เมนู



ฉบับพิเศษ

ธันวาคม  2559




เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)

Biodata ฐานข้อมูลนักวิชาการ ประเทศไทย

ห้องสมุดออนไลน์ สกว.

ฝ่ายวิจัยเพื่อท้องถิ่น งานวิจัยท้องถิ่น

โครงการปริญญาเอก คปก.

ร้านหนังสือ สกว.




จำนวนผู้เข้าชม

2284284

รายละเอียด

คลังความรู้โลกจากเอกสารสิทธิบัตรนานาชาติ (68) : ข้อเสนอการขับเคลื่อนนโยบายวิจัยและนวัตกรรรมแห่งชาติ ด้วยการวิจัยต่อยอดสิทธิบัตร สร้างทรัพย์สินทางปัญญา และนวัตกรรม
ปราโมทย์ ธรรมรัตน์
สถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
ifrpmt@yahoo.com; www.toryod.info

“เสนอแนวทางการขับเคลื่อน สภานโยบายการวิจัยและนวัตกรรรมแห่งชาติ วางเป้าหมาย ยกระดับฐานความรู้ด้านการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมของประเทศแบบก้าวกระโดด ด้วย ”นโยบายวิจัยต่อยอดสิทธิบัตร สร้างทรัพย์สินทางปัญญา และนวัตกรรม” มุ่งเป้าสนับสนุนงานวิจัยที่สามารถสร้างทรัพย์สินทางปัญญาที่มีศักยภาพเชิงพาณิชย์สูง และนวัตกรรม โดยให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการงานวิจัยระดับต้นน้ำให้มีการต่อยอดเทคโนโลยีที่ทันสมัย ไม่ซ้ำซ้อนงานที่มีปรากฏอยู่ก่อนแล้ว”
 
เสนอให้จัดงบประมาณราว 20-35% ของงบประมาณวิจัย สนับสนุนทุนวิจัยสำหรับกระบวนการในระดับต้นน้ำ ก่อนการดำเนินโครงการวิจัยระดับกลางน้ำ เพื่อให้งานวิจัยไม่ซ้ำซ้อนกับงานที่มีปรากฎอยู่ก่อนแล้ว มีความทันสมัย มีการใช้เครื่องมือวิจัยสมัยใหม่ เช่น patent mapping software (http://nstda.or.th/nstda-r-and-d/17074-patent-mapping ; และ Patent Intelligence (https://www.jpo.go.jp/torikumiUn1e/ibentoUn1e/program/img/training/5Un1CS%20Procedure%20to%20make%20patent%20statistics%20CS%2020141113a.pdf ) รวมไปถึงการบริหารจัดการระดับปลายน้ำ ที่เน้นให้สามารถยื่นจดสิทธิบัตร อนุสิทธิบัตร สร้างทรัพย์สินทางปัญญา และนวัตกรรม

และเสนอให้มีการจัดตั้งหน่วยงานดูแลรับผิดชอบ สนับสนุน ส่งเสริม ให้ทุนอุดหนุนการวิจัย สำหรับกระบวนการวิจัยระดับต้นน้ำ และการสร้างทรัพย์สินทางปัญญาและนวัตกรรมในระดับปลายน้ำ

ลักษณะการดำเนินงาน เป็นหน่วยงานสนับสนุน ส่งเสริม ประสานงานกับหน่วยงาน และประสานงานโครงการเพื่อจัดทำแผนวิจัย จัดทำโครงการวิจัยที่มีผลกระทบต่อการพัฒนานวัตกรรมสูง
มีการประสานงานกับภาคเอกชน แหล่งทุน องค์กรวิจัย สถาบันวิจัย สถาบันการศึกษา ประสานงานกับผู้บริหารองค์กร ประสานงานกับผู้เชี่ยวชาญ การสนับสนุนผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง มีผู้ประสานงานเฉพาะทางทั้งในส่วนกลาง และในศูนย์เครือข่ายเฉพาะทาง สนับสนุนให้จัดตั้งขึ้นในหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง

