เมนู



ฉบับพิเศษ

สิงหาคม  2560




เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)

Biodata ฐานข้อมูลนักวิชาการ ประเทศไทย

ห้องสมุดออนไลน์ สกว.

ฝ่ายวิจัยเพื่อท้องถิ่น งานวิจัยท้องถิ่น

โครงการปริญญาเอก คปก.

ร้านหนังสือ สกว.




จำนวนผู้เข้าชม

2763742

รายละเอียด

บางกอกรีคอร์ดเดอร์ (The Bangkok Recorder) : หนังสือพิมพ์ฉบับแรกของไทย
วสิน ทับวงษ์
คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา
นักวิจัยในโครงการ “100 เอกสารสำคัญเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ไทย”
taiUn1wasin@hiclassmagazine.com

หนังสือจดหมายเหตุ บางกอกรีคอร์เดอร์ หรือ The Bangkok Recorder เป็นหนังสือพิมพ์ฉบับแรกของไทย เผยแพร่ครั้งแรกตรงกับวันชาติสหรัฐอเมริกา 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2387 โดย นายแพทย์แดน บีช บรัดเลย์ (Dr. Dan Beach Bradley) หรือ “หมอบรัดเลย์” มิชชันนารีอเมริกันในสยามเป็นผู้จัดพิมพ์เผยแพร่รายเดือน ช่วงเวลาดังกล่าวตรงกับรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 กระทั่งยกเลิกไปในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2388 หลังจากนั้นจึงกลับมาฟื้นฟูในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 เปลี่ยนจากหนังสือพิมพ์รายเดือนเป็นรายปักษ์ (15 วัน) ระหว่างวันที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2408 เรื่อยมาจนถึงวันที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2410
 
นอกจากเป็นหนังสือพิมพ์ภาษาไทยฉบับแรก ในทางประวัติศาสตร์ หนังสือจดหมายเหตุบางกอก รีคอร์เดอร์ยังเป็นเอกสารชั้นต้นซึ่งบันทึกข่าวสารเหตุการณ์สำคัญทั้งในประเทศและต่างประเทศ เนื้อหาในแต่ละฉบับมีข้อมูลสิ่งประดิษฐ์ เทคโนโลยีวิทยาศาสตร์ การแพทย์และการสาธารณสุข ตลอดจนให้ข้อมูลสินค้าของสยามและต่างประเทศ คำศัพท์สำนวนภาษาอังกฤษ พงศาวดารต่างชาติ ฯลฯ

หนังสือจดหมายเหตุ บางกอกรีคอร์เดอร์สะท้อนให้เห็นเทคโนโลยีการพิมพ์ในระยะแรกเริ่มในประเทศไทยผ่านรูปแบบของหนังสือจดหมายเหตุฯ เป็นการเปิดพรมแดนความรู้สู่วิทยาศาสตร์สมัยใหม่ ตลอดจนความพยายามเรียนรู้เท่าทันโลกผ่านข่าวต่างประเทศ สะท้อนปัญหาสังคม และสะท้อนผลกระทบของหนังสือจดหมายเหตุ บางกอกรีคอร์เดอร์ต่อสังคมไทย

เมื่อเปรียบเทียบยุคแรกเริ่มของหนังสือพิมพ์ภาษาไทยตราบถึงปัจจุบัน ผู้วิจัยพบว่าจุดประสงค์หลักของหนังสือพิมพ์ตลอดจนสื่อสิ่งพิมพ์ประเภทต่างๆ ที่ยังคงดำเนินมาอย่างต่อเนื่องคือเป็นสื่อกลางนำเสนอข่าวสารข้อมูลไปสู่ผู้อ่าน

จากการศึกษาหนังสือจดหมายเหตุ บางกอกรีคอร์เดอร์ พบว่าการดำรงอยู่ของธุรกิจหนังสือพิมพ์และสื่อสิ่งพิมพ์ในยุคเริ่มแรกมีปัจจัยสำคัญคือ รายได้จากการขายหนังสือพิมพ์ที่ไม่สอดรับกับต้นทุนรายจ่ายจึงเป็นสาเหตุสำคัญของการยุติการตีพิมพ์ทั้งสองครา และรายได้จากการโฆษณาในสื่อสิ่งพิมพ์ ซึ่งจะเห็นได้บ้างในบางกอกรีคอร์เดอร์ที่โฆษณาสรรพคุณของยาควินิน น้ำโซดา อู่ต่อเรือ ร้านค้า หนังสือที่โรงพิมพ์หมอบรัดเลย์พิมพ์จำหน่าย ฯลฯ เพื่อนำมาเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับจัดพิมพ์หนังสือพิมพ์ซึ่งมีต้นทุนสูง

