เมนู



ฉบับพิเศษ

สิงหาคม  2560




เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)

Biodata ฐานข้อมูลนักวิชาการ ประเทศไทย

ห้องสมุดออนไลน์ สกว.

ฝ่ายวิจัยเพื่อท้องถิ่น งานวิจัยท้องถิ่น

โครงการปริญญาเอก คปก.

ร้านหนังสือ สกว.




จำนวนผู้เข้าชม

2763851

รายละเอียด

เพื่ออนาคต : ไอน์สไตน์แอนด์ไอ (3:จบ)
รศ.ดร.ชัยวัฒน์ คุประตกุล
Kshaiwat4@gmail.com

อ่านบทความย้อนหลังได้ที่http://rescom.trf.or.th

(คุยกันก่อน : ผู้เขียนตั้งใจจะเขียนเรื่องราวในส่วนที่เกี่ยวข้องกับไอน์สไตน์ของผู้เขียน มาเล่าสู่ท่านผู้อ่านใน 3 หัวข้อใหญ่ ๆ คือ (1) การวิจัยของผู้เขียนกับทฤษฎีของไอน์สไตน์ (2) ไอน์สไตน์ในข้อเขียนของผู้เขียน และ (3) ประสบการณ์พิเศษเหมือนเดจาวู เมื่อผู้เขียนไปเยือนพรินซ์ตัน ผู้เขียนได้เขียนเล่าเรื่องราวในหัวข้อที่ 1 ไปแล้วในไอน์สไตน์แอนด์ไอ ตอน1 และเขียนเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับไอน์สไตน์ในข้อเขียนของผู้เขียนไปแล้วสำหรับส่วนที่เป็นข้อเขียนประเภทเรื่องจริง มาตอนที่ 3 นี้ จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับไอน์สไตน์ในข้อเขียนประเภทเรื่องแต่ง และประสบการณ์ของผู้เขียนเมื่อไปเยือนที่พำนักสุดท้ายของไอน์สไตน์ในพรินซ์ตัน)
 
(2.2) ข้อเขียนประเภทเรื่องแต่ง

ผู้เขียนเริ่มต้น (ทดลอง) เขียนเรื่องแต่งทั้งเรื่องสั้นและเรื่องยาว ตั้งแต่สมัยเป็นนักเรียนชั้นมัธยมที่นครราชสีมา ถึงวันนี้เรื่องแต่งส่วนใหญ่ของผู้เขียน เป็นประเภทนิยายวิทยาศาสตร์ ทั้งเรื่องสั้นวิทยาศาสตร์ เรื่องสั้นวิทยาศาสตร์ขนาดยาวหรือเรื่องยาว วิทยาศาสตร์ขนาดสั้น และนิยายวิทยาศาสตร์เรื่องยาว แต่จริง ๆ แล้ว เรื่องแต่งแรก ๆ ของผู้เขียน ก็มีทั้งที่เป็นนิยายทั่วไปประเภทเรื่องรัก ชีวิต สังคม อาชญนิยาย และนิยายวิทยาศาสตร์

ในการเขียนเรื่องแต่งของผู้เขียน ใช้ชื่อหรือนามปากกาหลายนามปากกา ที่ใช้มากเป็นพิเศษคือ “ชัยคุปต์” โดยที่มีบางครั้ง ก็ใช้ชื่อจริงในการเขียนคือ ชัยวัฒน์ คุประตกุล

สำหรับท่านผู้อ่านที่สนใจเป้าหมาย และกลวิธีการเขียนนิยายวิทยาศาสตร์ของผู้เขียน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องสั้นวิทยาศาสตร์ และเรื่องสั้นขนาดยาวหรือเรื่องยาวขนาดสั้นของผู้เขียนจำนวนประมาณ 130 เรื่อง จะอ่านได้ (ส่วนหนึ่ง) จากวิทยานิพนธ์ของ พรศิริ นาควัชระ ที่ทำการวิจัยเรื่อง “การศึกษาวิเคราะห์เรื่องสั้นแนววิทยาศาสตร์ของชัยคุปต์” (วิทยานิพนธ์การศึกษาตามหลักสูตรปริญญาอักษรศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาวิชาภาษาไทย, ภาควิชาภาษาไทย, คณะอักษรศาสตร์, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ปีการศึกษา 2542) ซึ่งมีเรื่องย่อของเรื่องสั้นวิทยาศาสตร์ทุกเรื่องในวิทยานิพนธ์ด้วย