โดยมีภารกิจที่เกี่ยวข้องกับ

:- การจัดทำ แผนวิจัย และข้อเสนอโครงการวิจัย ที่มีการต่อยอดเทคโนโลยีทันสิทธิบัตรจากนานาชาติ มีประเด็นการประดิษฐ์ และ/หรือ มีโอกาสสร้างทรัพย์สินทางปัญญาที่มีศักยภาพเชิงพาณิชย์สูง

:- การสนับสนุน ส่งเสริม ตลอดจนการให้บริการ การสืบค้นสิทธิบัตร การวิเคราะห์สิทธิบัตร วิเคราะห์ข้อถือสิทธิ

:- การจัดทำแผนที่นำทาง road map วิจัยที่ทันสมัย ได้ทิศทางสำหรับการวางแผนงานวิจัยที่แข่งขันได้ (ดูตัวอย่างจากบทความเรื่อง แผนที่สิทธิบัตรข้าว ยุทธศาสตร์ และทิศทางการวิจัยต่อยอดองค์ความรู้ข้าว จากเอกสารสิทธิบัตรนานาชาติ ที่http://rescom.trf.or.th/display/keydefault.aspx?idUn1colum=2915

:- มีส่วนงานที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการเชิงลึกด้านต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับ Patent Research ; Patent Policy ;Patent Intelligence ; Patent Software ; Intellectual Property Software ทั้งที่เป็น facility ส่วนกลางที่อยู่ในสังกัด“สภานโยบายการวิจัยและนวัตกรรรมแห่งชาติ” และที่เป็นศูนย์เครือข่ายเฉพาะทาง ซึ่งสนับสนุนให้จัดตั้งขึ้นใน แหล่งทุน องค์กรวิจัย สถาบันการศึกษาที่มีความพร้อมเฉพาะทาง

:- มีการวางระบบพี่เลี้ยงวิจัยและนวัตกรรม (mentoring) มีแผนงาน/โครงการ สนับสนุนพี่เลี้ยงวิจัยและนวัตกรรม ให้คำแนะนำปรึกษา ยกระดับขีดความสามารถในการทำวิจัยแก่นักวิจัย แก่ทีมวิจัยของโครงการวิจัย ชุดโครงการวิจัย ร่วมกันสร้างกรณีตัวอย่างความสำเร็จให้เกิดขึ้นในองค์กรวิจัยพัฒนา
 
เริ่มตั้งแต่การจัดหาที่ปรึกษา การสร้างทีม การรวมกลุ่มจัดตั้งทีมวิจัย การพัฒนาข้อเสนอโครงการวิจัย กำหนดเป้าหมายร่วมของทีมวิจัย จัดทำแผนที่สิทธิบัตรดูแนวโน้มของประเด็นวิจัย กำหนดทิศทางวิจัยขององค์กร ติดตามและเรียนรู้เทคโนโลยีของบริษัทคู่แข่งขันที่เป็นผู้นำในด้านนั้น ๆ

โดยเป็นพี่เลี้ยงให้ทีมวิจัยได้ทำ workshop ลงมือสืบค้นเอกสารสิทธิบัตรและวารสารทางวิชาการที่เกี่ยวข้อง กำหนดประเด็นวิจัย เลือกหัวข้อวิจัยที่ควรลงทุนทำการวิจัยจริง ๆ การจัดกิจกรรมกลุ่มวิจัย ฝึกปฏิบัติเทคนิคการต่อยอดงานวิจัย ลงมือทำวิจัย แลกเปลี่ยนเรียนรู้ เทคนิคจับประเด็นการประดิษฐ์จากผลงานวิจัย ทำการประดิษฐ์สร้างทรัพย์สินทางปัญญาจากงานวิจัย จนถึงนำผลงานมายกร่างคำขอรับสิทธิบัตร และ/หรือ อนุสิทธิบัตรยื่นต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญา ใช้ซอฟต์แวร์ประเมินมูลค่า และใช้ประโยชน์สร้างนวัตกรรม