อย่างไรก็ตามหนังสือจดหมายเหตุ บางกอกรีคอร์เดอร์ 16 ใบ (ฉบับ) ที่ตีพิมพ์ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวไม่เหลือต้นฉบับตกทอดมา และมี 24 ใบ (ฉบับ) ที่พิมพ์ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องจากฉบับที่หลงเหลืออยู่ก็มีเพียงบางฉบับที่เผยแพร่ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเท่านั้น กระทั่ง พ.ศ. 2528 ทายาทมิสเตอร์แฮมิลตัน คิง อดีตอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำราชสำนักสยาม ระหว่าง พ.ศ. 2441 – 2455 มอบเอกสารที่ท่านทูตแฮมิลตันสะสมไว้ ขาดไปเพียง 2 ใบ คือใบที่ 14 และใบที่ 15 จากเล่มที่ 2 ของฉบับที่ตีพิมพ์ในรัชกาลที่ 3 ให้เป็นสมบัติของไทย
หนังสือจดหมายเหตุ บางกอกรีคอร์เดอร์ ฉบับที่ใช้ศึกษาวิจัยครั้งนี้ เป็นฉบับที่สมบูรณ์ที่สุด ตีพิมพ์ขึ้นใน พ.ศ. 2536 โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สำนักราชเลขาธิการจัดพิมพ์พระราชทานเป็นอนุสรณ์วิทยาทานในงานพระราชทานเพลิงศพ นายสมหมาย ฮุนตระกูล ณ เมรุหลวงหน้าพลับพลาอิสริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาส 25 ธันวาคม พ.ศ. 2536 เนื้อหาในหนังสือจดหมายเหตุ บางกอกรีคอร์เดอร์ ช่วยให้ท่านรู้จักประวัติศาสตร์ของกรุงเทพฯ ในระหว่าง พ.ศ. 2387-2388 และ 2408-2410
การแพทย์และการพิมพ์ : ภารกิจของหมอบรัดเลย์ในสยาม
ช่วงต้นของการพิมพ์ในสยามที่ริเริ่มโดยนายแพทย์บรัดเลย์และคณะมิชชันนารีอเมริกัน ดำเนินไปเพื่อการประกาศพระคริสต์ธรรมคัมภีร์เป็นปฐม เนื่องจากเขาริเริ่มตั้งโรงพิมพ์ขึ้นในสยามโดยใช้แท่นพิมพ์และอักษรไทยที่นำเข้ามาจากสิงคโปร์ ต่อมาเขาจึงพัฒนาอักษรและแท่นพิมพ์ให้เหมาะสม ทำให้ราชสำนักสยามว่าจ้างให้ตีพิมพ์เอกสารประกาศของราชการที่สำคัญคือ ประกาศห้ามมิให้คนสูบแลค้าขายฝิ่นจำนวน 9,000 ฉบับ ปีกุน พ.ศ. 2382 ออกเผยแพร่ให้แก่ราษฎร

นอกจากนี้เนื่องจากบรรดาเสนาบดี ขุนนางที่อ่านออกเขียนได้มีความต้องการอ่านวรรณกรรมแปล (วรรณกรรมจีนเป็นที่นิยมมากในสมัยรัชกาลที่ 3) ทำให้หมอบรัดเลย์ดำเนินกิจการโรงพิมพ์เรื่อยมา ต่อมาจึงริเริ่มดำเนินกิจการพิมพ์หนังสือจดหมายเหตุ บางกอกรีคอร์เดอร์ ครั้งแรกในระหว่าง พ.ศ. 2387-2388 ควบคู่กับการพิมพ์เอกสารทางศาสนา และไม่ละเลยหน้าที่การรักษาพยาบาลผู้ป่วย บทบาทของหมอบรัดเลย์ในสมัยรัชกาลพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวจนกระทั่งในรัชกาลต่อมา เขาจึงมีบทบาทโดดเด่นเป็นที่ยอมรับในด้านการพิมพ์และการแพทย์มากกว่าการเผยแผ่ศาสนา

เมื่อซื้อแท่นพิมพ์จากสมาคมมิชชันนารีอเมริกันมาเป็นกรรมสิทธิ์ของตน ส่งผลให้หมอบรัดเลย์ยังคงมีรายได้จากการว่าจ้าง ช่วยให้เขาสามารถเดินหน้า ทำทั้งงานแพทย์และงานพิมพ์ไปพร้อมกัน