ในบรรดาเรื่องแต่งทั้งหมดของผู้เขียน อย่างแน่นอน ประเภทของเรื่องแต่งที่จะไปเกี่ยวข้องกับไอน์สไตน์ได้มากที่สุดก็คือ นิยายวิทยาศาสตร์ และในจำนวนนิยายวิทยาศาสตร์ของผู้เขียนที่เป็นเรื่องสั้นวิทยาศาสตร์ทั้งหมดกว่า 150 เรื่อง และนิยายวิทยาศาสตร์เรื่องยาวและเรื่องยาวขนาดสั้นที่ตีพิมพ์เป็นเล่มแล้วประมาณ 6 เรื่อง ก็มีที่เกี่ยวกับไอน์สไตน์อยู่หลายเรื่อง ส่วนใหญ่เป็นความเกี่ยวพันเกี่ยวเนื่องกับผลแปลก ๆ ชวนพิศวง คาดไม่ถึง จากทฤษฎีของไอน์สไตน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทฤษฎีสัมพันธภาพภาคพิเศษและทฤษฎีสัมพัทธภาพภาคทั่วไป ต่อไปนี้เป็นตัวอย่างบางเรื่อง :

*คนท่องเวลา (โดย ชัยวัฒน์ คุประตกุล, เรื่องสั้นวิทยาศาสตร์ ตีพิมพ์ครั้งแรกใน POCKET MAGAZINE ช่อปาริชาต 1 : ฝนหยดเดียว, พ.ศ.2535)

ตามทฤษฎีสัมพัทธภาพของไอน์สไตน์แล้ว (ทั้งภาคพิเศษและภาคทั่วไป) การเดินทางข้ามมิติเวลาสู่อนาคตหรือกลับคืนสู่อดีต ดูจะไม่มีข้อห้ามว่าเกิดขึ้นไม่ได้ แต่ถ้าการท่องเวลาเกิดขึ้นได้จริง ทำไมจึงยังไม่มีใครจากอนาคต กลับคืนสู่อดีตให้เป็นที่ประจักษ์เลย หรือคำตอบอาจจะเป็นดังในเรื่อง “คนท่องเวลา” ?
 
*สู่อนาคต 14 ล้านองศา (โดย ชัยคุปต์, เรื่องสั้นวิทยาศาสตร์ ตีพิมพ์ครั้งแรกในวารสารสวนเด็ก ฉบับเดือนมกราคม พ.ศ.2533; ตีพิมพ์รวมเล่มครั้งที่ 2 ในหนังสือชื่อ “สู่อนาคต 14,000,000 องศา, สำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์น, พ.ศ.2544)

อะไรจะเกิดขึ้น ถ้ายานเวลาที่เพิ่งถูกสร้างขึ้นมาใหม่ ๆ นำนักเดินทางสู่อนาคต แต่เป็นการเดินทางสู่อนาคตในมิติของเวลาเท่านั้น โดยมิติของตำแหน่งยังอยู่ที่เดิม ส่งผลซึ่งคาดไม่ถึง เป็นบทเรียนสำหรับคนหวังใช้วิทยาศาสตร์เพื่อประโยชน์ส่วนตนอย่างไม่ถูกต้อง

*ศัตรูจากอนาคต (โดย ชัยคุปต์, เรื่องสั้นวิทยาศาสตร์ ตีพิมพ์ครั้งแรกในวารสารสวนเด็ก, ฉบับปักษ์หลังเดือนเมษายน พ.ศ.2535)