(ดูเพิ่มเติมในบทความเรื่อง ระดับชั้นขององค์ความรู้เทคโนโลยีจากงานวิจัยและเคล็ดลับในการต่อยอดจดสิทธิบัตรกับการวางระบบพี่เลี้ยงวิจัย ที่ http://rescom.trf.or.th/display/keydefault.aspx?idUn1colum=3303)

นโยบาย และทางแนวทางดำเนินการตามที่เสนอนี้เป็นนโยบายและวางระบบวิจัย ซึ่งจะช่วยให้การบริหารผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ในระดับปลายน้ำ สามารถสร้างทรัพย์สินทางปัญญา สิทธิบัตร อนุสิทธิบัตร และนวัตกรรมที่ก่อให้เกิดผลกระทบสูง และคุ้มค่าการลงทุนทำการวิจัยและพัฒนา
ความสำคัญ และความคุ้มค่าของการวิจัยต่อยอดสิทธิบัตรนานาชาติ
การถ่ายทอดเทคโนโลยีจากเอกสารสิทธิบัตร มีความสำคัญ มีศักยภาพยกระดับขีดความสามารถด้านการวิจัยและนวัตกรรม นำไปสู่การก้าวกระโดดทางเทคโนโลยีของประเทศ

โอกาสทางธุรกิจของอุตสาหกรรมไทย สิทธิบัตรทั่วโลกจำนวนกว่า 80 ล้านฉบับ จำนวนกว่า 99.98% สืบค้นฟรี ดูเรื่องเต็มได้ฟรี ก๊อบปี้มาผลิตสินค้าขายได้ฟรีในประเทศไทยอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เพียงตรวจสอบว่าสิทธิบัตรเรื่องนั้น ๆ ไม่ได้มาจดสิทธิบัตรในประเทศไทย ทั้งยังสามารถไปผลิต และไปขาย หรือส่งออกไปประเทศที่สิทธิบัตรเรื่องนั้น ๆไม่ได้จดทะเบียนได้ โดยไม่เป็นการละเมิดสิทธิ(http://rescom.trf.or.th/display/keydefault.aspx?idUn1colum=3145 )

มีสิทธิบัตรที่ได้รับจดทะเบียนในประเทศไทยน้อยมากราวสี่หมื่นเรื่องเท่านั้น ขณะที่สิทธิบัตรทั่วโลกมีจำนวนมากถึงกว่า 80 ล้านฉบับ สิทธิบัตรต่างประเทศที่ไม่ได้จดทะเบียนในประเทศไทย ที่สามารถใช้ได้ฟรีในประเทศไทยจึงมีเป็นจำนวนมาก เราสามารถนำมาใช้ผลิตสินค้าขายได้ฟรี

โดยความคุ้มค่าของการวิจัยพัฒนาแบบต่อยอดสิทธิบัตรนานาชาติ มีรายงานวิจัยประเมินว่า การสืบค้นเอกสารสิทธิบัตรนานาชาติ เป็นฐานความรู้ นำมาต่อยอดสร้างเทคโนโลยี สามารถประหยัดเวลาในการวิจัยพัฒนาได้ 60 % ลดงบประมาณวิจัยได้ 40 % (http://rescom.trf.or.th/display/keydefault.aspx?idUn1colum=2866)
 
ข้อ 2 ให้สภานโยบายวิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติมีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้

(1)กำหนดทิศทางและนโยบายการดำเนินงานของหน่วยงานในระบบวิจัยและนวัตกรรมของประเทศให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน

(2) กำหนดแผนที่นำทาง (Roadmap) เกี่ยวกับนโยบายและยุทธศาสตร์ระบบวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ ทั้งในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว และยุทธศาสตร์วิจัยและนวัตกรรมรายสาขาให้สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลและยุทธศาสตร์ชาติ