เมื่อพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จขึ้นครองราชย์ใน พ.ศ. 2394 หมอบรัดเลย์มิตรที่พระองค์ทรงไว้วางพระทัยและยังเป็นสหชาติ (พระราชสมภพและเกิดปีเดียวกัน) ยังคงทำหน้าที่รักษา จ่ายยา และผ่าตัดฝี ต้อกระจก กระทั่งผ่าตัดอวัยวะให้แก่ผู้ป่วยซึ่งปฏิบัติเป็นกิจวัตร ตลอดจนป้องกันการระบาดของโรคร้ายแรง เช่น การปลูกฝีป้องกันไข้ทรพิษ ให้แก่ราษฎรตลอดจนเชื้อพระวงศ์ ควบคู่กับงานพิมพ์ เขาหวนกลับมาทำหนังสือจดหมายเหตุฯ ตามพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวซึ่งทรงชี้ชวนให้ทำหนังสือจดหมายเหตุ บางกอกรีคอร์เดอร์ อีกครั้ง ใน พ.ศ. 2408 หลังจากหยุดดำเนินการไปเกือบ 20 ปี

หนังสือจดหมายเหตุ บางกอกรีคอร์เดอร์ ครั้งหลังนี้พิมพ์เผยแพร่เป็นรายปักษ์ต่อมาถึง 2 ปี (พ.ศ. 2408 - 2410) ได้ทำหน้าที่รับใช้สังคมสยาม โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ ซึ่งกำลังเปิดรับชาวตะวันตกมากยิ่งขึ้นอันเนื่องมาจากนโยบายของราชสำนักของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ก่อให้เกิดกระแสความต้องการรับรู้เรื่องราวข่าวสารจากภายนอกประเทศมากยิ่งขึ้น

เนื้อหาที่หนังสือจดหมายเหตุ บางกอกรีคอร์เดอร์ นำเสนอในครั้งหลังนี้มีความหลากหลายมากขึ้นและยังคงความโดดเด่นด้วยข่าวต่างประเทศ โดยประมวลจากหนังสือพิมพ์ต่างชาติ ตลอดจนข่าวจากชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามายังสยาม นอกจากนี้ยังมีข่าวจากราษฎรที่หมอบรัดเลย์รักษาหรือราษฎรผู้ได้รับความเสียหายก็ถูกถ่ายทอดไปยังพระมหากษัตริย์ เจ้านายในพระราชวงศ์ เสนาบดี ขุนนาง ที่เป็นสมาชิกบางกอกรีคอร์เดอร์

แผนภูมิแสดงสัดส่วนข่าวที่ปรากฏอยู่ในหนังสือจดหมายเหตุ บางกอกรีคอร์เดอร์

 

จุดมุ่งหมายและคุณสมบัติของหนังสือจดหมายเหตุ บางกอกรีคอร์เดอร์
หมอบรัดเลย์ในฐานะบรรณาธิการอธิบายจุดประสงค์และข้อมูลต่างๆ ไว้ในหนังสือจดหมายเหตุ บางกอกรีคอร์เดอร์ ใบแรกเอาไว้โดยละเอียด

พวกครูอะเมริกาซึ่งอาไศรยอยู่หน้าวัดเจ้าคุณพระคลัง, ได้ปฤกษาพร้อมใจกันว่า, จะแต่งหนังสือข่าวตีภิมเปนภาษาไท, ตีภิมเดือนละแผ่นขนาดกว้างยาวเท่ากับแผ่นนี้, คือปีหนึ่งสิบสองแผ่น. ในหนังสือข่าวนั้นจะมีข่าวใหม่มาแต่เมือง, ซิงกะโประ, เมืองจีนเมืองพม่า เมืองกลาป๋าเมืองกาลกัตตาเมืองลังกาเมืองบัม เมืองซุรัต เมืองอิงลันดาเมืองฝรั่งเศศเมืองอเมริกาแลอีกหลายเมือง จะบอกไว้ว่ามีข่าวมาแต่ทุกเมือง อนึ่งในหนังสือนี้จะให้รู้ราคาของ, ซึ่งเอาไปจากเมืองนี้ไปขายในเมืองนอก, แลของในเมืองนอก, เอามาขายในเมืองนี้. อนึ่งลางทีจะว่าด้วยพงษาวะดานแลทำเนียมแห่งเมืองนอก. อนึ่งลางทีจะว่าด้วยตำรารักษาโรคต่างๆ, แลบอกซึ่งสิ่งที่จะกระทำมิให้มีโรคด้วย. อนึ่งลางทีจะแต่งคำสอนสำหรับคนซึ่งปรารถนาจะเรียนคำอังกฤษ. ผู้แต่งหนังสือนี้ปรารถนาจะแต่งให้เปนประโยชน์แลเปนที่จำเริญใจแก่ผู้อ่าน. ราคาหนังสือข่าวนี้ปีละบาทคิดเปนหนังสือสิบสองแผ่น. ถ้าคนจะซื้อทั้งปีแล้วก็เอาเงินบาทหนึ่ง, จะให้เงินเมื่อได้แผ่นที่หนึ่งก็ได้, จะให้เงินเมื่อถึงแผ่นที่หกก็ได้, ตามแต่ใจผู้ซื้อ. อย่างหนึ่งถ้าไม่ปรารถนาจะซื้อให้ครบปี, จะซื้อแผ่นหนึ่งสองแผ่นตามใจปรารถนาของตนนั้น, ก็ตีราคาไว้แผ่นละเฟื้อง.
 