เมื่อฮิตเลอร์มิได้ฆ่าตัวตายจริงในกรุงเบอร์ลินปี พ.ศ.2545 แต่หนีไปซุ่มตัวจนกระทั่งมียานเวลาให้ฮิตเลอร์หนีไปสู่อนาคตแสนไกล แต่ก็ด้วยผลของการเดินทางเร็วกว่าแสงต่อเวลา ทำให้ฮิตเลอร์ต้องเผชิญกับผู้มาจากอนาคต ที่ดูจะคุกคามตนเอง โดยไม่ทราบว่าที่จริงแล้ว ผู้มาจากอนาคตนั้น เป็นมนุษย์คนสุดท้ายในจักรวาลที่เขาจะต้องเกรงกลัว เหตุระทึกชีวิตของฮิตเลอร์ในเรื่องนี้ เกิดขึ้นได้ก็เพราะผลจากทฤษฎีความคิดของไอน์สไตน์

*มิติคู่ขนาน (โดย ชัยคุปต์, เรื่องสั้นขนาดยาวตีพิมพ์ครั้งแรกในวารสารรู้รอบตัว, ฉบับที่ 13 เดือนมกราคม พ.ศ.2530; ตีพิมพ์เป็นเล่มครั้งแรกโดยสำนักพิมพ์ต้นอ้อ, พ.ศ.2535)

เรื่องราวของโลกแฝดมิติคู่ขนานกับโลกของเรา ที่ประวัติศาสตร์แตกต่างกัน โดยฝ่ายเยอรมันนาซีเป็นฝ่ายชนะในสงครามโลกครั้งที่สอง และส่งกองทัพผ่านประตูเชื่อมมิติบุกโลกของเรา กองทัพนาซีที่มีพลังอำนาจทางการทหารเหนือกว่าของโลกอย่างเทียบกันไม่ได้ เป็นเรื่องเกี่ยวข้องกับทั้งทฤษฎีสัมพัทธภาพของไอน์สไตน์ และทฤษฎีควอนตัม

*ผู้พิทักษ์ (โดย ชัยคุปต์, นิยายวิทยาศาสตร์เรื่องยาวตีพิมพ์ครั้งแรกในนิตยสารกุลสตรี, มิถุนายน พ.ศ.2546-ตุลาคม พ.ศ.2547; ตีพิมพ์รวมเล่มครั้งแรกโดยสำนักพิมพ์แพรว, พ.ศ.2549)

เรื่องราวการเดินทางมหัศจรรย์ของ “ผู้พิทักษ์” จากใจกลางกาแล็กซีทางช้างเผือก ที่เดินทางมายังโลกด้านภารกิจเกี่ยวข้องกับการอยู่รอดของมนุษยชาติ และอนาคตของโลกในจักรวรรดิ์กาแล็กซี ภารกิจที่ทำให้มนุษย์โลกนักวิทยาศาสตร์สาว ต้องเผชิญกับประสบการณ์ที่สำนึกความเป็นนักวิทยาศาสตร์บอกว่า “เป็นไปไม่ได้” เรื่องราวมหัศจรรย์ทั้งหมดของเรื่อง จะเป็นเพียงนิยายแฟนตาซีบริสุทธิ์ ไม่ใช่นิยายวิทยาศาสตร์แฟนตาซีดังความตั้งใจของผู้เขียน ถ้าไม่มีทฤษฎีความคิดของไอน์สไตน์ทั้งในส่วนของสัมพัทธภาพภาคพิเศษและภาคทั่วไป
(3) ตามรอยทางไอน์สไตน์ที่พรินซ์ตัน
ผู้เขียนได้พบกับไอแซก อาซิมอฟ ในกรุงนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา วันที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ.2520 ได้พบกับอาเทอร์ ซี.คลาร์ก ที่กรุงโคลัมโบ ประเทศศรีลังกา วันที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2523 สำหรับไอน์สไตน์ ผู้เขียนไม่มีโอกาสได้พบโดยตรง เพราะไอน์สไตน์จากโลกนี้ไปตั้งแต่ พ.ศ.2498 แต่ประมาณปลายเดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2520 ผู้เขียนได้มีโอกาสไปเยือนพรินซ์ตัน สถานที่พำนักสุดท้ายของไอน์สไตน์ในสหรัฐอเมริกาเป็นเวลาประมาณสี่วัน เป้าหมายอย่างเป็นทางการคือ ไปเยือนมหาวิทยาลัยพรินซ์ตัน (PRINCETON UNIVERSITY) และสถาบันการศึกษาชั้นสูง (INSTITUE FOR ADVANCED STUDY) ที่พรินซ์ตัน แต่เป้าหมายสูงสุดในใจของผู้เขียน คือ ไปทำสิ่งที่ดีที่สุดที่จะอยู่ใกล้ชิดกับไอน์สไตน์ได้ ในเมื่อไม่สามารถพบไอน์สไตน์โดยตรง นั่นคือ ไปเดินตามรอยทางในช่วงชีวิตสุดท้ายเป็นเวลาประมาณ 22 ปี (ระหว่าง พ.ศ.2476 – 2498) ของไอน์สไตน์ที่พรินซ์ตัน