(3) กำกับ เร่งรัด และติดตามให้มีการปรับปรุงและแก้ไขโครงสร้าง ภารกิจ อำนาจหน้าที่ของหน่วยงานในระบบวิจัยและนวัตกรรมให้มีความเชื่อมโยงและสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ระบบวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ ตลอดจนเสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรีให้มีการจัดตั้งหน่วยงานเพื่อรองรับความต้องการในด้านการวิจัยและนวัตกรรม
(4) กำกับ เร่งรัด และติดตามให้มีการปรับปรุงและแก้ไขระบบหรือกลไกการบริหารจัดการงานวิจัย และนวัตกรรมให้มีประสิทธิภาพ เพื่อให้สามารถนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่มีอยู่เดิม และที่เกิดขึ้นใหม่ ไปใช้ในเชิงวิชาการ เชิงพาณิชย์ เชิงสังคม และเชิงนโยบาย ให้เป็นรูปธรรมและเกิดประโยชน์สูงสุด
(5) กำกับ เร่งรัด และติดตามให้มีการจัดทำแผนพัฒนาบุคลากรด้านการวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และนวัตกรรมของประเทศ รวมถึงการพัฒนาทักษะด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมให้กับบุคลากรด้านแรงงานในระดับต่าง ๆ
(6) กำหนดระบบการจัดสรรและบริหารงบประมาณแบบบูรณาการที่มุ่งผลสัมฤทธิ์ในลักษณะเป็นก้อน (Block Grant) ตามโปรแกรมวิจัยและนวัตกรรม (Program-based) ให้สอดคล้องกับระบบวิจัย และนวัตกรรมของประเทศ และยุทธศาสตร์วิจัยและนวัตกรรมรายสาขา รวมทั้งกำหนดระบบการติดตามและประเมินผลที่มีความต่อเนื่อง {มีต่อไปจนถึงข้อ (11)}

ขณะที่ ข้อ 3 ระบุว่า ให้สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ และสำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ รับผิดชอบงานธุรการและสนับสนุนการทำงานของสภานโยบายวิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ และคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ หรือคณะทำงาน ที่แต่งตั้งขึ้นตามคำสั่งนี้ …

ข้อ 4 เพื่อประโยชน์ในการบูรณาการและลดความซ้ำซ้อนในการวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ ให้ยุบเลิกสภาและคณะกรรมการดังต่อไปนี้ และให้โอนอำนาจหน้าที่ไปเป็นของสภานโยบายวิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติตามคำสั่งนี้ (1) สภาวิจัยแห่งชาติ คณะกรรมการบริหาร และคณะกรรมการสาขาวิชาการ ตามกฎหมายว่าด้วยสภาวิจัยแห่งชาติ (2) คณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ ตามกฎหมายว่าด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ (3) คณะกรรมการพัฒนาระบบนวัตกรรมของประเทศ ตามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 36/2558 เรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการพัฒนาระบบนวัตกรรมของประเทศ ลงวันที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558
(ดูไฟล์คำสั่ง คสช. ได้ที่ http://library2.parliament.go.th/giventake/contentUn1ncpo/ncpo-head-order62-2559.pdf)
เสนอแนะแนวทางการจัดทำนโยบายวิจัยและนวัตกรรม
ผู้เขียนมองว่า การยุบสภาวิจัยแห่งชาติ และกรรมการตามข้อ 4 โดยจัดตั้งสภานโยบายวิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ ซึ่งมีท่านนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน รองนายกรัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมายเป็นรองประธาน และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่าง ๆ ผู้บริหารสูงสุดขององค์กรที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนผู้ทรงคุณวุฒิ เป็นกรรมการสภาฯ เป็นการจัดรูปองค์กรเพื่อการปฏิรูประบบวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ ทำให้การกำหนดนโยบายการวิจัยและนวัตกรรม และการขับเคลื่อนการวิจัยและนวัตกรรมของชาติ สามารถดำเนินการได้เต็มประสิทธิภาพ ไม่มีข้อจำกัดขององค์กรแบบเดิม เพราะท่านนายกรัฐมนตรี นั่งเป็นประธานสภานโยบายวิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ ด้วยตนเอง