ในใบแรกผู้พิมพ์ได้แจ้งที่ตั้งของสถานที่พิมพ์ จุดประสงค์ ที่มาของข่าว และราคาจำหน่าย ไว้ใน คำอธิบาย Prospectus อย่างครบถ้วน หากแต่วัตถุประสงค์ของหนังสือจดหมายเหตุ บางกอกรีคอร์เดอร์จัดทำขึ้นเพื่อเผยแผ่คริสต์ศาสนานิกายโปรเตสแตนท์ เพื่อให้เกิดความเข้าใจพัฒนาการของโลกตะวันตกว่าเป็นเพราะการนับถือพระเจ้าและวิทยาการความรู้ที่ก่อให้เกิดความก้าวหน้ามาจากพรของพระเจ้า ฉะนั้นการนำพาหรือพัฒนาสยามไปในทิศทางดังกล่าวจำเป็นต้องให้ผู้คนได้รู้จักเรื่องราวของชาติตะวันตก ตลอดจนก้าวพ้นจากกรอบความเชื่อดั้งเดิมที่มิชชันนารีมองว่าเป็นเครื่องกีดขวางการพัฒนา อย่างไรก็ดีแม้ความเชื่อทางศาสนาจะเป็นเป้าหมายสำคัญแต่นั่นเป็นภารกิจที่ไม่อาจกระทำสำเร็จได้ง่ายในดินแดนที่ทั้งพระมหากษัตริย์ลงไปถึงราษฎรยึดมั่นในบวรพุทธศาสนาอย่างเคร่งครัด ด้วยเหตุเหล่านี้หากเพียงมิชชันนารีสามารถชักจูงให้ชาวสยามปรับวิธีคิดให้เป็นระบบอย่างวิทยาศาสตร์แทนที่เวทมนตร์ ไสยศาสตร์ ภพภูมิ บาปกรรม หรือวิญญาณก็เป็นสิ่งสำคัญอันจะเป็นการกรุยทางสู่ก้าวต่อไปและจำบรรลุเป้าหมายได้ในที่สุด

แม้ชนชั้นนำไทยมองว่าหมอบรัดเลย์และมิชชันนารีโปรเตสแตนท์เป็นแหล่ง “ข่าวสาร” ที่สำคัญสำหรับการเรียนรู้เกี่ยวกับชาติตะวันตก เพราะมิชชันนารีเหล่านี้ไม่ได้มีจุดประสงค์ทางการเมืองอันจะสั่นคลอนความมั่นคงของสยาม แต่เนื่องจากช่วงต้นของปฐมบทการพิมพ์ในสยามเอกสารเผยแผ่ศาสนาที่แจกออกไปถูกทางราชการควบคุมและจำกัดให้อยู่แต่ในหมู่ชาวต่างชาติ อีกทั้งงานพิมพ์ของหมอบรัดเลย์ในช่วงแรกยังมีงานพิมพ์ที่เปรียบเทียบคำสอนในคริสต์ศาสนาและพุทธศาสนา จนก่อให้เกิดความไม่พอใจของเจ้านายและเสนาบดีสยาม ฉะนั้นวิธีการที่จะทำให้ข้อจำกัดผ่อนคลายลงจึงจำเป็นต้องรังสรรค์ “สื่อกลาง” คือ หนังสือจดหมายเหตุฯ บางกอกรีคอร์เดอร์ด้วยการนำเสนอเนื้อหาให้มีสาระความรู้มากขึ้น