มหาวิทยาลัยพรินซ์ตัน เป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยเก่าแก่ที่สุดของสหรัฐอเมริกา ก่อตั้งขึ้นมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2289 ก่อนการปฏิวัติของสหรัฐอเมริกาเรียกร้องอิสรภาพจากจักรภพอังกฤษ เป็นมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงทางด้านวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ แต่ไม่มีหลักสูตรทางด้านแพทยศาสตร์ นิติศาสตร์ ศาสนศาสตร์หรือธุรกิจ
 
สถาบันการศึกษาชั้นสูงที่พรินซ์ตัน เป็นสถาบันเอกชน ก่อตั้งขึ้นมาเมื่อปี พ.ศ. 2473 เพื่อเป็นแหล่งการวิจัยของนักวิทยาศาสตร์ นักปรัชญา นักคิด ที่สามารถทำการวิจัยในเรื่องของวิทยาศาสตร์พื้นฐานขั้นสูง และด้านปรัชญาอย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องมีภาระในการสอนนักศึกษา เนื่องจากไม่มีหลักสูตรผลิตบัณฑิตทุกระดับ และตั้งแต่ก่อตั้งมา ก็กลายเป็นแหล่งรวมนักวิทยาศาสตร์และนักคิดคนสำคัญของโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นักวิทยาศาสตร์เชื้อสายยิว ที่หนีภัยนาซีมากจากเยอรมนีและยุโรป ในระหว่งการครองอำนาจของเยอรมันนาซีภายใต้การนำของฮิตเลอร์

เมื่อไอน์สไตน์กำลังลี้ภัยเยอรมันนาซีอยู่ในยุโรป ตอนนั้น ไอน์สไตน์เป็นนักวิทยาศาสตร์มีชื่อเสียงแล้ว และเป็นบุคคลสำคัญที่สุดแรก ๆ ของสถาบันการวิจัยชั้นสูงที่พรินซ์ตันซึ่งเริ่มก่อตั้ง หวังจะเชิญไอน์สไตน์ไปประจำอยู่ที่นั่น

ขณะนั้น ไอน์สไตน์ได้รับการเชิญจากหลายมหาวิทยาลัย ให้ไปรับตำแหน่งประจำอยู่ดังเช่นมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดในอังกฤษ คาลเทค (CALTECH) ในสหรัฐอเมริกา และมหาวิทยาลัยพรินซ์ตัน

ตัวไอน์สไตน์เอง มีใจเอนเอียงไปทางมหาวิทยาลัยพรินซ์ตัน เพราะเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรก ๆ ของโลก ที่ยอมรับทฤษฎีสัมพัทธภาพของไอน์สไตน์ และเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกที่ไอน์สไตน์รับเชิญไปบรรยายพิเศษในสหรัฐอเมริกาเป็นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ.2464 และได้มอบปริญญาเอกทางด้านวิทยาศาสตร์แก่ไอน์สไตน์...
 