ในระยะเริ่มต้นการจัดตั้งสภานโยบายวิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ นี้ เป็นช่วงเวลาสำคัญว่าจะมีนโยบายและยุทธศาสตร์สำคัญ ๆ อะไรที่สภาฯ ออกมาขับเคลื่อนการวิจัยและนวัตกรรมของประเทศบ้าง โดยเฉพาะงานตามภารกิจของสภา ฯ ดังคำสั่งข้อที่ 1 ถึงข้อ 6 ข้างต้น
ทั้งนี้คาดว่า ในกระบวนการจัดทำนโยบายและยุทธศาสตร์ระบบวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ ทั้งในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว และยุทธศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม รายสาขาให้สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลและยุทธศาสตร์ชาติ คงมีการเปิดรับฟังความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ จากหน่วยงานต่าง ๆ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง

ดังนั้นในการนี้ ผู้เขียนใคร่ขอเสนอความคิดเห็นที่เกี่ยวข้อง ถึงสภานโยบายวิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ นำไปพิจารณา ใช้ประกอบการพิจารณาจัดทำนโยบายและยุทธศาสตร์ระบบวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ ทั้งในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว และยุทธศาสตร์วิจัยและนวัตกรรมรายสาขา ให้สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลและยุทธศาสตร์ชาติ ในประเด็นที่ผู้เขียนเห็นว่าเป็นเรื่องที่มีความสำคัญยิ่ง ดังนี้
ข้อเสนอถึงประธานสภาสภานโยบายวิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ
ข้อ 1 เสนอแนวทางการขับเคลื่อนนโยบายวิจัยและนวัตกรรรมแห่งชาติ ด้วย “นโยบายวิจัยต่อยอดสิทธิบัตร สร้างทรัพย์สินทางปัญญา และนวัตกรรม”

มีนโยบาย ส่งเสริม สนับสนุน สร้างความเข้มแข็ง สร้างความร่วมมือ ยกระดับขีดความสามารถในการวิจัยพัฒนาและนวัตกรรม ในภาคเอกชนทั้งธุรกิจขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดย่อม และในภาครัฐได้แก่องค์กรวิจัย สถาบันวิจัย สถาบันอุดมศึกษา สถาบันอาชีวศึกษา และระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน

มีนโยบาย “สนับสนุน ส่งเสริม การวิจัยและนวัตกรรม ที่ใช้กระบวนการต่อยอดสิทธิบัตรนานาชาติที่ทันสมัย มุ่งเป้าสร้างทรัพย์สินทางปัญญาที่มีศักยภาพเชิงพาณิชย์สูง และนวัตกรรม”

ให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบวิจัยระดับต้นน้ำ ได้แก่ ระยะพัฒนาแผนวิจัย ระยะพัฒนาข้อเสนอโครงการวิจัยและให้ความสำคัญกับการวิจัยระดับปลายน้ำ ได้แก่ การสร้างทรัพย์สินทางปัญญาจากการวิจัย การนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ และสนับสนุนการยกระดับขีดความสามารถในการสร้างนวัตกรรม

โดยเสนอให้จัดงบประมาณราว 20-35% ของงบประมาณวิจัย ในสนับสนุนทุนวิจัยสำหรับกระบวนการในระดับต้นน้ำ เพื่อให้งานวิจัยไม่ซ้ำซ้อนกับงานที่มีปรากฏอยู่ก่อนแล้ว มีความทันสมัย มีการใช้เครื่องมือวิจัยสมัยใหม่ เช่น patent mapping software รวมไปถึงการบริหารจัดการระดับปลายน้ำ ที่เน้นให้สามารถยื่นจดสิทธิบัตร อนุสิทธิบัตร สร้างทรัพย์สินทางปัญญา และนวัตกรรม

