช้แต่เป็นไฟฟ้าปลายสาย แรงดันต่ำ เกิดปัญหาไฟฟ้าดับบ่อย ดังนั้น จึงเหมาะสมเป็นอย่างยิ่งที่จะนำพลังงานน้ำมาพัฒนาเป็นพลังงานทดแทนสำหรับชุมชนที่อาศัยอยู่โดยรอบเทือกเขาต่าง ๆ ของพื้นที่ภาคใต้ เพื่อเป็นการแก้ปัญหาการขาดแคลนพลังงานของประเทศในอนาคต
องค์ประกอบของโรงไฟฟ้าพลังน้ำขนาดเล็ก

 
เทือกเขาหลวงเป็น 1 ใน 5 ของเทือกเขาที่สำคัญของภาคใต้ ครอบคลุมพื้นที่ 12 อำเภอของจังหวัดนครศรีธรรมราช และ 3 อำเภอของจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นแหล่งต้นน้ำที่สำคัญสำหรับหล่อเลี้ยงประชากรบริเวณตอนกลางของพื้นที่ภาคใต้ เป็นที่ตั้งของอุทยานแห่งชาติจำนวน 5 แห่ง คือ (1) อุทยานแห่งชาติน้ำตกสี่ขีด (2) อุทยานแห่งชาติเขานัน (3) อุทยานแห่งชาติเขาหลวง (4) อุทยานแห่งชาติใต้ร่มเย็น (5) อุทยานแห่งชาติน้ำตกโยง และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าจำนวน 1 แห่ง คือเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่ากะทูน โดยมีหมู่บ้านที่อาศัยอยู่โดยรอบเทือกเขาหลวงประมาณ 200 หมู่บ้าน
 
จากการประเมินศักยภาพของพื้นที่รับน้ำ (catchment) โดยรอบพื้นที่เทือกเขาหลวง โดยใช้ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (Geographic Information System: GIS) และแบบจำลองน้ำฝนน้ำท่า (Rainfall-Runoff Model) พบว่ามีพื้นที่รับน้ำขนาด 3 ตารางกิโลเมตรขึ้นไปที่มีน้ำท่าอุดมสมบูรณ์เกือบตลอดทั้งปี มีศักย์น้ำสูง สามารถนำมาสร้างโรงไฟฟ้าพลังน้ำขนาดเล็กได้ถึง 95 แห่ง กำลังการผลิตรวม 15,550 กิโลวัตต์ โดยพื้นที่เหล่านี้กระจายอยู่รอบเทือกเขาหลวงในเขตจังหวัดนครศรีธรรมราชจำนวน 80 แห่ง (ได้แก่ อำเภอนบพิตำ 17 แห่ง อำเภอสิชล 12 แห่ง อำเภอลานสกา 11 แห่ง อำเภอพิปูน 11 แห่ง อำเภอทุ่งสง 8 แห่ง อำเภอฉวาง 6 แห่ง อำเภอช้างกลาง 5 แห่ง อำเภอพรหมคีรี 4 แห่ง อำเภอร่อนพิบูลย์ 3 แห่ง อำเภอท่าศาลา 1 แห่ง อำเภอนาบอน 1 แห่ง และอำเภอเมือง 1 แห่ง) และอยู่ในเขตจังหวัดสุราษฎร์ธานี 15 แห่ง (ได้แก่ อำเภอบ้านนาสาร 7 แห่ง อำเภอกาญจนดิษฐ์ 5 แห่ง และอำเภอเวียงสระ 3 แห่ง)

จากโรงไฟฟ้าพลังน้ำขนาดเล็กทั้งหมด 95 แห่ง จัดเป็นโรงไฟฟ้าฯ ที่ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติทั้งหมด (ทั้งตัวโครงสร้างฝาย ท่อและโรงไฟฟ้า) มีจำนวน 24 แห่ง และโรงไฟฟ้าฯ ที่อยู่นอกเขตอุทยานแห่งชาติทั้งหมด (ทั้งตัวโครงสร้างฝาย ท่อและโรงไฟฟ้า) มีจำนวน 21 แห่ง ส่วนโรงไฟฟ้าฯ ที่มีตัวโครงสร้างฝายและท่ออยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติและตัวโรงไฟฟ้าอยู่นอกเขตอุทยานแห่งชาติมีจำนวน 50 แห่ง ซึ่งโรงไฟฟ้าฯ ที่มีตัวโครงสร้างติดเขตอุทยานแห่งชาตินั้น ตามกฎหมายจะต้องขออนุญาตจากอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ซึ่งจะสามารถอนุญาตให้ก่อสร้างได้โดยต้องมีอุทยานฯ ร่วมเป็นเจ้าของโครงการ
 แสดงพื้นที่ที่มีศักยภาพสำหรับสร้างโรงไฟฟ้าพลังน้ำขนาดเล็ก 95 แห่ง กระจายรอบเทือกเขาหลวง