แต่ในที่สุด ไอน์สไตน์ก็รับข้อเสนอของสถาบันการวิจัยชั้นสูงที่พรินซ์ตัน เพราะชอบใจในสภาพการทำงานที่จะสามารถทำการวิจัยตามใจชอบได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องมีภาระในการสอน

การตัดสินใจของไอน์สไตน์ มีบทบาทอย่างสำคัญ ทำให้สถาบันการศึกษาชั้นสูงที่พรินซ์ตัน กลายเป็นสถาบันที่รวมของนักวิทยาศาสตร์และนักคิดสำคัญของโลกที่ตามไปอยู่กับไอน์สไตน์

ในขณะเดียวกัน การไปประจำอยู่ที่สถาบันการศึกษาชั้นสูงที่พรินซ์ตันของไอน์สไตน์ ก็ทำให้ทั้งไอน์สไตน์และมหาวิทยาลัยพรินซ์ต้นได้ทำงานร่วมกัน อย่างตามความสมัครใจของไอน์สไตน์ เนื่องจากสถาบันการศึกษาชั้นสูงที่พรินซ์ตันกับมหาวิทยาลัยพรินซ์ตัน มีความเกี่ยวพันกันอย่างใกล้ชิด เพราะในช่วงระยะแรก ๆ ของการก่อตั้งสถาบันการศึกษาชั้นสูง ตัวสถาบันก็ตั้งอยู่ในพื้นที่ของมหาวิทยาลัยพรินซ์ตันนั่นเอง

เมื่อไอน์สไตน์ไปประจำทำงานที่สถาบันการศึกษาชั้นสูง ถึงแม้จะไม่มีข้อผูกมัดโดยตรง แต่ไอน์สไตน์ก็ไปร่วมกิจกรรมที่มหาวิทยาลัยพรินซ์ตันเป็นประจำ มีห้องทำงานประจำอยู่ในมหาวิทยาลัยพรินซ์ตันเลกเชอร์ (สอน) บ่อย ๆ ร่วมในการสัมมนาของนักฟิสิกส์ระดับโลกโดยตรง

เมื่อผู้เขียนไปเยือนพรินซ์ตัน ก็ได้มีโอกาสเยี่ยมชมและสนทนากับนักฟิสิกส์และฝ่ายบริหารด้านการจัดการศึกษาที่มหาวิทยาลัยพรินซ์ตัน และที่สถาบันการศึกษาชั้นสูงที่พรินซ์ตัน
 
สำหรับส่วนที่เกี่ยวข้องกับไอน์สไตน์โดยตรง ผู้เขียนก็ได้ไปเห็นบ้านพักของไอน์สไตน์ในพรินซ์ตัน ได้ไปเห็นห้องบรรยาย (ห้องเลกเชอร์) ซึ่งไอน์สไตน์เคยสอนที่มหาวิทยาลัยพรินซ์ตัน สำหรับห้องทำงานของไอน์สไตน์ ทั้งที่มหาวิทยาลัยพรินซ์ตันและที่สถาบันการศึกษาชั้นสูง ก็ไม่ได้ถูกเก็บหรือจัดเป็นสถานที่สำคัญดังเช่นของคนมีชื่อเสียง เพราะไอน์สไตน์ได้สั่งเอาไว้ก่อนการจากไปว่า ไม่ต้องการให้มีการเก็บรักษาที่ซึ่งตนเคยอยู่ เคยทำงานให้เป็นพิเศษ พิธีศพก็ให้จัดอย่างเรียบง่าย ไม่เอิกเกริก ไม่มีการฝังศพ เพราะร่างที่ถูกเผา เถ้ากระดูก ก็ถูกโปรยในสถานที่ซึ่งไม่เป็นที่ทราบกัน...