มุ่งที่จะ “ยกระดับขีดความสามารถในการวิจัยพัฒนา และนวัตกรรม” เสริมสร้างความเข้มแข็งของ “การวิจัยพัฒนาและนวัตกรรม” ด้วย “การต่อยอดใช้ประโยชน์องค์ความรู้จากเอกสารสิทธิบัตรนานาชาติ” ด้วยการ ส่งเสริมการวิจัย การพัฒนานวัตกรรม การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิตอล และให้บริการทางวิชาการที่จะเพิ่มขีดความสามารถในการนำองค์ความรู้จากแหล่งเรียนรู้เอกสารสิทธิบัตรนานาชาติ ซึ่งเป็นแหล่งรวบรวมความคิดประดิษฐ์ทันสมัยที่สุดจากทั่วโลกที่ได้เปิดเผยเทคโนโลยีการประดิษฐ์ผลิตภัณฑ์ใหม่ (new product) วิธีการผลิตสินค้าทันสมัย รวมถึงวิธีการทางธุรกิจ (business method patent) มาต่อยอดสร้างผลงานวิจัย การประดิษฐ์ สิ่งประดิษฐ์ที่ทันสมัย ที่มีศักยภาพเชิงพาณิชย์ แข่งขันได้ (ดูบทความที่เกี่ยวข้องได้ในเว็บไซต์ต่อยอด ดอท อินโฟ ที่ http://www.toryod.info/khlang-khwam-ru-lok)

ข้อ 2 เสนอให้จัดตั้ง “สถาบันพัฒนาการประดิษฐ์ปัญญาและนวัตกรรม” (Intellectual Invention and Innovation Institute) หรืออาจเรียกชื่อเป็นอย่างอื่น เช่น “สถาบันพัฒนาการวิจัยต่อยอดสิทธิบัตรและนวัตกรรม : Patent Research and Innovation Institute” ; สถาบันส่งเสริมการวิจัยสิทธิบัตรและทรัพย์สินทางปัญญา (Patent Analysis and Intellectual Property Institute)

เสนอให้มีการจัดตั้งองค์กรใหม่ อาจเป็นหน่วยงานในสังกัดสภานโยบายวิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ เข้ามาดูแลการยกระดับขีดความสามารถในการวิจัยและนวัตกรรม ตั้งแต่ระดับต้นน้ำถึงระดับปลายน้ำ เช่น การสนับสนุน การส่งเสริม และการให้บริการด้าน “การต่อยอดใช้ประโยชน์องค์ความรู้จากเอกสารสิทธิบัตรนานาชาติ” โดยมีเป้าหมาย ยกระดับฐานความรู้ด้านการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมของประเทศแบบก้าวกระโดด (ดูเพิ่มเติมในบทความ ข้อเสนอการพัฒนาประเทศแบบก้าวกระโดดด้วยการวิจัยต่อยอดเทคโนโลยีสิทธิบัตรของบริษัทข้ามชาติ และสร้างความฉลาดทางทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อการแข่งขัน และร่างยุทธศาสตร์การใช้ประโยชน์องค์ความรู้เชิงพาณิชย์ ที่ http://rescom.trf.or.th/display/keydefault.aspx?idUn1colum=2866)
(ตัวอย่าง) หลักการและเหตุผล
การใช้เอกสารสิทธิบัตรนานาชาติเป็นฐานความรู้ในการวิจัยพัฒนา โดยเฉพาะการวิจัยสิทธิบัตร (patent research โดยนำตัวเอกสารสิทธิบัตรแต่ละฉบับมาวิเคราะห์วิจัย ประเด็นการประดิษฐ์จากข้อถือสิทธิ นำมาต่อยอดสร้างแผนงานวิจัย โครงการวิจัยที่ทันสมัย ที่สามารถสร้างทรัพย์สินทางปัญญา และนวัตกรรมที่มีผลกระทบสูง โดยเพิ่มเติมส่วนใหม่ หรือเปลี่ยนแปลงลักษณะทางเทคนิคบางประการ (ดูเทคนิคการต่อยอดผลงานประดิษฐ์คิดค้น สาขาวิศวกรรมศาสตร์และอุตสาหกรรมวิจัย ที่ http://rescom.trf.or.th/display/keydefault.aspx?idUn1colum=3254) ตลอดจนการดาวน์โหลดเอกสารสิทธิบัตรจำนวนมากมาลงในเครื่องคอมพิวเตอร์ และใช้ Patent Software ทำแผนที่สิทธิบัตร วิเคราะห์เอกสารสิทธิบัตรจำนวนมากให้เห็นแนวโน้มและทิศทางการวิจัยในแต่ละเรื่องที่เราสนใจ เป็นเรื่องที่มีความจำเป็นและสำคัญอย่างยิ่ง ที่จะสร้างอัตราเร่งของการวิจัยพัฒนาของประเทศแบบก้าวกระโดด และเกิดความคุ้มค่าสูงสุดในการใช้งบประมาณวิจัยและนวัตกรรม