บรรณาธิการได้เลือกวิธีการที่แยบยลในการนำเสนอเนื้อหาทางศาสนาสอดแทรกอยู่ในข่าวสารที่นำเสนอ (ฉบับที่ตีพิมพ์ในรัชกาลที่ 3) จึงเป็นการเปิดพรมแดนความรู้สู่วิทยาศาสตร์สมัยใหม่ เช่น ผลสัมฤทธิ์ทางวิทยาศาสตร์แขนงต่างๆ ซึ่งไม่สามารถหาคำตอบได้ในสังคมไทยในขณะนั้น ตลอดจนการนำเสนอตำรายาและการทำแผล ระบบกายวิภาค นอกจากนี้ยังช่วยให้เกิดการเรียนรู้เท่าทันสถานการณ์โลกผ่านข่าวสารจากต่างประเทศ ควบคู่ไปกับรายงานสินค้าเข้าออก และเพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจโลกตะวันตกมากขึ้นบรรณาธิการจึงเพิ่มการให้ความรู้เกี่ยวกับภาษาอังกฤษซึ่งเป็นของแปลกใหม่ในขณะนั้น ทำให้เนื้อหาที่นำเสนอในหนังสือจดหมายเหตุ บางกอกรีคอร์เดอร์ เน้นให้ความรู้แก่ผู้อ่านมากกว่าหนังสือคำสอนที่ชี้นำในให้ผู้อ่านเปลี่ยนศาสนาแต่เพียงอย่างเดียวจึงไม่ถูกแทรกแซงจากทางราชการ

จากความแปลกใหม่ที่เกิดหนังสือพิมพ์ขึ้นในสยาม ชนิดของกระดาษซึ่งเป็นกระดาษฝรั่งนำเข้ามีคุณภาพดีที่สุดในสมัยนั้น รูปแบบการเรียงพิมพ์ การตีพิมพ์ที่อ่านง่ายสบายตา สำคัญที่สุดเป็นภาษาไทยจึงเข้าถึงกลุ่มผู้อ่านชาวไทย ตลอดจนผู้ที่อ่านออกเขียนได้ล้วนอยู่ในกลุ่มชนชั้นนำจึงทำให้หนังสือจดหมายเหตุ บางกอกรีคอร์เป็นสื่อกลางที่ช่วยสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านให้ได้เปิดโลกทัศน์

เป็นที่น่าเสียดายเนื่องจากผู้ที่รู้หนังสือมีอยู่จำกัด และปัญหาจากต้นทุนการพิมพ์สูงส่งผลให้ราคาขายย่อมสูงตามไปด้วย แม้ในปีแรกของการดำเนินงาน (กรกฎาคม พ.ศ. 2387 – มิถุนายน พ.ศ. 2388) บรรณาธิการจะลดราคาจากเดิมกำหนดไว้ว่าผู้รับหนังสือจดหมายเหตุฯ ทั้งปีจำนวน 12 ฉบับ คิดราคา 1 บาท หรือถ้าจะซื้อทีละฉบับคิดราคาฉบับละ 1 เฟื้อง กระนั้นก็ยังพบว่ามีจำนวนผู้อ่านน้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้จนประสบภาวะขาดทุน แม้นเมื่อหนังสือจดหมายเหตุฯ บางกอกรีคอร์เดอร์ออกได้ครบ 1 ปี หมอบรัดเลย์ประกาศลดราคาเหลือปีละ 1 สลึง โดยขอให้จ่ายเงินล่วงหน้าในคราวที่มารับฉบับแรก และแจกฟรีสำหรับขุนนางกับพระราชาคณะในพุทธศาสนา ก็ยังประสบภาวะขาดทุนจนต้องปิดกิจการภายหลังจากดำเนินงานถึงฉบับที่ 4 ของปีที่ 2 (ฉบับที่ 16 หากนับจากปีที่ 1) ครั้นเวลาผ่านไป 20 ปี จึงกลับมาดำเนินกิจการอีกครั้งในชื่อเดิม “หนังสือจดหมายเหตุ” หากเพียงเพิ่ม “The” นำหน้า “Bangkok Recorder” สำหรับหัวหนังสือภาษาอังกฤษ เป็น “The Bangkok Recorder” จำหน่ายเป็นรายปักษ์ โดยยังคงจุดมุ่งหมายเดิมแต่เพิ่มความหลากหลายของข่าวมากขึ้น และราคาเปลี่ยนไป คือแพงขึ้นเป็นปีละ 5 บาท ครึ่งปี 3 บาท ผู้ซื้อรายสะดวกฉบับละ 2 สลึง
 