ดังนั้น ห้องทำงานของไอน์สไตน์ทั้งที่สถาบันการศึกษาชั้นสูงและที่มหาวิทยาลัยพรินซ์ตัน หลังการจากไปของไอน์สไตน์ ก็ถูกใช้เป็นห้องทำงานของคนอื่น ๆ ต่อไป

ถึงแม้ไอน์สไตน์จะไม่ต้องการให้มีการจัดหรือทำอะไรเป็นพิเศษสำหรับเขาที่สถาบันการศึกษาชั้นสูง และที่มหาวิทยาลัยพรินซ์ตัน ก็ได้มีสิ่งที่ปรากฏเป็นที่ให้ทราบกันถึงความสำคัญและความภาคภูมิใจของสถาบันการศึกษาชั้นสูงและมหาวิทยาลัยพรินซ์ตันดังเช่น ภาพถ่ายห้องและโต๊ะทำงานของไอน์สไตน์ที่สถาบันการศึกษาชั้นสูง ห้องทำงานของไอน์สไตน์ที่บ้านในพรินซ์ตัน ภาพถ่ายไอน์สไตน์ทั้งอิริยาบถส่วนตัว และกับบุคคลสำคัญต่าง ๆ มากมาย ป้ายหรือสัญลักษณ์เกี่ยวกับไอน์สไตน์ดังเช่น สมการ E=mc2 เส้นทางที่ไอน์สไตน์เดินเป็นประจำ ฯลฯ

ในช่วงเวลาไม่กี่วันที่อยู่ในพรินซ์ตันของผู้เขียน ที่อยู่ในความทรงจำมากที่สุดถึงทุกวันนี้คือ ความรู้สึกที่เกิดขึ้นในระหว่างการเดินตามรอยทางของไอน์สไตน์ ระหว่างบ้านของไอน์สไตน์กับสถาบันการศึกษาชั้นสูงและมหาวิทยาลัยพรินซ์ตัน ซึ่งทั้งหมดอยู่ในระยะห่างกันระหว่าง 2-4 กิโลเมตร ในสภาพแวดล้อมและธรรมชาติของการเดินอยู่ในสวนสาธารณะขนาดใหญ่ที่งดงาม
 
ผู้เขียนใช้เวลาเดินตามรอยทางของไอน์สไตน์อย่างช้า ๆ อย่างสบายอารมณ์ อากาศเดือนพฤศจิกายนที่พรินซ์ตัน ถึงแม้จะเป็นฤดูหนาว แต่ก็ไม่หนาวมากเหมือนเดือนธันวาคม ยิ่งทำให้ผู้เขียนเดินอย่างมีความสุข นับเป็นช่วงเวลาดีที่สุดในชีวิตของผู้เขียน ตั้งแต่จำความได้

ในระหว่างที่เดินตามรอยทางของไอน์สไตน์ ผู้เขียนนึกเห็นภาพของไอน์สไตน์อย่างผ่อนคลาย แล้วผู้เขียนก็เกิดความรู้สึกแปลก ๆ เหมือนคุ้นเคยกับสถานที่โดยรอบเป็นอย่างดี เหมือนได้เคยเห็น ได้เคยเดินมาก่อนแล้ว เป็นประสบการณ์ที่คล้ายกับ “เดจาวู” (de’ja’vu) อย่างที่สุด...

แต่ผู้เขียนก็เข้าใจว่า ที่รู้สึกเช่นนั้น ก็เป็นเพราะก่อนเดินทางมาพรินซ์ตัน ผู้เขียนได้ศึกษาเรื่องราวของไอน์สไตน์ ทั้งส่วนเป็นผลงาน ความคิด ชีวิต และอุปนิสัยส่วนตัวของไอน์สไตน์มาก่อนแล้วอย่างดีนั่นเอง...

แต่ก็ยังเป็นความรู้สึกที่ดี...อยู่ดี!
แหล่งที่มา : ประชาคมวิจัย    ฉบับที่ : 110    หน้าที่ : 58    จำนวนคนเข้าชม : 963   คน