 
ทีมวิจัยได้พัฒนาแนวคิด “กลไกการผลิตไฟฟ้าพลังน้ำขนาดเล็กเพื่อชุมชนแบบยั่งยืน” ซึ่งจะขยายผลสู่ชุมชนโดยรอบเทือกเขาหลวง ภายใต้แนวคิดนี้ชุมชนที่อยู่โดยรอบป่าเทือกเขาหลวงจะต้องเป็นแกนกลางในการร่วมมือกันรักษาป่าต้นน้ำกับอุทยานฯ อย่างเข้มแข็ง เพื่อให้มีป่าต้นน้ำที่สมบูรณ์ ป่าที่สมบูรณ์จะให้น้ำท่าที่ดี เมื่อน้ำท่าดี สามารถนำมาผลิตไฟฟ้าขายได้ เงินที่ได้จากการขายไฟฟ้าบริหารจัดการโดยวิสาหกิจชุมชน และกำไรส่วนหนึ่งจะต้องแบ่งไปใช้ในกองทุนเพื่ออนุรักษ์/ฟื้นฟู ป่าต้นน้ำต่อไป ซึ่งหากนำแนวคิดนี้ไปขยายผลในทางปฏิบัติได้สำเร็จ สามารถแก้ปัญหาในลุ่มน้ำรอบเทือกเขาหลวงได้ทั้งปัญหาป่าไม้ถูกทำลาย ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ภัยพิบัติ แผ่นดินถล่ม น้ำท่วม ภัยแล้ง การขาดแคลนพลังงาน และปัญหาสภาวะโลกร้อน
กลไกการผลิตไฟฟ้าพลังน้ำขนาดเล็กเพื่อชุมชนแบบยั่งยืน

 
การขับเคลื่อนเพื่อให้เกิดโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำขนาดเล็กของชุมชนโดยรอบเทือกเขาหลวง ภายใต้แนวคิดดังกล่าว ทีมวิจัยได้ถ่ายทอดแนวคิดผ่านการประชุมภาคีเครือข่ายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องซึ่งประกอบด้วย อุทยานแห่งชาติ (5 แห่ง) และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า (1 แห่ง) ชุมชน ผู้นำชุมชน/องค์กรชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นโดยรอบเทือกเขาหลวง รวมทั้งส่วนราชการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น พลังงานจังหวัด สำนักงานจังหวัด ฯลฯ โดยได้จัดประชุมภาคีเครือข่ายร่วมกันภายใต้โครงการวิจัย จำนวน 6 ครั้ง และได้มีการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการ “การสำรวจศึกษา สำรวจความเหมาะสมของแหล่งน้ำเพื่อพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังน้ำขนาดเล็ก” ผ่านภาคีเครือข่ายจำนวน 1 ครั้ง และประชาสัมพันธ์โครงการผ่านสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย จ.นครศรีธรรมราช อย่างต่อเนื่องตลอดโครงการ ซึ่งได้รับผลการตอบรับเชิงบวกจากภาคีเครือข่ายต่าง ๆ เป็นอย่างดี มีความเข้าใจแนวคิดของ“กลไกการผลิตไฟฟ้าพลังน้ำขนาดเล็กเพื่อชุมชนแบบยั่งยืน” มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอุทยานแห่งชาติและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าบริเวณเทือกเขาหลวง ต่างก็ยินดีสนับสนุนโครงการให้เกิดขึ้นจริง เนื่องจากปัจจุบันยังประสบปัญหาเรื่องการใช้ไฟฟ้าเช่นเดียวกัน แต่ส่วนใหญ่ยังติดปัญหาเรื่องแหล่งทุนในการจัดทำโครงการ
 
ทีมวิจัยได้เสนอแนวคิด “กองทุนสนับสนุนโรงไฟฟ้าพลังน้ำชุมชน” โดยแหล่งทุนมาจาก 3 แหล่งหลัก ๆ ได้แก่ (1) ทุนของรัฐบาลจากกระทรวงต่าง ๆ เช่น กระทรวงพลังงาน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ฯลฯ (2) ทุนจากบริษัทเอกชน ผ่านกองทุนรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร (Corporate Social Responsibility : CSR) (3) กองทุนของชุมชนเอง เพื่อให้ชุมชนได้มีส่วนร่วมและเป็นเจ้าของร่วมกัน และภายใต้โครงการวิจัยนี้ทีมวิจัยได้คัดเลือกชุมชนที่มีศักยภาพไฟฟ้าพลังน้ำสูง มีความพร้อมในเรื่องความเข้มแข็งของชุมชน และมีความพร้อมของผู้บริหาร (นายกองค์การบริหารส่วนตำบล) เพื่อจัดทำเป็นโรงไฟฟ้าชุมชนต้นแบบ คือ โครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำชุมชนร่อนพิบูลย์ บริเวณน้ำตกแม่เศรษฐี (ทำนบ2) บ้านหนองเป็ด ต.ร่อนพิบูลย์ อ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งโครงการได้ผ่านการประชุมประชาคมระดับตำบล และได้มีการออกแบบแปลนพิมพ์เขียวพร้อมที่จะดำเนินการก่อสร้างต่อไป แต่ปัจจุบันยังติดขัดปัญหาเรื่องงบประมาณในการก่อสร้าง

บทเรียนจากการขับเคลื่อนโรงไฟฟ้าพลังน้ำชุมชนบริเวณรอบเทือกเขาหลวงนั้น พบว่าชุมชนและหน่วยงานท้องถิ่นส่วนใหญ่มีความเข้าใจและมีความพร้อมในการสนับสนุนโครงการ โดยพร้อมที่จะสมทบเป็นเงินสนับสนุนจากกองทุนชุมชน แต่ติดขัดในเรื่องงบประมาณสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งการที่จะให้โครงการนี้เกิดขึ้นได้อย่างเป็นรูปธรรมนั้น หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงพลังงาน จะต้องปฏิบัติตามนโยบายที่ประกาศไว้อย่างจริงจัง อาทิ นโยบายการตั้งเป้าหมายให้มีการใช้พลังงานทดแทนจำนวน 25 % ของพลังงานหลักในปี พ.ศ. 2564 โดยมีสัดส่วนของโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำขนาดเล็กจำนวน 324 เมกะวัตต์ เป็นต้น
 

แหล่งที่มา : ประชาคมวิจัย    ฉบับที่ : 129    หน้าที่ : 06    จำนวนคนเข้าชม : 248   คน