นอกเหนือจากราคาจำหน่ายที่สูงขึ้นแล้ว ความผิดพลาดในการลงข่าวเผยแพร่ก็เกิดขึ้นอยู่เสมอ ประกอบกับความสัมพันธ์ระหว่างบรรณาธิการกับผู้อ่านที่เป็นสมาชิกก็มักจะมีปัญหาอยู่เนืองๆ เช่น การตำหนิระบบราชการ การทำหน้าที่บกพร่องข้าราชการ ปัญหาจากข้ารับใช้ของเสนาบดี ฯลฯ ซึ่งเนื้อหาเหล่านี้สะท้อนให้เห็นปัญหาสังคมและหมอบรัดเลย์มองว่าเป็นเครื่องกีดขวางการพัฒนาประเทศ แต่กรณีที่ร้ายแรงในสายตาชาวไทยซึ่งหมอบรัดเลย์อาจจะไม่ได้คาดการณ์คือการลงพิมพ์รายชื่อสมาชิกทั้งหมด โดยกำกับอักษรฟองมัน ๏ (สมัยนั้นเรียกว่าฟองดัน) ไว้หน้าพระนามและนามของสมาชิกเพื่อให้ทราบว่าจ่ายเงินแล้ว เพื่อแจ้งให้ผู้ที่ยังไม่จ่ายค่าสมาชิกให้เร่งดำเนินการ แต่การณ์กลับกลายเป็นด้านลบเพราะธรรมเนียมไทยมองว่าวิธีดังกล่าวเป็นการทวงเงินด้วยการประจานทำให้เกิดความเสียหาย ในที่สุดบรรณาธิการจึงต้องลงพิมพ์ข้อความขออภัยในฉบับถัดไป

แม้ความสัมพันธ์ระหว่างหมอบรัดเลย์และราชสำนักพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจะแน่นแฟ้นมาโดยตลอด แต่ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นจากความตรงไปตรงมาของหมอบรัดเลย์ บ่อยครั้งทำให้เขาถูกมองว่าข่าวที่พิมพ์เผยแพร่นั้นเป็นข้อมูลที่คลาดเคลื่อนและส่วนมากเป็นข่าวซุบซิบ ก่อให้เกิดความรู้สึกว่าเขาก้าวล่วงหน้าที่ของราชสำนัก ความระหองระแหงระหว่างสื่อมวลชนกับราชสำนักเกิดขึ้นจากความผิดพลาดในการเผยแพร่ข่าวสารจนถึงกับมีพระบรมราชโองการประกาศไม่ให้เชื่อข้อความที่มีผู้ทิ้งหนังสือไปลงหนังสือพิมพ์ แสดงให้เห็นว่าหนังสือจดหมายเหตุฯ บางกอกรีคอร์เดอร์ช่วยกระจายข่าวสารและมีอิทธิพลจนทำให้ราชสำนักต้องมีมาตรการควบคุม
ผลกระทบของหนังสือจดหมายเหตุ บางกอกรีคอร์เดอร์ ในการเสนอข่าว
หนังสือจดหมายเหตุ บางกอกรีคอร์เดอร์ เป็นปฐมบทการพิมพ์และการสื่อสารมวลชนในประเทศไทย คุณค่าของหนังสือจดหมายเหตุฯ ดังกล่าว มิได้มีเพียงแค่การเป็นสื่อสิ่งพิมพ์สื่อแรกเท่านั้น หากแต่ยังมีคุณค่าในแง่มุมต่างๆ สมควรแก่การยกย่องเป็นเอกสารสำคัญในการศึกษาประวัติศาสตร์ไทยในช่วงที่สยามประเทศกำลังเปิดประเทศด้วยสาเหตุหลายประการ ดังต่อไปนี้

1. ริเริ่มหนังสือพิมพ์แบบตะวันตกในประเทศไทย

2. สังคมไทยเปิดกว้างมากขึ้น มีการสื่อสารสองทางระหว่างผู้สื่อสารกับผู้รับสาร Two way communications เช่น จดหมายร้องทุกข์

3. การตอบโต้ของรัชกาลที่ 4 ต่อเนื้อหาของข่าวที่ผิดข้อเท็จจริง และข้อวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของราชสำนักอย่างผิดพลาดคลาดเคลื่อน ทำให้เกิดหนังสือเผยแพร่ข่าวสารของราชการ คือ ราชกิจจานุเบกษา