ประโยชน์และความคุ้มค่าของการวิจัยพัฒนาแบบต่อยอดสิทธิบัตรนานาชาติ มีรายงานวิจัยประเมินว่า “การสืบค้นเอกสารสิทธิบัตรนานาชาติ เป็นฐานความรู้ นำมาต่อยอดสร้างเทคโนโลยี สามารถประหยัดเวลาในการวิจัยพัฒนาได้ 60 % ลดงบประมาณวิจัยได้ 40 %” (ดูเพิ่มเติมที่ http://rescom.trf.or.th/display/keydefault.aspx?idUn1colum=2866)

การจัดตั้งหน่วยงานดูแลรับผิดชอบ สนับสนุน ส่งเสริม ให้ทุนอุดหนุนการวิจัย สำหรับกระบวนการวิจัยระดับต้นน้ำ ให้ยุทธศาสตร์วิจัย แผนวิจัย ชุดโครงการวิจัย แผนการทดลองวิจัย มีความทันสมัยไม่ซ้ำซ้อน และแข่งขันได้ จึงมีความจำเป็นและสำคัญยิ่งต่อการยกระดับขีดความสามารถด้านการวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ
(ตัวอย่าง) วัตถุประสงค์
1. เพื่อสนับสนุน ส่งเสริม เสริมสร้างความเข้มแข็งของการวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ โดยให้ความสำคัญตั้งแต่ระดับต้นน้ำ : การพัฒนาแผนวิจัย ข้อเสนอโครงการวิจัย การประเมินโครงการวิจัย ที่ทันสมัยต่อยอดจากงานที่มีปรากฏอยู่ก่อนแล้ว ; ระดับกลางน้ำ : การทำงานวิจัยที่มีคุณภาพ และประสิทธิภาพ มีผู้ทรงคุณวุฒิคอยให้คำแนะนำ ; และระดับปลายน้ำ : นำผลงานวิจัยสู่การจดสิทธิบัตร อนุสิทธิบัตร และ/หรือ ตีพิมพ์ในวารสารทางวิชาการที่เชื่อถือได้ และการบริหารจัดการผลงานวิจัย ไปใช้ประโยชน์

2. เพื่อสนับสนุน ส่งเสริมการยกระดับขีดความสามารถในการวิจัยและนวัตกรรมในภาคเอกชน และองค์กรวิจัยพัฒนาภาครัฐ และสถาบันการศึกษา ให้ก้าวหน้าทันสมัย สามารถแข่งขันได้

3. เพื่อสนับสนุน ส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากเอกสารสิทธิบัตรนานาชาติที่ทันสมัย เป็นฐานความรู้ในการต่อยอดการวิจัยและนวัตกรรมในกลุ่มเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมเป้าหมาย ให้สามารถสร้างทรัพย์สินทางปัญญาที่มีคุณค่า ได้รับการคุ้มครองสิทธิบัตร หรืออนุสิทธิบัตร

4. เพื่อสนับสนุน ส่งเสริมการสร้างผลงานนวัตกรรมที่มีผลกระทบสูง

5. เพื่อให้บริการทางวิชาการในการพัฒนาขีดความสามารถด้านการวิจัยสิทธิบัตร patent mapping และ patent intelligence ในภาคเอกชน องค์กรวิจัย สถาบันวิจัยภาครัฐ และสถาบันการศึกษา
(ตัวอย่าง) ภารกิจ
สนับสนุน ส่งเสริมการยกระดับขีดความสามารถในการวิจัยและนวัตกรรมในภาคเอกชน องค์กรวิจัยสถาบันวิจัยภาครัฐ และสถาบันการศึกษา