4. ส่งผลกระทบต่อโลกทัศน์ของชนชั้นนำของสังคมสยามในยามเปิดประเทศรับวิทยาการตะวันตก
สรุป
หนังสือจดหมายเหตุ บางกอกรีคอร์เดอร์ ทรงคุณค่าผ่านการเวลามายาวนานถึง 168 ปี นับตั้งแต่ฉบับแรกเผยแพร่ในสยาม สาระความรู้ที่ได้รับจากการอ่านข่าวสารเหล่านี้ช่วยให้เราเข้าใจประวัติศาสตร์ของกรุงเทพฯ ของสยาม และของโลก ความสำคัญตลอดจนคุณค่าของหนังสือจดหมายเหตุ บางกอกรีคอร์เดอร์ มิได้เป็นเพียงแค่หนังสือพิมพ์ฉบับแรกของไทยเท่านั้น หากยังเป็นบทบันทึกทางประวัติศาสตร์ ที่มีค่าอย่างยิ่งต่อการศึกษาประวัติศาสตร์ และศาสตร์อื่นๆ รวมถึงยังเป็นเอกสารอ้างอิงที่สำคัญในฐานะหลักฐานชั้นต้น
 
บรรณานุกรม
เกรียงศักดิ์ เชษฐพัฒนวนิช. “ประวัติหมอบรัดเลย” ใน หมอบรัดเลย์กับสังคมไทย. กรุงเทพฯ : สถาบันไทยคดีศึกษา
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, ๒๕๒๘.
ขจร สุขพานิช. ข้อมูลประวัติศาสตร์ : สมัยบางกอก. พิมพ์ครั้งที่ ๒. กรุงเทพฯ : ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร. ๒๕๒๔.
ชุมนุมพระบรมราชาธิบายและประชุมพระราชนิพนธ์ภาคปกิณกะ พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้า
เจ้าอยู่หัว.
พิมพ์ครั้งที่ ๒. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ๒๕๔๗.
ประชุมประกาศรัชกาลที่ ๔ พ.ศ. ๒๓๙๔ – ๒๔๐๔. กรุงเทพฯ : กรมศิลปากร. คณะสงฆ์วัดอนงคารามพิมพ์ในงาน
พระราชทานเพลิงศพพระมหาโพธิวงศาจารย์ อินทโชตเถระ ณ เมรุหน้าพลับพลาอิศริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาส ๙ พฤศจิกายน ๒๕๑๑.
ประชุมประกาศรัชกาลที่ ๔ พ.ศ. ๒๔๐๕ – ๒๔๑๑. กรุงเทพฯ : กรมศิลปากร. พลเอกประภาส จารุเสถียร พิมพ์ถวายในงาน
พระราชทานเพลิงศพพระมหาโพธิวงศาจารย์ อินทโชตเถระ ณ เมรุหน้าพลับพลาอิศริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาส ๙ พฤศจิกายน ๒๕๑๑.
ดี บี บรัดเล, ป่วน อินทุวงศ์ (ผู้แปล). ประชุมพงศาวดารภาคที่ ๓๑ จดหมายเหตุเรื่องมิซชันนารีอเมริกันเข้ามาประเทศ
สยาม.
พระนคร : โรงพิมพ์โสภณพิพรรฒธนากร, พิมพ์ในงานศพ พระยาสารสินสวามิภักดิ (เทียนฮี้ สารสิน), ๒๔๖๘.
ดำรง ใคร่ครวญ. “การพิมพ์กับหมอบรัดเลย์” ใน หมอบรัดเลย์กับสังคมไทย. กรุงเทพฯ : สถาบันไทยคดีศึกษา
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, ๒๕๒๘.
วิลเลียม แอล แบรดเลย์, ธัญญา ผลอนันต์ และเก่งกาจ งามขจรวิวัฒน์ (ผู้แปล). สยามสามสมัยจากสายตาหมอบรัดเลย์.
กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์เพื่อนชีวิต. ๒๕๒๗.
วสิน ทับวงษ์. “ความสัมพันธ์ระหว่างเชียงใหม่-สยาม-พม่า พ.ศ. ๒๓๒๕ – ๒๔๑๓” วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต
สาขาวิชาประวัติศาสตร์ศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร, ๒๕๕๔.
วิลาส นิรันดร์สุขศิริ \"เผยโฉมกงสุลโอบาเรต์ (ตอนที่ ๑)\" ใน ศิลปวัฒนธรรม ปีที่ ๓๓ ฉบับที่ ๑๐ สิงหาคม ๒๕๕๕.
.----------- \"เผยโฉมกงสุลโอบาเรต์ (ตอนที่ ๒)\" ใน ศิลปวัฒนธรรม ปีที่ ๓๓ ฉบับที่ ๑๑ กันยายน ๒๕๕๕.
วุฒิชัย มูลศิลป์. “แนะนำหนังสือเก่า จดหมายเหตุ The Bangkok Recorder” ใน โลกประวัติศาสตร์ ปีที่ ๓ ฉบับที่ ๓
กรกฎาคม – กันยายน ๒๕๔๐
ศุภรัตน์ แสงฉัตรแก้ว. “การวิเคราะห์ลักษณะการใช้ภาษาและกลวิธีการเขียนในการเสนอข่าวและบทความในหนังสือ
จดหมายเหตุบางกอกรีคอร์เดอร์” วิทยานิพนธ์อักษรศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาภาษาไทย บัณฑิตวิทยาลัยมหาวิทยาลัยศิลปากร, ๒๕๔๓.
ส. พลายน้อย. หมอปลัดเล. กรุงเทพฯ : พิมพ์คำ, ๒๕๔๘.
สัญชัย สุวังบุตร และอนันต์ชัย เลาหะพันธุ. ทรรปณะประวัติศาสตร์ยุโรปในคริสต์ศตวรรษที่ ๑๙. พิมพ์ครั้งที่ ๒. กรุงเทพฯ :
ศักดิโสภาการพิมพ์. ๒๕๕๔.
สุกัญญา ตีระวนิช. หมอบรัดเลกับการหนังสือพิมพ์แห่งกรุงสยาม. กรุงเทพฯ : มติชน. ๒๕๒๘.
สุรีรัตน์ เชิญชัยวชิรากุล. “ปัญหาในสังคมไทย : กรณีศึกษาจากหนังสือจดหมายเหตุฯ บางกอกรีคอร์เดอร์” ปริญญานิพนธ์
ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาประวัติศาสตร์ไทย บัณฑิตวิทยาลัยมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, ๒๕๔๘.
เสาวลักษณ์ แซ่ลี้. “การศึกษาการใช้ภาษาในหนังสือพิมพ์จดหมายเหตุบางกอกรีคอร์เดอร์” สารนิพนธ์ปริญญาอักษรศาสตร
มหาบัณฑิต สาขาวิชาภาษาไทย บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร, ๒๕๓๙.
หนังสือจดหมายเหตุฯ The Bangkok Recorder. กรุงเทพฯ : สำนักราชเลขาธิการ, ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้พิมพ์พระราชทานในงานพระราชทานเพลิงศพ นายสมหมาย ฮุนตระกูล ณ เมรุหลวงหน้าพลับพลาอิสริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาส ๒๕ ธันวาคม ๒๕๓๖.
อนันต์ชัย เลาหะพันธุ. “บางกอกรีคอร์เดอร์ฉบับรัชกาลที่ ๓, พ.ศ. ๒๓๘๗-๘๘ : เอกสารที่ยังไม่สูญหาย.” ใน ศิลปวัฒนธรรม
ปีที่ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๐
.----------- “บางกอกรีคอร์เดอร์ : หนังสือพิมพ์ฉบับแรกของไทย” ใน ประวัติศาสตร์ใน Twenty Century Impression of
Siam : Its History, People, Commerce, Industries and Resources
สัญชัย สุวังบุตร...และคนอื่นๆ.
นครปฐม : ภาควิชาประวิศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร, ๒๕๕๕.
อัศศิริ ธรรมโชติ. “สมาชิก “บางกอกรีคอร์เดอร์” หนังสือพิมพ์ของหมอบรัดเลย์” ใน ศิลปวัฒนธรรม ปีที่ ๒ ฉบับที่ ๑๒
ตุลาคม ๒๕๒๔
.----------- “เหยี่ยวปีกหัก บางกอกรีคอร์เดอร์” ใน Commarts 91 บุญจันทร์ ยืนยง (บรรณาธิการ), (กรุงเทพฯ :
สหวิทยาลัยรัตนโกสินทร์ สวนดุสิต, ๒๕๓๔). ๑๓๖-๑๓๙.
แหล่งที่มา : ประชาคมวิจัย    ฉบับที่ : 109    หน้าที่ : 08    จำนวนคนเข้าชม : 14695   คน