:- ด้วยเทคนิคการวิจัยแบบต่อยอดเอกสารสิทธิบัตรนานาชาติ โดยใช้แหล่งเรียนรู้เอกสารสิทธิบัตรนานาชาติ เป็นฐานความรู้ในการวิจัยพัฒนา และนวัตกรรม

:- ด้วยการใช้กระบวนการวิจัยสิทธิบัตร (patent research) ; การจัดทำแผนที่สิทธิบัตร เช่น แผนที่สิทธิบัตรตามสาขาอุตสาหกรรม แผนที่สิทธิบัตรตามผลิตภัณฑ์ แผนที่สิทธิบัตรตามชื่อธุรกิจคู่แข่งขัน ตามหมวดหมู่สิทธิบัตร และตามคำสำคัญ เป็นต้น

1. การสร้างผู้เชี่ยวชาญ การสนับสนุนผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง การจัดหาผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่จะยกระดับขีดความสามารถด้านการวิจัยและนวัตกรรม

2. การให้บริการใช้แหล่งสารสนเทศที่ทันสมัย ด้านวารสารวิชาการ ด้านสิทธิบัตร และทรัพย์สินทางปัญญา ได้แก่

2.1 การสนับสนุน ส่งเสริม และการให้บริการเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์ patent mapping software ; การดาวน์โหลดเอกสารสิทธิบัตรนานาชาติ ; การจัดทำแผนที่สิทธิบัตร

2.2 การสนับสนุน ส่งเสริม และให้บริการสืบค้นเอกสารสิทธิบัตรนานาชาติ ทั้งจากฐานข้อมูลที่เป็น free patent database ของสำนักงานสิทธิบัตรประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก และการสืบค้นจากฐานข้อมูลที่ให้บริการเชิงการค้าซึ่งมีชื่อเสียงระดับโลก

2.3 การสนับสนุน ส่งเสริม และให้บริการเชิงลึกในการสืบค้น ตรวจสอบความใหม่ของแผนวิจัย และการสืบค้นหาทรัพย์สินทางปัญญาจากผลงานวิจัย เช่น

:- ตรวจสอบข้อเสนอโครงการวิจัย เพื่อแนะนำการปรับปรุงให้ทันสมัย ไม่ซ้ำซ้อนกับงานที่มีปรากฏอยู่ก่อนแล้ว (ดูบทความเรื่อง การตรวจสอบความใหม่ของข้อเสนอโครงการวิจัย เพื่อยกระดับคุณภาพงานวิจัย ที่ http://rescom.trf.or.th/display/keydefault.aspx?idUn1colum=3349)

:- ตรวจสอบความใหม่ของผลการวิจัย หรือที่มีอยู่ในแผนวิจัย ในแผนการทดลองของโครงการวิจัย และของผลงานวิจัย ทั้งที่กำลังดำเนินงานอยู่จากรายงานก้าวหน้า และ/หรือ จากรายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ เพื่อดูว่ามีประเด็นการประดิษฐ์ที่เป็นการค้นพบใหม่ ที่เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ หรือวิธีการใหม่ที่มีศักยภาพเชิงพาณิชย์ ที่สมควรจะยื่นขอจดทะเบียนสิทธิบัตร หรืออนุสิทธิบัตรจากผลงานวิจัยเรื่องนั้น ๆ หรือไม่ และประเด็นการประดิษฐ์นั้น ๆ มีศักยภาพเชิงพาณิชย์มากน้อยเพียงใด (ดูบทความเรื่องเ ครื่องมือประเมินเทคโนโลยีจากผลงานวิจัยและสิ่งประดิษฐ์เพื่อสร้างนวัตกรรม ที่ http://rescom.trf.or.th/display/keydefault.aspx?idUn1colum=3327) เป็นต้น
แหล่งที่มา : ประชาคมวิจัย    ฉบับที่ : 128    หน้าที่ : 41    จำนวนคนเข้าชม : 96   คน